วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2569 ในวาระแรกว่า ที่ผ่านมา ประเทศไทย และหลายประเทศ ประสบวิกฤตเศรษฐกิจ ตั้งแต่สงครามตะวันออกกลาง ความผันผวนราคาพลังงาน ซึ่งเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต ทำให้ค่าครองชีพ และต้นทุนสูง ประชาชนได้รับผลกระทบ จนเป็นวิกฤตปากท้อง และเมื่อปีที่แล้ว ประเทศไทยประสบวิกฤตชายแดน และวิกฤตน้ำท่วม รวมถึงปีนี้ก็ได้ส่อว่า จะวิกฤตภัยแล้งแล้ว แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัด รัฐบาลจึงได้พยายามบริหารจัดการ ใช้ทุกเครื่องมือ ดูแลและเยียวยาประชาชน แต่งบประมาณ มีจำกัดและต้องพยายามรักษาความสมดุล แต่การที่มูดี้ส์ยก ไทย เป็นประเทศรับมือภาวะเศรษฐกิจโลกได้ดี พร้อมปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือเศรษฐกิจไทยจากเชิงลบสู่ มีเสถียรภาพ ก็พิสูจน์แล้วว่า การดำเนินการเป็นไปตามวินัยการเงินการคลัง
นายเอกนิติ ยังระบุว่า ตัวเลขที่เศรษฐกิจไทยเติบโต และงบประมาณที่ตนเร่งรัดการเบิกจ่าย ข้อมูลได้พิสูจน์แล้วว่า อัตราการเบิกจ่ายสูงกว่าหลายปีที่ผ่านมา และตัวเลขเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 การลงทุนภาครัฐโดย 13% ไตรมาสที่ 2 โต 9.4% และข้อมูลล่าสุด โตกว่า 10% ดังนั้น จึงต้องรักษาสมดุลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และดูแล เยียวยาประชาชน พร้อมย้ำว่า งบประมาณเม็ดเงินที่เหลือ จำเป็นต้องโอนงบประมาณมาเป็นงบกลางสำรองฉุกเฉิน สำหรับวิกฤตพลังงานและภัยแล้ง ที่รัฐบาลต้องมีงบประมาณดูแลประชาชน และย้ำว่า ช่วงที่ตนได้ดำเนินการไปพิสูจน์แล้วว่า เศรษฐกิจไทยกลับมาฟื้นตัวกว่าที่หลาย ๆ คนคาดการณ์ และทำให้ขีดความแข่งขันประเทศไทยดีขึ้น
“ผมขอบคุณทุกข้อสังเกต และยืนยันว่า รัฐบาลจะใช้งบประมาณขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฟื้นฟูการแข่งขันของประเทศ ดูแลเยียวยาประชาชน ซึ่งกรรมาธิการฯ จะได้นำความเห็นไปประกอบการพิจารณาในการปรับแก่ต่อไป” นายเอกนิติ กล่าวทิ้งท้าย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี