วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569
CIBA-DPU ปรับโฉม MBA ดึงกูรูสร้างประสบการณ์จริง พร้อมขยายคอนเนคชันระดับผู้บริหารที่ประยุกต์ใช้ได้ทันที
หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) พัฒนารายวิชา "หัวข้อพิเศษทางธุรกิจ" ประจำปีการศึกษา 2568 โดยมุ่งเน้นการเรียนการสอนผ่านประสบการณ์จริงจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขา เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจดิจิทัลและสร้างทักษะที่นำไปใช้ในการทำงานได้ทันที ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปแนวทางการศึกษาของหลักสูตร MBA ที่เปิดสอนมายาวนานกว่า 40 ปี เพื่อให้ผู้เรียนได้รับองค์ความรู้ภาคปฏิบัติมากกว่าทฤษฎีตามตำราเพียงอย่างเดียวภายใต้มาตรฐานหลักสูตรที่รองรับการเรียนการสอนถึง 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน เพื่อสร้างความพร้อมในการบริหารงานภายใต้การแข่งขันในเวทีโลกยุคดิจิทัล
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อริสรา ธานีรณานนท์ ผู้อำนวยการหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตและผู้อำนวยการหลักสูตรบัญชีมหาบัณฑิต เปิดเผยข้อมูลว่าวิชาหัวข้อพิเศษนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของหลักสูตร MBA ในปีนี้ โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อนำพาเทคโนโลยี AI for Business และการวิเคราะห์ข้อมูลเข้ามาเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนธุรกิจปัจจุบัน พร้อมระดมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงจากแบรนด์ชั้นนำในกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและเอเจนซี่โฆษณามาถ่ายทอดกรณีศึกษาจริงเพื่อให้ผู้เรียนได้รับมุมมองเชิงลึกจากอุตสาหกรรมที่มีการปรับตัวรวดเร็ว ตามแนวทางการพัฒนาหลักสูตรของ อธิการบดี และ รองอธิการบดีสายงานวิชาการ DPU ที่เน้นการส่งเสริมเรียนรู้ด้าน AI ในทุกศาสตร์วิชา เพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อริสรา ระบุด้วยว่าวิชาหัวข้อพิเศษของหลักสูตร MBA ถูกออกแบบมาภายใต้แนวคิดการบูรณาการ 5 ศาสตร์หลักที่จำเป็นต่อการบริหารจัดการในโลกยุคใหม่เข้าไว้ด้วยกันในวิชาเดียว เพื่อมุ่งสร้างทักษะการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ให้กับผู้บริหารและเจ้าของกิจการ โดยเนื้อหาจะครอบคลุมทั้งด้านการนำองค์กร (Leadership) ภาษีดิจิทัล (Digital Tax) ความยั่งยืน (ESG & Sustainability) การตลาดนวัตกรรม (Innovative Marketing) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI for Business) เพื่อให้ผู้เรียนก้าวทันเทรนด์โลก และสามารถสร้างคอนเนคชันที่แข็งแกร่งในวงการธุรกิจจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญตัวจริงที่ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรม
“ในส่วนของ MBA เราจะเน้นในเรื่องของประสบการณ์จริง ในเรื่องของการทำงานนอกเหนือจากทฤษฎีที่อัปสกิลให้กับผู้เรียนแล้ว ดังนั้นตัวรายวิชาหัวข้อพิเศษจึงถูกเปิดขึ้นมาในลักษณะการรวมหัวข้อธุรกิจทุกสาขาที่จำเป็น ทั้งดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง และ AI for Business ซึ่งทางมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญมากและมีผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้เพิ่มจากเดิม เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นภาพรวมของการทำธุรกิจที่ต้องใช้ข้อมูลมาตัดสินใจมากขึ้น โดยผลตอบรับจากวิชาหัวข้อพิเศษนี้พบว่านักศึกษามีความพึงพอใจสูงถึงเกือบ 100% ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพและความสำเร็จในการถ่ายทอดความรู้ที่นำไปใช้งานได้จริง” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อริสรา อธิบาย
สำหรับการเรียนการสอนในรายวิชานี้ของภาคการศึกษาที่ 2/2568 แบ่งออกเป็น 5 ช่วงสำคัญ เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ประกอบด้วย ดร.ศรีหทัย พราหมณี บรรยายหัวข้อ Strategic Change Leadership เน้นการนำองค์กรด้วยวิสัยทัศน์และข้อมูล ต่อด้วยอาจารย์พลศักดิ์ วิศาลศักดิ์ เจาะลึกเรื่องภาษีธุรกิจยุคดิจิทัล เช่น ภาษีอีคอมเมิร์ซและการไลฟ์สด เพื่อความถูกต้องและประหยัดทางภาษี นอกจากนี้ยังมี ดร.วริศ ลิ้มลาวัลย์ ในหัวข้อกลยุทธ์ Decarbonizing Business ที่มีการจัดทำ Workshop เกี่ยวกับคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร เพื่อให้เห็นภาพภาคปฏิบัติที่ชัดเจน และคุณพรทิพย์ อดิศัยรวี เรื่องการตลาดดิจิทัลเชิงบันเทิงและนวัตกรรมความยั่งยืน รวมถึง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรภัทร ไพรีเกรง ในหัวข้อการประยุกต์ใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติและใช้โปรแกรม AI เพื่อเชื่อมโยงกับธุรกิจในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
โดยเฉพาะในมิติภาษีธุรกิจดิจิทัล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อริสรา ย้ำว่า “เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้บริหารทุกสายอาชีพ ไม่จำกัดเพียงนักบัญชี โดยเนื้อหาจะครอบคลุมเรื่องภาษีอีคอมเมิร์ซ ภาษีจากการไลฟ์สดขายสินค้า และภาษีระหว่างประเทศที่หาข้อมูลได้ยากในแหล่งเรียนรู้ทั่วไป ผู้เรียนจะได้รับการฝึกฝนด้านการวางแผนภาษีเพื่อให้เสียภาษีอย่างถูกต้องและประหยัดที่สุดตามกฎหมาย องค์ความรู้เหล่านี้จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถนำเครื่องมือสมัยใหม่ไปเพิ่มมูลค่าให้แก่องค์กรได้ดียิ่งขึ้น”
หลักสูตรดังกล่าวยังตอบโจทย์ผู้เรียนที่หลากหลายทั้งพนักงานบริษัท ข้าราชการ และเจ้าของธุรกิจ โดยเปิดกว้างให้ผู้ที่ไม่ได้จบสาขาบริหารธุรกิจหรือบัญชีโดยตรงสามารถเข้าเรียนได้ผ่านวิชาปรับพื้นฐานที่จัดเตรียมไว้ เพื่อให้เรียนรู้เทคโนโลยีสำหรับวิชาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตที่มุ่งพัฒนาทักษะสำคัญถึง 12 ด้าน อาทิ การตลาดดิจิทัล การเงินในยุคดิจิทัล โลจิสติกส์และโซ่อุปทานในยุคดิจิทัล การจัดการธุรกิจดิจิทัล การจัดการธุรกิจประกันภัย ธุรกิจอาเซียน ธุรกิจจีน ธุรกิจระดับโลก ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ การจัดการการบิน การจัดการสื่อและดิจิทัลคอนเทนต์ โดยผู้เรียนสามารถเลือกเวลาเรียนได้ทั้งวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ตามความสะดวกเพื่อให้ไม่กระทบต่อการทำงานประจำ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อริสรา ยังระบุเพิ่มเติมถึงแผนการสร้างเครือข่ายสังคมในระดับบัณฑิตศึกษาว่า จะมีการเชื่อมโยงนักศึกษา MBA บัญชีมหาบัณฑิตและหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา DPU ผ่านโครงการสโมสรนักศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันและการสร้างคอนเนคชันที่สามารถต่อยอดทางธุรกิจได้ในอนาคต โดยโครงการนี้ริเริ่มและขับเคลื่อนโดย ดร.พีระยุทธ มั่งคั่ง ผู้ช่วยรองอธิการบดีด้านพัฒนาธุรกิจ สายงานวิชาการ และรองคณบดีวิทยาลัยการแพทย์แบบบูรณาการ ซึ่งมุ่งหวังให้เกิดการแบ่งปันทรัพยากรและความรู้ข้ามสาขาอาชีพอย่างเป็นรูปธรรม
“เราจะมีการสร้างสโมสรนักศึกษาที่เป็นระดับบัณฑิตศึกษา ซึ่งตอนนี้กำลังเริ่มดำเนินการกันอยู่ เพื่อให้เกิดคอนเนคชันที่มากขึ้น และในอนาคตจะมีการนำหลักสูตร MBA – บัญชี หลักสูตรบริหารภาครัฐและเอกชนในวิชาธุรกิจต่างๆ มาร่วมมือกันเพื่อสร้างเครือข่ายที่กว้างขวางขึ้น เพราะสิ่งที่ผู้เรียนระดับปริญญาโทต้องการมากที่สุดคือคอนเนคชัน และทางหลักสูตรก็สามารถตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดี” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อริสรา กล่าว
ปัจจุบันหลักสูตร MBA CIBA-DPU ใช้ระยะเวลาเรียนเฉลี่ยประมาณ 1.5 ปี ถึง 1.8 ปี โดยผู้ที่สมัครเรียนภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 จะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษสูงสุดคือส่วนลดค่าเรียนและมีทุนการศึกษาอื่นๆ มูลค่า 15,000 บาท นอกจากนี้ยังมีทุนส่วนลด 10% สำหรับศิษย์เก่าตลอดหลักสูตร หรือส่วนลด 15% สำหรับบุคลากรจากหน่วยงานที่มีข้อตกลงร่วมกันกับทางมหาวิทยาลัย
สำหรับผู้บริหารและนักธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมอัปสกิลในระดับมหาบัณฑิต สามารถติดตามรายละเอียดการรับสมัครของหลักสูตร MBA และบัญชีมหาบัณฑิตที่เปิดรับอยู่ในขณะนี้ เพื่อเริ่มภาคเรียนในเดือนสิงหาคม ผ่านทาง https://www.dpu.ac.th/th
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี