Logo วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / ในพระราชสำนัก
พระบรมฯบำเพ็ญกุศล  ‘สัตตมวาร’  ครบ7วันเสด็จสวรรคต

พระบรมฯบำเพ็ญกุศล ‘สัตตมวาร’ ครบ7วันเสด็จสวรรคต

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag : สัตตมวาร ครบ7วันเสด็จสวรรคต
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

พระบรมฯบำเพ็ญกุศล

‘สัตตมวาร’

ครบ7วันเสด็จสวรรคต

สนช.จ่อถกสืบสันตติวงศ์

หลัง‘ครม.’ส่งเรื่องขึ้นมา

ตั้ง‘ธานินทร์’ปธ.องคมนตรี

‘ยูเนสโก’เชิดชูพระเกียรติ

เมื่อเวลา 07.05 น. วันที่ 19 ตุลาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ในวันที่หกของพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

การนี้ทรงถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนวารเป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์ แสดงปางห้ามญาติหรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ภายใต้นพปฏลมหาเศวตฉัตร จากนั้นประเคนสำรับภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ 8 รูป จากวัดสุทัศน์เทพวรารามวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร สำหรับพระภิกษุสงฆ์ทั้ง 8 รูปได้สวดพระอภิธรรมตั้งแต่ค่ำเวลา 18.00 น.ถึง 07.00 น.ของวันถัดมา

ต่อมา เวลา 11.00น.หม่อมราชวงค์สมโภช ชุมพล ทรงเป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระบรมฯบำเพ็ญพระราชกุศล7วัน

ต่อมาเวลา 17.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯทรงบําเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวารพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงวางพวงมาลาของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ และพวงมาลาส่วนพระองค์ แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ชาวพนักงานประโคม มโหระทึก สังข์ แตรฝรั่ง แตรงอน ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศพระบรมศพ ถวายความเคารพ แตรวงบรรเลง เพลงสรรเสริญพระบารมี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปที่หน้าพระแท่น มหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบ ถวายอนุโมทนา เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งยังอาสนะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระราชาคณะ ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนาจบ พระ 4 รูปสวดธรรมคาถา แล้วทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา เสด็จฯทรงจุดธูปเทียนที่เตียงพระสวด พระอภิธรรม เสด็จฯกลับ

ทั้งนี้ วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม เวลา 10.30 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยและเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปที่หน้าพระแท่น มหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30รูป ที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อน สวดถวายพรพระ จบ ทรงประเคนภัตตาหาร พระสงฆ์รับพระราชทานฉันเสร็จแล้ว ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งยังอาสนะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระราชาคณะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา จบ พระ 4รูป สวดธรรมคาถาแล้วทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา แล้วทรงทอดผ้าไตรพระสงฆ์อีก 89รูป เท่าพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา เสด็จฯกลับ

พสกนิกรหลั่งไหลไว้อาลัย

สำหรับบรรยากาศบริเวณพระบรมมหาราชวัง ประชาชนจากทั่วสารทิศยังคงเดินทางมารอเข้าแถวด้านประตูวิเศษไชยศรี เพื่อเข้าไปยังศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและลงนามไว้อาลัย ส่วนบริเวณท้องสนามหลวง มีจิตอาสาทั้งของภาครัฐ เอกชนและกลุ่มประชาชน ร่วมกันตั้งเต็นท์เพื่อแจกจ่ายอาหารเครื่องดื่ม ตลอดจนยาดม ลูกอมให้ผู้ที่เดินทางมาร่วมแสพงความไว้อาลัยและถวายสักการะพระบรมศพเหมือนเดิม

ครัวทบ.ทำอาหารแจกปชช.

ส่วนบริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ที่เต็นท์อำนวยการกองทัพบก มีประชาชนจำนวนมาก เข้าแถวรับอาหาร ภายในเต็นท์อำนวยการมี พล.ท.พิษณุ บุญรักษา หน่วยพธ.ทบ.และทหารจากกองพลาธิการร่วมตักอาหารแจกประชาชน

พล.ท.พิษณุกล่าวว่า กองทัพบกนำอาหาร และเครื่องดื่มมาแจกประชาชน 2 ช่วงคือเที่ยงและเย็น รองรับประชาชนได้วันละ 5,000 คนหรืออาจมากกว่านั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ กองทัพบกได้รับการประสานจากภาคเอกชนว่าจะสนับสนุนเรื่องอาหารและน้ำดื่มหลายหน่วยงานจึงต้องจัดเรียงลำดับการนำสิ่งของและทุนทรัพย์เข้ามาสนับสนุน โดยจะแจกจ่ายอาหารทุกวันจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากผู้บังคับบัญชา

‘ปนัดดา’นำขรก.ตักบาตร

ขณะเดียวกันหน่วยงานภาครัฐและเอกชน พร้อมใจทำบุญตักบาตรเนื่องในโอกาสบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (7 วัน) ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 10 รูป จากวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เนื่องในโอกาสบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร 7 วัน หน้าสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ข้าราชการร่วมพิธีจำนวนมาก พร้อมกันนี้ได้กล่าวแสดงความอาลัยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ และนำข้าราชการยืนไว้อาลัยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วย ขณะที่ข้าราชการบางคนร่ำไห้ออกมาเป็นระยะ

ปปช.-ผู้ว่าฯกทม.ร่วมทำบุญ

เช่นเดียวกับ ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

พล.ต.อ วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.นำกรรมการ ป.ป.ช. ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ร่วมพิธีน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และทำพิธีบำเพ็ญกุศลถวายภัตตาหารเพลถวายเป็นพระราชกุศล ครบกำหนดสัตตมวาร 7วัน ที่วัดบัวขวัญ พระอารามหลวง จ.นนทบุรี

ส่วนที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้างพร้อมสมาชิกสภากรุงเทพฯ และประชาชนทั่วไป ร่วมตักบาตรพระสงฆ์ 188 รูป จากวัดต่างๆทั่วกทม.

จัดห้องประทับเป็นพิพิธภัณฑ์

อีกด้านหนึ่ง มีหลายหน่วยงานเตรียมการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลเปิดเผยว่า คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล จะจัดสวดพระอภิธรรมถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคมเป็นต้นไป ในเวลา 15.00-16.00 น. ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งประชาชนสามารถเข้าร่วมพิธีได้ ส่วนห้องประทับรักษาพระอาการประชวรนั้น รพ.ศิริราชตั้งใจเก็บรักษาไว้เพื่อจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ แต่คงต้องหารือและขออนุญาตจากสำนักพระราชวังก่อน นอกจากนี้ ยังตั้งใจสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วย แต่ต้องประสานสำนักพระราชวังเพื่อขออนุญาตเช่นกัน เนื่องจากพระองค์เสด็จพระราชดำเนิน และศิริราชได้ถวายการรับใช้มาตลอดนานกว่า 20 ปี

ยูเนสโกยกในหลวงเป็นแบบอย่าง

ขณะเดียวกัน องค์กรระหว่างประเทศและบุคคลสำคัญต่างเดินทางไปยังสถานทูตไทยประจำประเทศต่างๆ เพื่อร่วมถวานสักการะ ลงนามแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางอิรินา โบโกวา ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ( ยูเนสโก ) เดินทางมายังสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส เพื่อลงนามถวายความอาลัยและถวายสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารของยูเนสโกออกแถลงการณ์ยกย่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีสาระสำคัญว่า พระองค์ทรงสร้างประวัติศาสตร์แห่งศตวรรษ ในด้านวัฒนธรรมและการศึกษา ทรงทุ่มเทปฎิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อยกระดับพัฒนาความเป็นอยู่ของพสกนิกร โดยไม่ทรงคำนึงถึงความเหน็ดเหนื่อย นอกจากนี้ การที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระอุปนิสัยและพระราชจริยวัตรศึกษาหาความรู้ในศาสตร์หลายแขนงตลอดเวลา ถือเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่ายิ่งให้กับการทำงานของยูเนสโก

นายกฯดูสถานการณ์สนามหลวง

ยังคงมีความเคลื่อนไหวของรัฐบาล เตรียมจัดงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช การอำนวยความสะดวกให้ประชาชนจากทั่วสารทิศที่ตั้งใจเข้ามาถวายสักการะ แสดงความไว้อาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เดินทางมารับฟังรายงานสรุปและติดตามสถานการณ์ภาพรวม โดยมีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. และพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำการดูแลประชาชน โดยเฉพาะ เด็ก คนชราและผู้พิการ รวมทั้งแก้ปัญหาคนหาย ให้เจ้าหน้าที่ทำงานร่วมกัน หลังประชุม นายกฯกล่าวว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดี มีการประสานงานเป็นที่น่าพอใจ ขอบคุณเจ้าหน้าที่และประชาชนทุกคน

ชาวบ้านโผกอดขอให้อยู่ต่อ

จากนั้นนายกฯเดินเยี่ยมชมพร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆที่มาอำนวยความสะดวกให้ประชาชน รวมทั้งประชาชนที่มารอร่วมแสดงความอาลัย ระหว่างนั้นมีประชาชนบางคนโผเข้าสวมกอดนายกฯและร่ำไห้ พร้อมให้กำลังนายกฯให้สู้ๆ ให้อยู่ทำงานต่อ ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนว่า “ให้ช่วยกันดูแลรักษาบ้านเมือง เพราะปีหน้าผมอยู่อีกแค่ปีหนึ่ง” 

สั่งกรมสารนิเทศแจงทูตตปท.

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวหลังประชุมร่วมกับรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ผู้อำนวยใหญ่บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีว่า ได้หารือแนวทางประชาสัมพันธ์หรือการให้ข่าวตามข้อสั่งการของนายกฯ โดยในส่วนกระทรวงการต่างประเทศอาจมีเพิ่มกรณีสื่อต่างประเทศหรือชาวต่างประเทศไม่เข้าใจขนบธรรมเนียมประเพณีของคนไทย เวลาเสนอรายการหรือเขียนข่าวอาจไม่ตรงกับความจริง ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะเมื่อมีการเอาไปเทียบกับธรรมเนียมของเขาที่พระมหากษัตริย์สวรรคตแล้วไม่เกิน 7 วันจะฝังพระบรมศพ จึงต้องให้กรมสารนิเทศแจ้งให้ทราบขั้นตอนซึ่งมี 3 ขั้นตอนคือ

1.การขึ้นรับราชสมบัติ ซึ่งจะมาเป็นลำดับแรก โดยจะมีเร็ววันนี้ 2.การถวายพระเพลิง ซึ่งจะเกิดขึ้นอีกประมาณ 1ปีหลังจากนี้ และ3.การบรมราชาภิเษก ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังการถวายพระเพลิงไปอีกระยะหนึ่ง โดยให้อธิบดีกรมสารนิเทศไปชี้แจงต่อทูตประเทศต่างๆ

ยันไทยยังมีพระมหากษัตริย์

“อย่างไรก็ตาม วันนี้ขั้นตอนที่ 1 ยังไม่เกิด เพราะรอเวลาตามพระราชปรารภของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยจะเกิดขึ้นแน่ในระยะเวลาหนึ่ง และนายกฯแจ้งแล้วว่าขอเวลาบำเพ็ญพระราชกุศลที่จะให้ประชาชนได้ถวายบังคมพระบรมศพระยะหนึ่ง ให้สมตั้งใจและรอคอย สิ่งเหล่านี้จะมาเองในเวลาอันสมควร ดังนั้น ที่ต่างประเทศไปออกข่าวกันว่าประเทศไทยไม่มีพระมหากษัตริย์นั้นไม่เป็นความจริง”นายวิษณุกล่าว

รอฟังมติครม.ปรับปฎิทินปี60

และว่า ส่วนกรณีหน่วยงานรัฐและเอกชนต้องทำปฏิทินสำหรับปี 2560 ล่วงหน้านั้น ขอให้รอรัฐบาล การกำหนดวันหยุดยังต้องรอ เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ 3-4 วัน แต่ขณะนี้ยังไม่สมควรเปิดเผย ต้องรอให้เป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)อย่างเป็นทางการ การกำหนดวันต่างๆช่วงนี้คงลำบาก รวมทั้งข้อปฏิบัติวันที่ 5 ธันวาคมต้องรอสักระยะหนึ่ง วันนี้ขอให้ตั้งหลักให้ได้ก่อน อย่าเพิ่งไปถึงวันนั้นเลย

‘ธานินทร์’ปฎิบัติหน้าที่ปธ.องคมนตรี

นายวิษณุยังกล่าวถึงกรณีผู้ปฎิบัติหน้าที่ประธานองคมนตรี หลังพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีต้องทำหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ไปพลางก่อนตามมาตรา 24 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2550 ที่ระบุ เมื่อประธานองคมนตรีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องไม่ปฏิบัติหน้าที่ประธานองคมนตรี โดยตามมาตรา 25 ให้คณะองคมนตรีเลือกองคมนตรีมาเป็นประธานฯชั่วคราว ซึ่งคณะองคมนตรีได้เลือกนายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี ให้ปฎิบัติหน้าที่ดังกล่าว เมื่อพล.อ.เปรมพ้นจากตำแหน่งผู้สำเร็จราชการฯก็จะกลับสู่ตำแหน่งประธานองคมนตรีโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีการโปรดเกล้าฯ

สนช.พร้อมถก‘สืบราชสันตติวงศ์’

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์

ถึงเรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ว่า รัฐบาลได้ประสานกันมาตลอด เพราะต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2550 มาตรา23 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปัจจุบันนั้น จะต้องมีกระบวนการที่ต้องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งให้สนช.ทราบถึงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงตั้งพระรัชทายาทเอาไว้ ซึ่งก็ต้องดำเนินการอย่างเป็นทางการด้วยมติ ครม. ถ้ามติครม.มาเมื่อใด สนช.ก็ต้องดำเนินการประชุมโดยรีบด่วน โดยสนช.ได้เตรียมพร้อมตลอดทุกวัน แม้กระทั่งวันนี้พรุ่งนี้ ซึ่งอย่าลืมว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดถึงนั้น ก็โยงไปถึงพระราชบัณฑูร ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารด้วย ดังนั้น จะต้องมีความสัมพันธ์กัน

ตั้ง“ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์”เป็นราชเลขาฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ให้ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ตำแหน่งรองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ให้ดำรงตำแหน่งราชเลขานุการ ในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ สำนักราชเลขาธิการ ตั้งแต่วันที่  6 ตุลาคม โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีรับสนองพระบรมราชโองการ

นายกฯสั่งปรับรายการ”คืนความสุขฯ”

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ปรับรูปแบบรายการ”คืนความสุขให้คนในชาติ”ที่ออกอากาศทุกคืนวันศุกร์ มาเป็นรายการ”ศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติอย่างยั่งยืน”โดยเนื้อหารายการ นายกฯจะพูดถึงการดำเนินงานของรัฐบาลที่เชื่อมโยงกับพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การบริหารประเทศของรัฐบาลจะทำภายใต้หลักการมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน รัฐบาลจะนำหลักการที่ทรงพระราชทานเอาไว้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและเรื่องอื่นๆมาให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลนำมาปฏิบัติตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม โดยออกอากาศหลังงานพระราชพิธี

พสกนิกรร่วมทำบุญครบสัตตมวาร

สำหรับบรรยากาศทั่วประเทศนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้า หลายจังหวัดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร 7 วันในการสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยในแต่ละพื้นที่ได้มีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนแต่งชุดไว้ทุกข์ นำข้าวสารอาหารแห้งมาทำบุญตักบาตรกันอย่างเนืองแน่น ส่วนในช่วงเย็นหลายจังหวัด ได้จัดให้มีการประกอบพิธีร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและถวายความอาลัย ที่สนามหน้าศาลากลาง ซึ่งถึงแม้ว่าในบางจังหวัดจะมีฝนตก แต่ประชาชนก็ไม่ได้ย่อท้อ ยังคงยืนหยัดจนเสร็จพิธี

ลงนามถวายความอาลัยต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน สถานที่ราชการและหน่วยงานต่างๆ ได้พร้อมใจกันลดธงครึ่งเสาและประดับอาคารสถานที่ด้วยผ้าแพรสีดำและสีขาวเพื่อน้อมถวายความอาลัย ส่วนที่ศาลากลางจังหวัดหลายแห่ง ที่ได้จัดจุดลงนามถวายความอาลัยต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ให้ประชาชนได้ร่วมลงนามถวายความอาลัย ยังคงมีข้าราชการและประชาชนเดินทางเข้ามาร่วมลงนามอย่างต่อนื่อง

องค์กรจีนสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ

ที่จ.อุดรธานี ผู้นำและคณะกรรมการ 10 องค์กรจีน 11 ตระกูลแซ่ และคณะกรรมการศาลเจ้าปู่ย่าอุดรธานีทุกสมัยจัดพิธีถวายเครื่องสักการะต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี บรรเลงโดยวงออร์เคสตร้าจีน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่บรรพบุรุษของชาวไทยเชื้อสายจีนได้มาอาศัยใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร โดยจะตั้งใจทำดี เจริญรอยตามพระยุคลบาท สืบสานพระราชปณิธาน พระราชดำรัสที่เคยพระราชทานไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย

ไทย-มาเลเซียร่วมถวายความอาลัย

ส่วนที่ด่านชายแดนวังประจัน ไทย- มาเลเซีย ต.วังประจัน อ.ควนโดน จ.สตูล ศูนย์กลางการจัดพิธีถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เชิญประชาชนทุกสาขาอาชีพ ประชาชนชายแดนไทย-มาเลเซีย รวมทั้งหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองบ้านวังเกลียน ขนส่ง ตำรวจและศุลกากรบ้านวังเกลียน ประเทศมาเลเซียเข้าร่วมพิธี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยขับร้องบทเพลงสรรเสริญพระบารมี การลงนามถวายความอาลัย นอกจากนี้ ด่านศุลกากรวังประจันได้แจกเข็มกลัดโบว์ติดเสื้อให้ประชาชนที่ผ่านช่องทางด่านชายแดนนี้ด้วย

พสกนิกร3ศาสนากล่าวสดุดี

ส่วนที่หน้าอาคารสำนักงานเทศบาลเมืองสุไหงโกลก จ.นราธิวาส ตัวแทนประชาชนที่นับถือศาสนาต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก กว่า 300 คน กล่าวสดุดีหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นภาษาไทย ภาษาจีน และภาษาอังกฤษ โดยสรุปว่า เราโชคดีที่มีในหลวง ซึ่งอุตส่าห์ฝ่าน้ำฝ่าดงเพื่อความเป็นอยู่ของประชาชน พวกเราขอเป็นข้ารองพระบาทตราบนานเท่านาน เพื่อชาติพวกเราจะทำความดีตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน

ยายวัย90ปีซาบซึ้งใส่บาตรในหลวง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 64/4 หมู่ 4 หมู่บ้านสิรารมย์ ซอย 1 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อติดตามหาบุคคลในภาพที่ก้มกราบพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างทรงผนวชและบิณฑบาต พบว่าบุคคลดังกล่าวคือ นางสุมน ภมรสูตร อายุ 90 ปี ในปีที่ใส่บาตรเป็นปี 2499 ขณะนั้นคุณยายมีอายุ 30 ปี อาศัยอยู่ที่ซอยกิ่งเพชร ถ.เพชรบุรี ขณะที่รอใส่บาตร มีขบวนตำรวจนำรถมาจอดและเห็นพระรูปหนึ่งลงมา เมื่อทราบว่าเป็นในหลวงก็ก้มลงกราบทันที ภาพนี้ถูกติดไว้กลางบ้านและในห้องนอนของนางสุมน ถือเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวนี้ รู้สึกปลื้มใจบอกไม่ถูก ยายติดตามข่าวในหลวงเป็นประจำ ท่านทรงงานมากมาย พอทราบว่าในหลวงสวรรคต ยายตัวชา อยากไปกราบพระบรมศพแต่ต้องรอให้คนลดน้อยลงหน่อย

“น้องอร”เผยสุดประทับใจได้เข้าเฝ้าฯ

 

ด้าน พ.ต.หญิงอุดมพร พลศักดิ์ หรือน้องอร อายุ 34 ปี นักกีฬายกน้ำหนักหญิงคนแรกของประเทศไทย ที่ได้เหรียญทองโอลิมปิกในการแข่งขันโอลิมปิก 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เปิดเผยว่า ได้เข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองโอลิมปิก เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2547 รู้สึกประทับใจ และดีใจที่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสใกล้ชิดพระองค์ ซึ่งพระองค์ตรัสสอนว่า คนเราเมื่อประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว ก็เปรียบเหมือนพระมหาชนกที่กว่าจะว่ายน้ำไปถึงฝั่งได้ต้องพากเพียรพยายามถึงสำเร็จ ทั้งนี้ ในหลวงทรงเป็นต้นแบบในเรื่องของความพอเพียง

 

 

 

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ศิริภา จวก รัฐหยุดเบี่ยงประเด็น จี้ถามน้ำมันหาย 57 ล้านลิตร

ปลัด มท. เผยผู้ว่าฯภาคเหนือประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉินไฟป่า หมอกควัน ฝุ่นละอองขนาดเล็ก 3 จังหวัด 17 อำเภอ

ผู้ตรวจการฯ รุดช่วยชาวสวน เร่งแก้ราคามะพร้าวดิ่งเหลือ 2 บาท

พีระพันธุ์ เดือด! ท้ากางผลงาน รมว.พลังงาน ใครทำมากกว่าผม? ซัดพวกดิสเครดิตคือ เดนมนุษย์

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved