วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569
พิษณุโลก – (วันที่ 18 มีนาคม 2569) ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (ผอ.สคทช.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ความเข้าใจเพื่อขับเคลื่อนผลการดำเนินงาน “โครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4000 (One Map)” ระยะที่ 2 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ร่วมบูรณาการกับจังหวัดพิษณุโลกและหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างการรับรู้ความเข้าใจให้กับหน่วยงานส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นและประชาชน ซึ่งเป็นยกระดับการบริหารจัดการที่ดินของประเทศให้เป็นระบบเดียวกัน ลดความซ้ำซ้อนของแนวเขตที่ดินของรัฐ อันเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิในที่ดินของประชาชนมาอย่างยาวนาน ตลอดจนมุ่งสร้างความมั่นคงด้านที่ดิน ลดความเหลื่อมล้ำ ข้อพิพาทด้านที่ดินและเพิ่มโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยมี นายณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์ รองผู้อำนวยการ สคทช. นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วย นายกองเอกชัยพฤกติ์ เชียรธานรักษ์ ปลัดจังหวัดพิษณุโลก ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สคทช. เข้าร่วมโครงการฯ ณ โรงแรมดิ อิมพีเรียล โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ พิษณุโลก



ดร.ชญานันท์ฯ ผอ.สคทช. ได้กล่าวเน้นย้ำ ถึงความสำคัญของการดำเนินโครงการดังกล่าวว่า “ประเทศไทยประสบปัญหาความคลาดเคลื่อนของแนวเขตที่ดินของรัฐ เนื่องจากการใช้แผนที่แนบท้ายกฎหมายที่มีมาตราส่วนแตกต่างกัน ส่งผลให้เกิดข้อพิพาทและความไม่ชัดเจนในสิทธิที่ดิน รัฐบาลจึงได้ผลักดันโครงการ One Map เพื่อให้เกิดแผนที่มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ อันจะนำไปสู่เป้าหมาย หนึ่งพื้นที่ หนึ่งหน่วยงานรับผิดชอบ (One Land, One Law) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความโปร่งใส ลดข้อขัดแย้ง ข้อพิพาทด้านที่ดินและสนับสนุนการพัฒนาประเทศในทุกมิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ”
นอกจากนี้ สคทช. ยังให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการข้อมูลที่ดินโดยมีแผนพัฒนาแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชันเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลแนวเขตที่ดินของรัฐได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ อันจะเป็นการเสริมสร้างศักยภาพในการตรวจสอบข้อมูลด้วยตนเองและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการภาครัฐ


นายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้กล่าวถึงความสำคัญของการมีข้อมูลแผนที่ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ในระดับจังหวัดและระดับประเทศทั้งในมิติด้านการเกษตร การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ด้านนายมูฮัมหมาด ยังหะสัน ผู้อำนวยการกองที่ดินของรัฐ สคทช. ได้รายงานความคืบหน้าของการดำเนินโครงการ One Map ว่า การดำเนินงานแบ่งออกเป็น 7 กลุ่มพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานที่มีภารกิจด้านที่ดินของรัฐจำนวน 9 หน่วยงาน และหน่วยงานสนับสนุนอีก 4 หน่วยงาน
ปัจจุบันคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแล้วจำนวน 4 กลุ่มพื้นที่ และอยู่ระหว่างการเสนออีก 3 กลุ่ม ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้ สคทช. เร่งสร้างการรับรู้และความเข้าใจแก่ทุกภาคส่วน ควบคู่กับการกำหนดแนวทางการช่วยเหลือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
สำหรับการจัดสัมมนาในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 5 ของการดำเนินงานในระยะที่ 2 ครอบคลุมพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี และพิษณุโลก โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์ เพื่อขยายการเข้าถึงข้อมูลไปยังประชาชนในวงกว้าง อันสะท้อนถึงแนวทางการสื่อสารเชิงรุกของภาครัฐในการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน


นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมสัมมนาเชิงวิชาการตลอดทั้งวัน ประกอบด้วย การบรรยายให้ความรู้ด้านการอ่านแผนที่เบื้องต้น และการแนะนำการใช้งานแอปพลิเคชัน One Map Thai ตลอดจนการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “One Map ถอดรหัสปัญหาที่ดินรัฐทับซ้อน ทำไมต้องมีแผนที่เดียว” ซึ่งได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการขับเคลื่อนนโยบายด้านที่ดินของประเทศให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ การจัดโครงการดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชน ควบคู่กับการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาที่ดินของรัฐอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรม อันจะนำไปสู่การยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดินของประเทศให้เป็นเอกภาพภายใต้มาตรฐานเดียว และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในระยะยาวอย่างยั่งยืน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี