วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
BEDO จับมือ บริษัท ไทยโกลเด้นเฮ็มพ์ จำกัด และ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผ้ามัดย้อมชิโบริสีธรรมชาติแม่อิง ขับเคลื่อนและยกระดับเส้นใยและสีย้อมธรรมชาติสู่ตลาดเชิงพาณิชย์
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์กรมหาชน) หรือ BEDO ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและยกระดับพัฒนา และขยายผลผลิตภัณฑ์เส้นใยธรรมชาติและสีย้อมธรรมชาติจากภูมิปัญญาไทยสู่ระดับอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบโดยได้รับเกียรติจาก ดร.เกษมสันต์ จิณณวาโส ประธานกรรมการ BEDO เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการ BEDO นายสุวีร์ งานดี รองผู้อำนวยการ BEDO นายสิทธิชัย เสรีส่งแสง ที่ปรึกษา BEDO ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ BEDO ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ ความร่วมมือในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อสร้าง "ห่วงโซ่คุณค่า" (Value Chain) ให้กับทรัพยากรชีวภาพ โดยอาศัยความเชี่ยวชาญจาก 3 ภาคส่วน ได้แก่:
1. BEDO: สนับสนุนและส่งเสริมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพ ต่อยอดสร้างรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างยั่งยืนให้กับชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นห่วงโซ่ขั้นต้นของเศรษฐกิจระดับประเทศ
2. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผ้ามัดย้อมชิโบริสีธรรมชาติแม่อิง: ประยุกต์ใช้องค์ความรู้การย้อมสีธรรมชาติจากพืชพรรณท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานเทคนิค "ชิโบริ" เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ด้วยงานฝีมือประณีต และสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานผลิตภัณฑ์สิ่งทอจากใยกัญชง สร้างรายได้ให้สมาชิกและเครือข่ายชุมชน
3. บริษัท ไทยโกลเด้นเฮ็มพ์ จำกัด: จัดหาวัตถุต้นน้ำ นำนวัตกรรมเทคโนโลยีการแปรรูปเส้นใยกัญชง (Hemp) และเส้นใยธรรมชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพเส้นใย เพื่อส่งมอบให้ชุมชนย้อมสีและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง อีกทั้งสนับสนุนองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้เส้นใยกัญชงเพื่อการพัฒนาและต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนการสร้างเศรษฐกิจชุมชน
ดร.เกษมสันต์ จิณณวาโส ประธานกรรมการ BEDO กล่าวว่า “นโยบายสำคัญของ BEDO คือการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนบนพื้นฐานของการอนุรักษ์ ความร่วมมือในวันนี้ถือเป็นต้นแบบของการทำงานเชิงรุกที่เชื่อมโยงหลายภาคส่วนเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผ้ามัดย้อมชิโบริสีธรรมชาติแม่อิง จังหวัดพะเยาที่มีองค์ความรู้และภูมิปัญญาโดดเด่น บริษัท ไทยโกลเด้นเฮ็มพ์ จำกัด ที่มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิตเส้นใยเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง และ BEDO ที่เชื่อมประสานงานระหว่างหน่วยงาน และผลักดันให้เศรษฐกิจฐานชีวภาพของไทยเติบโตอย่างมั่นคงในเวทีโลก”
ดร.ธนิต ชังถาวร ผู้อำนวยการ BEDO กล่าวว่า "การลงนามในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญคลัสเตอร์เส้นใยธรรมชาติและสีย้อมธรรมชาติ เราไม่ได้เพียงส่งเสริมการใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ทรัพยากรชีวภาพ แต่เรากำลังยกระดับให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนสามารถแข่งขันในการตลาดได้ เพิ่มโอกาส และรายได้ให้กับชุมชน และดำเนินการให้เครื่องหมายผลิตภัณฑ์และบริการจากความหลากหลายทางชีวภาพ (เครื่องหมาย Bio Economy) เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ 100% (100% Natural Product)
ด้าน นายธนารัตน์ จิตต์พายัพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยโกลเด้นเฮ็มพ์ จำกัด ระบุว่าการพัฒนาสายพันธุ์ที่ขึ้นทะเบียนสายพันธุ์กัญชงโดยถูกต้องตามกฎหมาย ประกอบกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการจะช่วยสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ชุมชนท้องถิ่น และควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม
นายธัญญา อินต๊ะมอย ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผ้ามัดย้อมชิโบริสีธรรมชาติแม่อิง จังหวัดพะเยา กล่าวว่าจะดำเนินงานความร่วมมือโดยยึดหลักการสร้างสรรค์อาชีพและการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับสมาชิกชุมชน โดยเฉพาะสตรีและกลุ่มเปราะบาง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจระดับฐานรากและการพึ่งพาตนเองของชุมชน
ความร่วมมือนี้ตั้งเป้าหมายที่จะสร้างโมเดลธุรกิจเพื่อสังคมที่ยั่งยืน โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากเส้นใยธรรมชาติและสีย้อมธรรมชาติได้ไม่น้อยกว่า 3-5 เท่า และเพื่อส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ชีวภาพ สร้างโอกาส สร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจฐานรากในการจำหน่ายสินค้าของชุมชน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี