537.jpg
นิเทศฯ DPU จัดสัมมนา CONTENT TO COMMERCE เผยเทรนด์ครีเอเตอร์ยุค AI

นิเทศฯ DPU จัดสัมมนา CONTENT TO COMMERCE เผยเทรนด์ครีเอเตอร์ยุค AI

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 10.18 น.
Tag :

นิเทศฯ DPU จัดสัมมนา CONTENT TO COMMERCE เผยเทรนด์ครีเอเตอร์ยุค AI พร้อมโชว์ศักยภาพ นักศึกษาปริญญาโท เรียนจริงทำจริง

หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดงานสัมมนาวิชาการภายใต้หัวข้อ "CONTENT TO COMMERCE: การสร้างตัวตนและพลังครีเอเตอร์ สู่การสื่อสารการตลาดยุคดิจิทัล" ภายใต้รายวิชา CA607 สัมมนาประเด็นการสื่อสารการตลาดดิจิทัล ซึ่งเปิดโอกาสและมอบหมายให้นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติจริงในทุกขั้นตอน โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก อาจารย์ ดร.การดา ร่วมพุ่ม ผู้อำนวยการหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต และ อาจารย์ ดร.พันธกานต์ ทานนท์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิเทศศาสตร์ DPU ร่วมเป็นประธานเปิดงาน โดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาแสวงหาความรู้จากผู้เชี่ยวชาญเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างรายได้ และสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพต่อสังคม เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ณ ห้องประชุมสัจจา เกตุทัต


นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับความร่วมมืออันดีจากพันธมิตรภาคเอกชนและองค์กรชั้นนำ ได้แก่ แบรนด์พญาไท ไลฟ์ (Phyathai Life), ชบาโคโค (CHABA COCO), แลคตาซอย (Lactasoy), ธนาคารยูโอบี (UOB) และบริษัท ทเว้นตี้ ไนน์ เฟบ ฮอลิเดย์ จำกัด (29Feb Holiday) ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยสีสัน ควบคู่ไปกับการเติมเต็มองค์ความรู้ และสะท้อนถึงศักยภาพการบริหารจัดการในระดับมืออาชีพได้อย่างลงตัว

สำหรับเนื้อหาการเสวนาเป็นไปอย่างเข้มข้น ด้วยจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ นำโดย คุณซอฟ (รษิกา พาณีวงศ์) CEO & Founder บริษัท อิวานเจลีน กรุ๊ป จำกัด และผู้แทนสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย (Thailand Content Creator Association: TCCA) พร้อมด้วย คุณภูเขา (พิชฌ์พสุภัทร วงศ์อำไพ) และ คุณบุญรอด (บุญรอด อารีย์วงษ์) คู่หูคอนเทนต์ครีเอเตอร์เจ้าของช่อง Poocao Channel ซึ่งโด่งดังจากการทำคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ที่เต็มไปด้วยพลังบวก มิตรภาพ และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับความหลากหลายทางเพศและผู้พิการ และอาจารย์ตั้ม (รังสรรค์ พงษ์สุน) อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ DPU ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การตลาดดิจิทัล โดยมี คุณฮิปโป-ฉันท์ชนะ ยิ้มสาย และ คุณฝ้าย-บุญธิดา ชินวงษ์ บิวตี้บล็อกเกอร์และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังเป็นผู้ดำเนินรายการเพื่อถ่ายทอดบทเรียน และแนวทางปฏิบัติที่คนทำงานสายนี้สามารถนำไปลงมือทำตามได้ทันที

โดย คุณซอฟ ได้เผยถึงแนวทางการรับมือกับปัญหาที่ครีเอเตอร์ทุกคนต้องเจออย่างเรื่องอัลกอริทึมและยอดวิวตก โดยแนะนำให้ "ปล่อยใจดูบ้าง" เพื่อไม่ให้หมดไฟ สิ่งสำคัญที่เป็นทางออกคือการหันกลับมาโฟกัสที่การค้นหาจุดดีหรือจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แล้วมุ่งสร้างสรรค์เนื้อหาไปที่กลุ่มเป้าหมายที่มีทัศนคติตรงกัน เพราะยอดวิวอาจมีความผันผวน แต่ความเชื่อใจของฐานคนดูที่แท้จริงจะทำให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ คุณซอฟยังได้เน้นย้ำแนวคิดการสร้างตัวตนว่า "หาจุดดีของตัวเอง หา Target Audience ที่เขาเชื่อมั่น แล้วมี Attitude ที่ตรงกัน" พร้อมกับชี้ให้เห็นถึงความจริงในโลกออนไลน์เพิ่มเติมด้วยว่า “ความสำเร็จไม่มีทางลัด” ทุกอย่างต้องใช้เวลาในการสะสมความเชี่ยวชาญและต้องอาศัยวินัยในการลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ

ขณะที่ คุณภูเขา และ คุณบุญรอด ได้สะท้อนมุมมองการเชื่อมโยงคอนเทนต์สู่เชิงพาณิชย์ในการทำงานร่วมกับแบรนด์ว่า ครีเอเตอร์และแบรนด์ต้องทำงานร่วมกันโดยเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์เป็นผู้ "ดีไซน์รูปแบบคอนเทนต์ของตัวเอง" เพื่อให้ข้อความทางการตลาด หรือ Message เหล่านั้นถูกส่งต่อไปยังกลุ่มคนดูได้อย่างลื่นไหลและเป็นธรรมชาติที่สุด ซึ่งวิธีนี้จะช่วยรักษาความจริงใจไว้ได้ แม้ผู้บริโภคในปัจจุบันจะรู้เท่าทันว่าเป็นงานโฆษณา แต่ผู้บริโภคก็ยังเลือกที่จะเชื่อใจและยอมรับในสิ่งที่ครีเอเตอร์นำเสนอ เพราะเนื้อหาไม่ได้ทำลายจุดยืนหรือค่านิยมของช่อง

นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังได้เน้นย้ำถึงแนวทางความยั่งยืนอีกว่า ครีเอเตอร์ควรให้ความสำคัญกับการสร้าง Community หรือหรือชุมชนของผู้ติดตามของตัวเองให้แข็งแกร่ง เพราะพลังของชุมชนคือ สิ่งที่จะช่วยให้ยืนหยัดอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ได้อย่างยาวนาน มากกว่าการไปโฟกัสแค่เรื่องของตัวเลขยอดวิวเพียงอย่างเดียว

ทางด้าน อาจารย์ตั้ม ได้เจาะลึกแนวทางปฏิบัติเสริมสำหรับนักการตลาดและคนทำคอนเทนต์ เพื่อให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงในยุคที่เว็บเบราว์เซอร์รวมถึงระบบสืบค้นข้อมูลในโลกออนไลน์กำลังเปลี่ยนไป โดยแนะนำให้ผู้ประกอบการและครีเอเตอร์เปลี่ยนมุมมองต่อการทำ SEO รูปแบบเดิมๆ ที่มุ่งเน้นเพียงแค่คำค้นหาทั่วไป แล้วหันมาให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพของเนื้อหาด้วยการใส่ใจข้อมูลที่มีความลึกซึ้งและตอบโจทย์ผู้ใช้งานอย่างตรงจุด

โดยขั้นตอนการทำงานของระบบและพฤติกรรมนี้ อาจารย์ตั้ม อธิบายเพิ่มเติมว่า "คนทำ SEO จำเป็นจะต้องฝังอะไรแบบนี้ไว้ในคอนเทนต์ เพื่อให้ระบบมันไป Suggest แนะนำต่อขึ้นในเบราว์เซอร์หรือช่วยแนะนำข้อมูลที่ตรงกับสิ่งที่ผู้บริโภคกำลังค้นหาอยู่ได้ทันที" นอกจากนี้ ยังระบุถึงปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาควบคู่กันคือ พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันที่นิยมเสพคอนเทนต์ในลักษณะวิดีโอสั้นและต้องการความเรียลหรือความสมจริงที่จับต้องได้ ครีเอเตอร์จึงจำเป็นต้องปรับเนื้อหาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงเพื่อรักษาการมีส่วนร่วมของผู้ชม

สำหรับประเด็นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาเป็น “ผู้ช่วย” เพื่อการประหยัดแรงงานในการผลิตชิ้นงาน ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 4 ท่าน ต่างให้ความเห็นตรงกันว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือประมวลผลจากฐานข้อมูล “AI Draft – Human Craft” แต่สิ่งที่ครีเอเตอร์ยุคนี้ต้องดึงออกมาให้ได้คือ "ความเป็นมนุษย์" หรือ “Humanity” โดยการใส่ประสบการณ์ ความรู้สึกหรืออินเนอร์ และมุมมองเฉพาะตัวลงไปในผลงาน เนื่องจากเป็นสิ่งเดียวที่ระบบอัตโนมัติไม่สามารถลอกเลียนแบบได้

อย่างไรก็ดี ในช่วงท้ายเหล่าผู้เชี่ยวชาญยังเน้นย้ำว่า ระบบประมวลผลอัตโนมัติยังมีข้อจำกัดเรื่องความเสถียรและอาจมีความผันผวนของชุดข้อมูล ครีเอเตอร์ยุคใหม่จึงจำเป็นต้องเร่ง Upskill ยกระดับทักษะ และเรียนรู้ทักษะการใช้งาน เพื่อให้มีทักษะในการตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำเนื้อหาไปใช้งานจริงเพื่อลดความผิดพลาดในการสื่อสารสู่สาธารณะ ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอให้มีความกระชับ เรียล และสดใหม่อยู่เสมอ

สำหรับงานสัมมนาดังกล่าวยังเป็นเสมือนเวทีปล่อยของที่สะท้อนการเรียนรู้ภาคปฏิบัติของหลักสูตรได้อย่างชัดเจน โดย นางสาวณภัคจิรา รินฤทธิ์ หรือ เนย ประธานรุ่นและนักศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ควบดีกรีนักกีฬายูโดทุนมหาวิทยาลัย เปิดใจถึงเบื้องหลังการทำงานว่า  เป็นการเรียนรู้แบบเรียนจริงทำจริงที่คุ้มค่ามาก เพราะนักศึกษาได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มเขียนโครงการ ประสานงานเชิญวิทยากร ไปจนถึงการควบคุมหน้างานจริง ซึ่งการทำงานสเกลใหญ่ขนาดนี้ทำให้ต้องเจออุปสรรคไม่คาดฝันหลายอย่าง ทั้งเรื่องข้อจำกัดของเวลา และปัญหาสัญญาณอุปกรณ์ต่าง ๆ เกิดการสะดุด 

นอกจากนี้ นางสาวณภัคจิรา ยังระบุว่า การผ่านโจทย์อันท้าทายมาได้ทำให้นักศึกษาได้พัฒนาตัวเองไปอีกขั้น อีกทั้งการได้เผชิญหน้าและช่วยกันแก้ปัญหาภายใต้สถานการณ์จริงตรงนั้น ยังทำให้นักศึกษาได้ “ค้นพบศักยภาพในตัวเอง” และได้ฝึกทักษะการทำงานเป็นทีม ตลอดจนสร้างความมั่นใจก่อนที่จะก้าวออกไปทำงานในโลกของความเป็นจริงได้อย่างดีเยี่ยม

นางสาวณภัคจิรา ยังชื่นชมตัวหลักสูตรนิเทศฯ ของ DPU ว่ามีความทันสมัย ยืดหยุ่น และก้าวทันพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมระบุว่า "สิ่งที่ประทับใจมากคือหลักสูตรที่นี่มีการปรับปรุงเนื้อหาให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญคือเน้นการทำเวิร์กชอปที่เข้มข้น ทำให้เรามั่นใจว่าจะสามารถนำความรู้เหล่านี้ไปใช้ต่อยอดอาชีพได้จริง”

เหนือสิ่งอื่นใด การดูแลเอาใจใส่จากคณาจารย์ DPU อย่างใกล้ชิดและพร้อมเปิดใจรับฟังคำปรึกษาตลอดเวลา คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเลือกเรียนต่อในระดับปริญญาโทที่ DPU โดยเจ้าตัวยังตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะนำความรู้และทักษะด้านการสื่อสารรอบด้านที่ได้เรียน ไปใช้ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในด้านความสามารถพิเศษและการทำงาน เพื่อปูทางสู่ความสำเร็จและสร้างอนาคตในสายอาชีพที่มั่นคงต่อไป

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top