542.jpg
รองนายกฯ ยศชนันท์ ประชุมบอร์ด กฟก. มอบนโยบายภารกิจ 2 ด้าน แก้หนี้ควบคู่ฟื้นฟูอาชีพ พร้อมเห็นชอบเดินหน้า ปคน. 4 แบงก์รัฐ และซื้อทรัพย์คืนเกษตรกร 228 ไร่

รองนายกฯ ยศชนันท์ ประชุมบอร์ด กฟก. มอบนโยบายภารกิจ 2 ด้าน แก้หนี้ควบคู่ฟื้นฟูอาชีพ พร้อมเห็นชอบเดินหน้า ปคน. 4 แบงก์รัฐ และซื้อทรัพย์คืนเกษตรกร 228 ไร่

วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 09.39 น.
Tag :

วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 น. ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะประธานกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุม 301 ชั้น 3 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นางวรรณี มหานีรานนท์ เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ทำหน้าที่กรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วยคณะกรรมการกองทุน ผู้บริหารสำนักงาน และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม 
 
ในโอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ประธานกองทุนฯ ได้มอบนโยบายให้สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานตามภารกิจของกองทุนให้ครบถ้วนและสมดุลทั้ง 2 ด้าน ได้แก่ การจัดการหนี้ และการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร เนื่องจากปัญหาของภาคเกษตรถือเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน พร้อมย้ำว่าการช่วยเหลือเกษตรกรต้องดำเนินการอย่างเหมาะสม และทั่วถึง พร้อมสนับสนุนทั้งด้านนโยบายและงานวิชาการที่เกี่ยวข้อง
 
สำหรับวาระเพื่อทราบ ที่ประชุมรับทราบ ผลการดำเนินงานสำคัญของสำนักงาน ประกอบด้วย ผลการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และ ผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 รวมทั้งรับทราบ ความคืบหน้าการดำเนินโครงการปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรสมาชิกกองทุน ประเภทหนี้สหกรณ์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร นอกจากนี้ ยังรับทราบผลการเข้าร่วมงานเสวนา ภายใต้โครงการ ติดปีกดิจิทัลเพื่อเกษตรไทย ซึ่งมุ่งยกระดับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการตลาดออนไลน์
 
ส่วนวาระเพื่อพิจารณา ที่ประชุมมีมติอนุมัติ ในประเด็นสำคัญ ดังนี้
 
เห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจริยธรรมของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร 
 
รับทราบผลการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย กรณีการยกเว้นค่าบริการ (ดอกเบี้ย) และค่าปรับของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พร้อมเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการยกเว้นค่าบริการ (ดอกเบี้ย) และค่าปรับ และมอบหมายให้สำนักงานกองทุนฯ ร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกาและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการยกร่างพระราชกฤษฎีกาการลดหนี้ดอกเบี้ยและค่าปรับที่คงค้างให้แก่เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
 
รับทราบแนวทางดำเนินโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ลูกหนี้ธนาคารของรัฐ 4 แห่ง ในระยะที่ 1 และมอบหมายให้สำนักงานเสนอคืนกรอบวงเงินชดเชยคงเหลือ 1,847.67 ล้านบาท และจัดทำโครงการระยะที่ 2 เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย 18,061 ราย พร้อมจัดทำกรอบวงเงินชดเชยเพื่อเสนอคณะกรรมการและคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
 
เห็นชอบการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อดำเนินการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแทนตำแหน่งที่ว่าง ประกอบด้วย นายประสิทธิ์ บัวทอง นายยศวัจน์ ชัยวัฒนสิริกุล นางสาวภัคสุภรณ์ สวัสดิ์ศรี และนางพจมาน สุขอำไพจิตร
 
เห็นชอบให้คณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกรดำเนินการจัดการหนี้ ให้แก่เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนหนี้ระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2568 – 30 มิถุนายน 2569 ตามมาตรา 37/9 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครอบคลุมเกษตรกร 18,334 ราย จำนวน 54,328 บัญชี คิดเป็นมูลหนี้รวม 15,880,124,554.49 บาท
 
เห็นชอบรายชื่อเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่เป็นหนี้ NPA (เพิ่มเติม) จำนวน 42 ราย และอนุมัติให้สำนักงานดำเนินการซื้อทรัพย์ NPA คืนให้แก่เกษตรกร จำนวน 53 แปลง จำนวน 228 ไร่ วงเงินที่กองทุนชำระค่าซื้อทรัพย์รวม ไม่น้อยกว่า 34,525,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2555 เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาใช้ประโยชน์จากที่ดินทำกินและประกอบอาชีพได้อีกครั้ง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top