533.jpg
ARDA  ดัน Smart Farming สร้างเครือข่ายข้าวคุณภาพ 3 จังหวัด ยกระดับชาวนาสู่ นักธุรกิจเกษตรยุคใหม่ ลดต้นทุนเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน

ARDA ดัน Smart Farming สร้างเครือข่ายข้าวคุณภาพ 3 จังหวัด ยกระดับชาวนาสู่ นักธุรกิจเกษตรยุคใหม่ ลดต้นทุนเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.50 น.
Tag :

ARDA  ดัน Smart Farming สร้างเครือข่ายข้าวคุณภาพ 3 จังหวัด ยกระดับชาวนาสู่ “นักธุรกิจเกษตรยุคใหม่” ลดต้นทุนเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน 

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล  ผู้อำนวยการ ARDA กล่าวว่า “ข้าว” พืชเศรษฐกิจสำคัญและเป็นรากฐานของภาคเกษตรไทย แต่ชาวนาไทยกว่า 4.6 ล้านครัวเรือนยังคงเผชิญปัญหารายได้ไม่แน่นอน ต้นทุนการผลิตสูง และราคาผลผลิตผันผวน ARDA จึงสนับสนุนทุนวิจัยให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินโครงการ “การส่งเสริมความสามารถการผลิตข้าวคุณภาพและการบริหารจัดการเชิงธุรกิจแบบมีส่วนร่วมของชาวนาภาคตะวันตก” โดยมี ดร.สาคร ชินวงค์ เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย เพื่อยกระดับศักยภาพชาวนาไทยให้สามารถผลิตข้าวคุณภาพ ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และบริหารจัดการการผลิตเชิงธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และการบริหารจัดการสมัยใหม่ร่วมกับการมีส่วนร่วมของชุมชนและเครือข่ายตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยนำร่องดำเนินงานโครงการในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม ราชบุรี และสุพรรณบุรี ครอบคลุม 11 กลุ่มเกษตรกร พัฒนาชาวนากลุ่มหลักกว่า 100 ราย และขยายผลสู่เกษตรกรเพิ่มเติมอีก 150 ราย ครอบคลุมพื้นที่ปลูกข้าวคุณภาพรวมกว่า 900 ไร่ เพื่อสร้าง “Smart Farmer” ที่สามารถบริหารจัดการต้นทุน การผลิต และการตลาดด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การพึ่งพาตนเองและสร้างความมั่นคงทางรายได้ในระยะยาว


หัวใจสำคัญของโครงการ คือ การถ่ายทอดนวัตกรรม “5 ป.” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว ประกอบด้วย การปรับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง การใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การป้องกันศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) และการจัดการฟางและตอซังแบบปลอดการเผา ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิต ประหยัดน้ำ ลดการใช้สารเคมี และลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพข้าวให้ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น ภายใต้การดำเนินงานดังกล่าว เกษตรกรต้นแบบสามารถผลิตข้าวคุณภาพได้กว่า 240,000–480,000 กิโลกรัมต่อปี พร้อมเชื่อมโยงตลาดผ่านความร่วมมือรับซื้อผลผลิตในราคาสูงกว่าท้องตลาดประมาณ 300–500 บาทต่อตัน ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตและเพิ่มอำนาจต่อรองทางการตลาดให้กับเกษตรกรในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งพัฒนา “เครือข่ายธุรกิจข้าวคุณภาพ” โดยเชื่อมโยงชาวนา โรงสี ภาคเอกชน และตลาดชุมชน ตั้งแต่การวางแผนการผลิต การจัดทำแผนธุรกิจและการตลาด (BMC) ไปจนถึงการจัดทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อสร้างตลาดรองรับผลผลิตข้าวคุณภาพในระดับพื้นที่และเชิงพาณิชย์ ถือเป็นต้นแบบสำคัญของการใช้ “งานวิจัยและนวัตกรรม” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และยกระดับภาคการเกษตรไทยสู่ระบบเกษตรมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ โครงการตั้งเป้าช่วยลดต้นทุนการผลิตไม่น้อยกว่า 10% และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไม่น้อยกว่า 20% พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ลดการเผาในพื้นที่เกษตร ลดการใช้สารเคมี และเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายชาวนาในพื้นที่ภาคตะวันตก ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาภาคการทำนาไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว

“ARDA ต้องการพิสูจน์ว่า งานวิจัยไทยสามารถเปลี่ยน ‘วิกฤตต้นทุน’ ให้กลายเป็น โอกาสการแข่งขันได้ หากมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์พื้นที่จริง และเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นระบบ เพราะอนาคตของภาคเกษตรไทย จะไม่ได้แข่งขันกันที่ปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่ต้องแข่งขันด้วยประสิทธิภาพ คุณภาพ และมาตรฐานการผลิตที่ยั่งยืน” ดร. ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผอ. ARDA กล่าวปิดท้าย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top