543.jpg
‘เอกนิติ’ ปิดจ็อบศึกษา ‘แลนบริดจ์’ ชงยุติโครงการฯเซฟงบประมาณแผ่นดิน

‘เอกนิติ’ ปิดจ็อบศึกษา ‘แลนบริดจ์’ ชงยุติโครงการฯเซฟงบประมาณแผ่นดิน

วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.40 น.
Tag :

"เอกนิติ” สรุปผลศึกษาชงยุติเมกะโปรเจกต์ "แลนด์บริดจ์" ปิดจ๊อบก่อนครบ 90 วัน สร้างบรรทัดฐานใช้ข้อมูลตัดสินใจ หลังผลศึกษาชี้ชัดไม่คุ้มทุน NPV ติดลบกว่าหมื่นล้านบาท แถม 9 ใน 10 สายเรือยักษ์ใหญ่ของโลกมีพันธมิตรอื่นแล้ว ศึกษาอัปเกรดท่าเรือระนองควบเชื่อมทางรถไฟแทน เลี่ยงการสร้างภาระหนี้ก้อนโตให้ประเทศในอนาคต

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาในสังคมไทยเกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับ“โครงการแลนด์บริดจ์” เมกะโปรเจกต์ใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ว่ารัฐบาลควรเดินหน้าก่อนสร้างโครงการนี้หรือไม่ มีทั้งผู้สนับสนุนและคัดค้านโครงการ โดยฝั่งที่สนับสนุนกล่าวถึงโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่ฝ่ายที่คัดค้านตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า ผลกระทบต่อธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม


เนื่องจากโครงการนี้มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับหลายส่วนแม้จะเคยมีผลการศึกษาในอดีตแต่ต้องมีการศึกษาโครงการใหม่อย่างรอบด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมมว.มหาด จึงได้มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้มีการตั้ง คณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่าง อ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ขึ้นมา โดยมอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลังเป็นประธานคณะกรรมการ มีกรอบระยะเวลาทำงาน 90 วัน

การทำงานของคณะกรรมการชุดนี้นายเอกนิติในฐานะประธานได้มีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของคณะอนุกรรมการชุดต่างๆอยู่เป็นระยะ ที่สำคัญมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ในสาขาต่างๆที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เข้ามาทำงานร่วมกันทั้งหน่วยงานราชการ นักวิชาการ และภาคประชาชน โดยมีการนำเอาข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงต่างๆมาวิเคราะห์อย่างรอบด้านว่าโครงการนี้มีความเหมาะสมที่จะดำเนินการต่อไปหรือไม่ จนในที่สุดคณะกรรมการฯได้ข้อสรุปสามารถสรุปผลการศึกษาเพื่อส่งให้นายกรัฐมนตรีได้ก่อนกรอบระยะเวลา 90 วัน

ในการแถลงข่าวของคณะกรรมการฯเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมานำโดยนายเอกนิติถือว่าได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ในการบริหารประเทศโดยตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลทางวิชาการอย่างรอบด้าน โดยประกาศยุติโครงการแลนด์บริดจ์ที่ดำเนินการในรูปแบบเดิม เพื่อปกป้องประเทศจากความเสี่ยงทางการคลัง และผลกระทบหลายด้านที่อาจกลายเป็นภาระของประเทศในอนาคต

หัวใจสำคัญที่น่าชื่นชมคือการที่คณะกรรมการฯที่ใช้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันในการคำนวณความคุ้มค่าของโครงการ เมื่อพบว่าสมมุติฐานทางเศรษฐกิจเปลี่ยนเนื่องจากอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจโลกภายหลังจากเกิดภาวะสงครามตะวันออกกลางจะชะลอตัวลง การขนส่งสินค้าทางเรือไม่ได้มากเท่าเดิม ทำให้ผลตอบแทนทางการเงินของโครงการมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่คำนวณมูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) ได้ 637,713 ล้านบาท ปรับลดลงเป็นติดลบที่ 10,287 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าโครงการฯ มีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและปริมาณสินค้าในระดับที่สูงมาก โครงการจึงมีความเป็นไปได้ทางธุรกิจในระดับต่ำ ถ้าประเทศไทยฝืนสร้างต่อไปนอกจากโครงการจะไม่คุ้มทุน อาจจะก่อให้เกิดภาระงบประมาณและความเสี่ยงจากหนี้สินของประเทศที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนั้นข้อมูลที่คณะกรรมการได้จากการสอบถามจากสายเรือขนาดใหญ่ระดับโลกพบว่า 9 ใน 10 รายได้ไปลงทุนในโครงการอื่นหรือจับมือกับพันธมิตรในประเทศอื่นที่มีการลงทุนในโครงการที่คล้ายกับโครงการแลนด์บริดจ์หมดแล้ว เหลือผู้เล่นเพียงรายเดียวที่มีส่วนแบ่งการตลาดน้อย หมายความว่าหากไทยสร้างแลนด์บริดจ์เสร็จเรือสินค้าส่วนใหญ่ก็จะไม่ได้เข้ามาใช้บริการอยู่ดี กลายเป็นความเสี่ยงที่ไทยจะขาดทุนจากโครงการนี้สูงมาก

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ต้องชื่นชมคือการตัดสินใจของคณะกรรมการฯที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง และพื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลกที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วมองเห็นว่ามูลค่าของป่าชายเลนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกนั้นประเมินค่าไม่ได้ การฝืนทำโครงการอาจทำให้ไทยเสียโอกาสในการขึ้นทะเบียนมรดกโลกสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มองไกลกว่าตัวเงิน แต่เป็นการรักษาทรัพยากรทางธรรมชาติให้แก่ลูกหลานไทย

การถอยโครงการแลนด์บริดจ์ครั้งนี้ไม่ใช่การละทิ้งภาคใต้ แต่เป็นการปรับเข็มทิศการลงทุนใหม่ให้ตรงจุดซึ่งคณะกรรมการได้เสนอทางออกที่มีประสิทธิภาพและใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าให้กับรัฐบาลกว่า ด้วยการสั่งการให้ศึกษาการพัฒนาท่าเรือระนอง ที่มีอยู่เดิมให้เต็มศักยภาพ พร้อมเร่งเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟ (Missing Link) เพื่อเชื่อมโยงสินค้าจากจีนและท่าเรือฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นแนวทางที่ตอบโจทย์ความต้องการจริงของภาคเอกชนโดยไม่ต้องแบกความเสี่ยงระดับล้านล้านบาท

การทำงานของคณะกรรมการฯที่นำโดยนายเอกนิติในครั้งนี้ทำให้เห็นบทเรียนที่สำคัญในการว่าการวางแผนลงทุนโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานของประเทศต้องพิจารณาข้อมูลต่างๆให้รอบด้านก่อนเริ่มที่จะตัดสินใจลงทุน ขณะที่การตัดสินใจพับแผนเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่บนความถูกต้องทางวิชาการ และการรับฟังเสียงสะท้อนจากสังคมอย่างรอบด้านเช่นนี้ สามารถช่วยเซฟงบประมาณแผ่นดิน และสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลชุดนี้บริหารงานด้วยการรับฟังความคิดเห็นและข้อมูลที่ถูกต้องอย่างรอบด้านเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ และประชาชนคนไทยทุกคน อย่างแท้จริง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top