วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569
ในปี 2026 ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงและผันผวน ยานยนต์ไฟฟ้าจากจีนได้ก้าวขึ้นมาเป็น “ผู้เล่นหลัก” ในตลาดรถยนต์ไทยอย่างชัดเจน จากเดิมที่เป็นเพียงทางเลือกใหม่ วันนี้รถ EV จีนกลับมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของตลาด ทั้งในด้านความนิยมของผู้บริโภคและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโดยรวม ความสำเร็จนี้ไม่ได้สะท้อนเพียงยอดขายหรือยอดจองในงาน Motor Show 2026 แต่ยังชี้ให้เห็นถึง “การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง” เมื่อค่ายรถจีนเริ่มลงทุนตั้งโรงงานและพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศไทยอย่างจริงจัง ส่งผลให้ไทยขยับจากประเทศผู้นำเข้าไปสู่การเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางการส่งออกในภูมิภาค
ภายใต้บริบทดังกล่าว ยานยนต์ไฟฟ้าจีนจึงไม่ได้เป็นเพียงสินค้า แต่เป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงพลังงาน เทคโนโลยี และการลงทุนระหว่างประเทศ ซึ่งกำลังเปลี่ยนบทบาทของไทยในเศรษฐกิจยุคใหม่อย่างมีนัยสำคัญ
.jpg)
ยอดจอง Motor Show 2026: รถ EV จีนขึ้นนำตลาด
ในงาน Bangkok International Motor Show 2026 รถยนต์ไฟฟ้าจากค่ายจีนสามารถทำยอดจองติดอันดับสูงสุดของงานได้หลายรุ่น โดยเฉพาะแบรนด์อย่าง BYD, GWM และ Changan ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างล้นหลาม ปรากฏการณ์นี้สะท้อนชัดว่า ความนิยมของรถ EV จีนในไทยได้ขยับจาก “กระแสทดลองใช้” ไปสู่ “ความต้องการจริงในตลาด”
เมื่อพิจารณาจากข้อมูลยอดจอง 15 อันดับแรก พบว่า มีแบรนด์จากจีน (รวมทั้งแบรนด์ภายใต้เครือ เช่น MG, OMODA & JAECOO, ZEEKR) มากกว่า 10 แบรนด์ และมียอดจองรวมประมาณ 84,886 คัน ยอดจองรวมทั้งหมด 132,951 คัน หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 64% ของยอดจองทั้งหมด ซึ่งสะท้อนการครองตลาดของค่ายรถจีนอย่างชัดเจน
ปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลัง ได้แก่ ราคาที่เข้าถึงได้ เทคโนโลยีที่ทันสมัย ระยะทางวิ่งที่ตอบโจทย์ และฟังก์ชันอัจฉริยะภายในรถ ส่งผลให้ผู้บริโภคไทยเริ่มเปลี่ยนมุมมอง และยอมรับรถจีนในฐานะ “ตัวเลือกหลัก” ของตลาด ไม่ใช่ทางเลือกสำรองอีกต่อไป
ค่ายรถจีนตั้งฐานการผลิตในไทย: จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของอุตสาหกรรม
ปี 2026 ถือเป็น “หมุดหมายสำคัญ” ที่ทำให้บทบาทของประเทศไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจีนยักษ์ใหญ่เริ่มเดินเครื่องสายการผลิตในไทยอย่างเต็มรูปแบบ
BYD เปิดโรงงานขนาดใหญ่ในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญนอกประเทศจีน โดยไม่ได้ผลิตเพื่อขายในไทยเท่านั้น แต่ยังวางบทบาทเป็นศูนย์กลางการส่งออกไปยังตลาดพวงมาลัยขวาในภูมิภาค
GWM (Great Wall Motor) ปรับโรงงานเดิมของ General Motors ให้กลายเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด ช่วยให้สามารถเริ่มผลิตได้รวดเร็ว และขยายตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Changan Automobile ลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ในไทย พร้อมประกาศชัดเจนว่าจะใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
การเคลื่อนไหวของทั้งสามค่ายนี้ แสดงให้เห็นว่าไทยไม่ได้เป็นเพียง “ตลาดปลายทาง” อีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นเป็น “ฐานยุทธศาสตร์” ของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคอย่างแท้จริง

ไทยสู่ศูนย์กลาง EV พวงมาลัยขวาในภูมิภาค
ข้อได้เปรียบสำคัญของประเทศไทย คือ การใช้พวงมาลัยขวาเช่นเดียวกับหลายประเทศในโลก เช่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเหตุนี้ การตั้งโรงงานในไทยจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อรองรับตลาดภายในประเทศ แต่ยังมุ่งสู่การเป็น “ศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวา” ของภูมิภาค จากเดิมที่ไทยต้องนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ วันนี้ไทยกำลังผลิต ส่งออก และมีบทบาทในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลกมากขึ้นอย่างชัดเจน
ความร่วมมือไทย–จีน: การลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยี
การเข้ามาของค่ายรถจีนไม่ได้มีเพียงมิติทางธุรกิจ แต่ยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างไทยและจีนที่ลึกขึ้นในหลายด้าน ในด้านการลงทุน ไทยได้รับเม็ดเงินจำนวนมาก ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงาน ขณะที่ในด้านเทคโนโลยี ไทยได้เข้าถึงนวัตกรรมสำคัญ เช่น เทคโนโลยีแบตเตอรี่ ระบบยานยนต์อัจฉริยะ และซอฟต์แวร์ภายในรถ ในทางกลับกัน จีนก็ได้รับประโยชน์จากการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อขยายตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดโลก จึงถือเป็นความสัมพันธ์แบบ “ได้ประโยชน์ร่วมกัน” แต่ก็ต้องมีการบริหารนโยบายอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว
ในมุมมองของผู้เขียน ปี 2026 ไม่ได้เป็นเพียงปีที่รถยนต์ไฟฟ้าจีนได้รับความนิยมในประเทศไทยเท่านั้น หากแต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ประเทศไทยกำลังปรับบทบาทของตนเองในอุตสาหกรรมยานยนต์ จากผู้บริโภคและตลาดนำเข้า สู่การเป็นฐานการผลิตและศูนย์กลางการส่งออกในระดับภูมิภาค ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันในยุครถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแข่งขันระหว่างบริษัทผู้ผลิตอีกต่อไป แต่ได้ยกระดับไปสู่การแข่งขันระหว่างประเทศ ในการกำหนดตำแหน่งแห่งที่ของตนเองในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ว่าจะเป็นเพียงผู้ตาม หรือจะก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
เรียบเรียงโดย ดร.กฤตติกา เศวตอมรกุล รองคณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี