วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
”รองนายกฯทรงศักดิ์” เปิดประชุมบอร์ดฯ นัดแรก เร่งถอดบทเรียนอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ ดันมาตรการยกระดับความปลอดภัยขนส่งสาธารณะทั่วประเทศ ควบคู่เห็นชอบร่างบันทึกข้อตกลงประเมินความคุ้มค่า สสส. เสนอ ก.พ.ร.
วันที่ 24 พฤษภาคม 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในการประชุมกรรมการกองทุนฯ ครั้งที่ 4/2569 ซึ่งเป็นการประชุมนัดแรกภายหลังเข้ารับตำแหน่งว่า สสส. ทำงานภายใต้ พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 เพื่อส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาระบบ และลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพของประชาชน เช่น ลดการบริโภคยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ป้องกันอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี การขับเคลื่อนงานขอให้ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และร่วมกำหนดทิศทางในการแก้ไขปัญหาสุขภาวะให้ตรงจุด เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ยิ่งเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์ ที่สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง เห็นได้ชัดว่าเกิดจากผู้ขับขี่ขาดวินัยอย่างร้ายแรง ทั้งยังตรวจพบสารเสพติด จึงอยากให้ สสส.ทำชุดข้อเสนอนโยบายมาตรการขับขี่ปลอดภัยของผู้ขับขี่รถสาธารณะ โดยเฉพาะด้านกฎหมายและมาตรการที่ต้องปรับปรุง เพื่อผู้ใช้รถใช้ถนนมีความปลอดภัย นำเสนอไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้ต่อไป
นายทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมเห็นชอบ (ร่าง) บันทึกข้อตกลง (MOU) การประเมินความคุ้มค่าเพื่อพัฒนาองค์การมหาชนของ สสส.ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569-2571 ที่ดำเนินการตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2565 ให้องค์การมหาชนได้รับการประเมินทุก 3 ปี ซึ่ง สสส.ได้จัดทำ ร่าง MOU ที่ตอบสนองต่อข้อเสนอแนะของ สำนักงาน ก.พ.ร. และความคิดเห็นของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ และคณะกรรมการบริหารแผน โดยมีการกำหนดกระบวนการสำคัญ (Critical Process) ของ สสส. ในการลดปัจจัยเสี่ยงและส่งเสริมระบบสุขภาพที่ดีเป็น 6+2 ประเด็น ประกอบด้วย ประเด็นหลัก 6 ข้อ 1.การพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ 2.การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพ 3.การเสริมสร้างทักษะส่วนบุคคล 4.การสร้างพลังอำนาจให้ชุมชน 5.การปรับระบบบริการสุขภาพให้เน้นการส่งเสริมสุขภาพ และ6.การสร้างพันธมิตรกับภาคีเครือข่าย นอกจากนี้ยังมีประเด็นสนับสนุน 2 ข้อ 1.การรณรงค์ผ่านสื่อสาธารณะ และ 2.การจัดทำระบบบริการข้อมูลและการเฝ้าระวังสุขภาพ ครอบคลุมทุกช่วงวัย ตั้งแต่ทารกจนถึงวัยสูงอายุ รวมถึงประชากรกลุ่มเปราะบางและด้อยโอกาส โดยการดำเนินงานของ สสส.ไม่ได้ซ้ำซ้อนกับภารกิจของหน่วยงานอื่น แต่เป็นการหนุนเสริมและสานพลังภาคส่วนต่างๆให้ขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. ได้กำหนดแนวคิดหลักในการกำหนดค่าเป้าหมายว่า การประเมินความคุ้มค่าองค์การมหาชนต้องสะท้อนผลสำเร็จที่ตรวจสอบได้จริงในทุกระดับ ตั้งแต่หน่วยปฏิบัติ ระดับพื้นที่ จนถึงผลกระทบต่อพฤติกรรมสุขภาพและสุขภาวะของประชาชน มิใช่การวัดเพียงปริมาณกิจกรรมหรือจำนวนโครงการที่จัดขึ้น ด้วยเหตุนี้ สสส. จึงนำแนวทางการทำงานโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน (Area-Based Approach) มาเป็นกรอบการกำหนดตัวชี้วัดผลลัพธ์และผลกระทบที่มุ่งวัดการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่เป้าหมาย ภายใต้กรอบระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2569-2571) ทั้งนี้ สสส. จะนำ (ร่าง) MOU ดังกล่าวเสนอต่อสำนักงาน ก.พ.ร. เพื่อพิจารณาและลงนามร่วมกันต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี