วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เนื่องในโอกาสวันแรงงานสากล ประเทศจีนได้สะท้อนบทบาทของ “แรงงาน” ในฐานะกลไกสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างชัดเจน ภายใต้ทิศทางนโยบายของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านจากการเติบโตเชิงปริมาณไปสู่การเติบโตเชิงคุณภาพ โดยปัจจุบันจีนมีผู้มีงานทำมากกว่า 725 ล้านคน และสามารถสร้างงานใหม่ในเขตเมืองได้มากกว่า 12 ล้านตำแหน่งต่อปี ขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ในระดับประมาณ 5% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงเสถียรภาพของตลาดแรงงานจีน และความพยายามของรัฐในการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและความมั่นคงทางสังคม
พลังขับเคลื่อน “การพัฒนาคุณภาพใหม่”
หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจจีนในปัจจุบัน คือ “การพัฒนาคุณภาพใหม่” ซึ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของแรงงานและโครงสร้างการผลิตให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคเทคโนโลยี จากเดิมที่จีนอาศัยแรงงานจำนวนมากในอุตสาหกรรมการผลิตแบบใช้แรงงานเข้มข้น ปัจจุบันได้ปรับตัวสู่ระบบที่ให้ความสำคัญกับแรงงานทักษะสูง โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และอุตสาหกรรมสีเขียว การเพิ่มขึ้นของค่าแรงเฉลี่ยซึ่งอยู่ที่ประมาณ 124,000 หยวนต่อปี สะท้อนถึงการยกระดับ “มูลค่าของแรงงาน” มากกว่าการแข่งขันด้วยต้นทุนต่ำ
นโยบายของรัฐจึงมุ่งเน้นการลงทุนด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะใหม่ (reskilling) และการเพิ่มทักษะ (upskilling) เพื่อให้แรงงานสามารถปรับตัวเข้ากับความต้องการของเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กล่าวได้ว่า แรงงานจีนกำลังเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ผลิต” ไปสู่ “ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์” ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโตในระยะยาว
การยกระดับคุณภาพชีวิตภายใต้เป้าหมาย “ความมั่งคั่งร่วมกัน”
ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพการผลิต รัฐบาลจีนยังให้ความสำคัญกับการกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจผ่านแนวคิด “ความมั่งคั่งร่วมกัน” ซึ่งมุ่งลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม
มาตรการที่สำคัญ ได้แก่ การปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ โดยในบางพื้นที่ เช่น นครเซี่ยงไฮ้ มีอัตราค่าแรงขั้นต่ำสูงถึงประมาณ 2,740 หยวนต่อเดือน นอกจากนี้ รัฐยังเพิ่มการลงทุนในบริการสาธารณะ เช่น ระบบสาธารณสุข การศึกษา และที่อยู่อาศัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวม
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของโมเดลการพัฒนา จากการมุ่งเน้น “การเติบโตอย่างรวดเร็ว” ไปสู่ “การเติบโตที่ทั่วถึงและยั่งยืน” มากขึ้น โดยแรงงานไม่ได้เป็นเพียงผู้มีส่วนร่วมในกระบวนการผลิต แต่เป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม
นโยบายการสร้างงานที่มั่นคง
ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจจีน รัฐบาลให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคงของการจ้างงาน” เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีและรูปแบบงานใหม่เพิ่มความไม่แน่นอนให้ตลาดแรงงาน จีนสามารถสร้างงานใหม่ในเมืองได้มากกว่า 12 ล้านตำแหน่งต่อปี และรักษาอัตราว่างงานไว้ราว 5% สะท้อนความพยายามควบคุมความเสี่ยงด้านการจ้างงาน
นโยบายหลักมุ่งสนับสนุน SMEs ธุรกิจนวัตกรรม และอุตสาหกรรมใหม่ ควบคู่กับการผลักดัน “งานที่มีคุณภาพ” ที่ให้ทั้งรายได้ ความมั่นคง และโอกาสพัฒนาทักษะ
จึงกล่าวได้ว่า จีนกำลังเปลี่ยนจากการ “สร้างงานจำนวนมาก” ไปสู่ “งานที่มีคุณค่าและยั่งยืน”
การขยายระบบประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานในระบบเศรษฐกิจใหม่
รัฐบาลจีนเร่งขยายระบบประกันสังคมเพื่อรองรับแรงงานในเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะแรงงานแพลตฟอร์มและแรงงานนอกระบบ ปัจจุบันมีแรงงานกลุ่มนี้รวมถึงแรงงานย้ายถิ่นประมาณ 300 ล้านคน ซึ่งเคยเข้าถึงสวัสดิการจำกัด รัฐจึงเปิดให้เข้าร่วมประกันสุขภาพ บำนาญ และประกันการว่างงานมากขึ้น พร้อมปรับกติกาให้แพลตฟอร์มมีส่วนรับผิดชอบ
นโยบายดังกล่าวมุ่งสร้าง “หลักประกันพื้นฐาน” ให้แรงงานทุกกลุ่ม ลดความเปราะบาง และเสริมความมั่นคงในชีวิต สะท้อนการปรับบทบาทของรัฐสู่การสร้างระบบคุ้มครองทางสังคมที่ครอบคลุมมากขึ้น
ผู้เรียบเรียงเห็นว่า วันแรงงานสากล ในจีนสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “แรงงานจำนวนมาก” สู่ “แรงงานคุณภาพ” ภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่เน้นทั้งการเพิ่มผลิตภาพ การกระจายความมั่งคั่ง และการสร้างหลักประกันทางสังคม อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านความเหลื่อมล้ำและการคุ้มครองแรงงานเศรษฐกิจใหม่ ทำให้ความสำเร็จในระยะยาวขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐในการทำให้การพัฒนา “ทั่วถึงจริง” มากกว่าการเติบโตเพียงอย่างเดียว
เรียบเรียงโดย ดร.กฤตติกา เศวตอมรกุล รองคณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี