วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569
DPU จับมือภาคีเครือข่ายไทย-จีน เปิดค่ายพัฒนาครูภาษาจีนรุ่นที่ 3 ชูยุทธศาสตร์ AI ปฏิรูปห้องเรียน ขยับขีดความสามารถผู้สอนสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ผนึกกำลังครั้งสำคัญร่วมกับสมาคมครูจีน (ประเทศไทย) สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล รวมถึงองค์กรพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ อาทิ Beijing Language and Culture University (BLCU), Kunming University of Arts and Science และ iFLYTEK บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ร่วมกันจัดโครงการ “ค่ายพัฒนาครูภาษาจีนท้องถิ่นในประเทศไทย ประจำปี 2569 (รุ่นที่ 3)” ระหว่างวันที่ 3–5 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ อาคาร 6 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้แก่ระบบการศึกษาภาษาจีนของประเทศไทย โดยมีครูผู้สอนภาษาจีนจากระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วมรวมกว่า 120 คน เพื่อพัฒนาทักษะการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคู่กับการรักษาจิตวิญญาณความเป็นครูสอนภาษาจีน
โครงการครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากแวดวงการศึกษา โดยมีผู้บริหารและผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมขับเคลื่อนนโยบาย นำโดย ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม รองอธิการบดีสายงานภาคีสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ดร.วริศ ลิ้มลาวัลย์ คณบดีคณะศิลปศาสตร์ และ อาจารย์โหยว เสียง คณบดีวิทยาลัยนานาชาติจีน DPU ขณะที่องค์กรภาคีหลักได้รับเกียรติจาก อาจารย์วรรณา ลอลือเลิศ นายกสมาคมครูจีน (ประเทศไทย) และ อาจารย์กัวเสี่ยวฮุย รองนายกสมาคมและเลขาธิการ พร้อมด้วยผู้แทนจากสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ได้แก่ อาจารย์เอกรัตน์ จันทร์รัฐิติกาล (ฝ่ายไทย) และ รศ.เฉิน เวย (ฝ่ายจีน) ตลอดจน ศาสตราจารย์ อู๋ อิ้งฮุย จาก Beijing Language and Culture University และ รศ.เติ้ง กั๋วตง จาก Kunming University of Arts and Science รวมถึงผู้บริหารจาก iFLYTEK ได้แก่ คุณเฉียน จื๋อโต๋ และคุณเฉิน ฉางเหวิน ที่ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมด้าน AI สำหรับการเรียนการสอนภาษา
ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม รองอธิการบดีสายงานภาคีสัมพันธ์ DPU ระบุว่า การจัดค่ายในปีนี้มุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ AI ในการจัดการเรียนการสอนภาษาจีน เพื่อให้ครูได้รับทั้งองค์ความรู้และเทคนิคที่ทันสมัย สามารถออกแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทโลกยุคใหม่ และเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้เรียนในห้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมชี้ให้เห็นว่าในปัจจุบันการแข่งขันในวิชาชีพครูภาษาจีนมีความเข้มข้นมากขึ้น จากจำนวนบุคลากรที่มีวุฒิการศึกษาระดับสูงเพิ่มขึ้น สถานศึกษาจึงจำเป็นต้องพัฒนาครูให้มีทักษะด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างความแตกต่างและยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนสู่มาตรฐานสากล
ในมุมมองของ รศ.เฉิน เวย ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายจีน) ได้เน้นย้ำถึงบทบาทของค่ายในฐานะแพลตฟอร์มสำคัญในการพัฒนาครู โดยมุ่งให้ครูปรับปรุงระบบองค์ความรู้ (Knowledge System) และยกระดับบทบาทจาก “ผู้สอน” ไปสู่ “นวัตกรทางการศึกษา” ที่สามารถใช้ AI สร้างสรรค์รูปแบบการเรียนรู้ใหม่ ๆ ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ขณะที่ อาจารย์วรรณา ลอลือเลิศ สมาคมครูจีน (ประเทศไทย) เน้นว่าการพัฒนาศักยภาพครูเป็นกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต และค่ายนี้เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจเชิงลึกและยกระดับมาตรฐานการสอนอย่างยั่งยืน
ตลอดระยะเวลา 3 วันของการอบรม ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติอย่างเข้มข้น โดยเริ่มจากการวิเคราะห์กรณีศึกษาการใช้ AI ขับเคลื่อนการศึกษาภาษาจีนในประเทศไทย การออกแบบสื่อการสอนที่เชื่อมโยงกับบริบทท้องถิ่นเพื่อให้ผู้เรียนเข้าถึงได้ง่าย การพัฒนาเนื้อหาแบบมัลติโมดัลที่ผสานภาพ เสียง และวิดีโอ ตลอดจนการใช้เทคโนโลยี AI ในงานล่าม การแปล และการวิจัย โดยมีทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ผศ.ดร.ธิติพงศ์ ตันประเสริฐ ดร.เพ็ญพิสุทธิ์ สีกาแก้ว และอาจารย์โจว เจียจี๋ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึก
นอกจากนี้ ภายในค่ายยังได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีจาก iFLYTEK ผ่านโปรแกรมอัจฉริยะ “Spark Desk” ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดด้านทรัพยากรการสอน และเพิ่มความหลากหลายของสื่อการเรียนรู้ รวมถึงการใช้ AI แปลภาษาเพื่ออำนวยความสะดวกในการสื่อสารตลอดกิจกรรม สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็น “ผู้ช่วยครู” ในการลดภาระงานด้านเอกสารและการเตรียมสอน ทำให้ครูสามารถทุ่มเทเวลาให้กับการพัฒนาผู้เรียนได้มากยิ่งขึ้น
ดร.โฆสวันต์ คงกำเหนิด ตัวแทนผู้เข้าร่วมอบรม ได้สะท้อนว่า AI ช่วยให้กระบวนการสร้างสื่อการสอนและกิจกรรมในห้องเรียนที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมง สามารถเสร็จสิ้นได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที พร้อมย้ำว่า AI ได้กลายเป็นทักษะสำคัญที่ครูภาษาจีนยุคใหม่ต้องเรียนรู้และเชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม ยังเน้นย้ำว่าบทบาทของครูในด้านการสื่อสารความอบอุ่นทางวัฒนธรรม ความเมตตา และการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน ยังคงเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้
ในช่วงสรุปผลโครงการและการนำเสนอผลงาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างมืออาชีพ โดยผู้เข้าร่วมได้แสดงผลงานการออกแบบการเรียนการสอนที่ผสาน AI อย่างสร้างสรรค์ สะท้อนการผสานจินตนาการกับเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความน่าสนใจในการเรียนรู้ พร้อมกันนี้ ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม ได้กล่าวชื่นชมความสำเร็จของผู้เข้าร่วม และเน้นย้ำว่า AI เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพครูให้ทำงานได้อย่างทรงพลังในยุคดิจิทัล
พิธีปิดโครงการยังได้มีการมอบประกาศนียบัตรให้แก่คณะครูทั้ง 11 กลุ่มที่เข้าร่วมอบรม โดยแม้การอบรมจะสิ้นสุดลง แต่เครือข่ายความร่วมมือระหว่างไทยและจีนยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง ผ่านการติดตามผลการนำความรู้ไปใช้จริง และการพัฒนาหลักสูตรในรุ่นถัดไป เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาภาษาจีนของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ทางภาษาและวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศต่อไปในอนาคต
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี