วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569
3 เม.ย. 62 เวลา 14.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานเพลิงศพ พลตรี สำเริง ไชยยงค์ ม.ป.ช.,ม.ว.ม.,ท.จ.ว.,ภ.ป.ร. 5 ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร การนี้ เมื่อรถยนต์พระที่นั่งเทียบที่หลังพลับพลาอิศริยาภรณ์ เสด็จขึ้นพลับพลาอิศริยาภรณ์ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์ที่มุขหน้าพลับพลา พลอากาศโท ภักดี แสง-ชูโต รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพระราชพิธี กราบบังคมทูลเบิก นายสังคม ไชยยงค์ ผู้เป็นน้อง เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานผ้าไตร ไปทอดถวายพระสงฆ์บังสุกุลที่โกศศพ พระสงฆ์บังสุกุลลงจากเมรุแล้ว
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินขึ้นเมรุ ทรงหยิบกระทงข้าวตอกดอกไม้จากเจ้าพนักงานพระราชพิธีวางข้างโกศ ทรงหยิบธูปเทียนดอกไม้จันทน์จากเจ้าพนักงานพระราชพิธี ทรงจุดไฟที่ชนวนตำรวจวังชูถวาย พระราชทานเพลิง เสด็จลงจากเมรุไปประทับพระราชอาสน์ที่มุขหน้าพลับพลา สมควรแก่เวลา เสด็จฯ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ
ต่อมาเวลา 15.40 น. วันที่ 3 เมษายน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า และสถาบันการศึกษาทางทหารต่างประเทศ ประจำปีการศึกษา 2559-2560 ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา การนี้เสด็จเข้าสู่ห้องพิธี ศาลาดุสิดาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์ พลเอก นเรนทร์ สิริภูบาล ผู้บัญชาการสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เข้าเฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายสูจิบัตร พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตเบิกหัวหน้าสถาบันการศึกษา เพื่อกราบบังคมทูลรายงานผลการศึกษา และเบิกผู้สำเร็จการศึกษาเข้ารับพระราชทานกระบี่ และปริญญาบัตร พร้อมทั้งขอพระราชทานพระราชานุญาตให้ผู้สำเร็จการศึกษากราบบังคมทูลถวายสัตย์ปฏิญานตน และขอพระราชทานพระราโชวาท
.jpg)
พลโท สิทธิพล ชินสำราญ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า กราบบังคมทูลรายงานผลการศึกษาของผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาทางทหารต่างประเทศ ประจำปีการศึกษา 2559-2560 พร้อมทั้งผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาทางทหารต่างประเทศ ประจำปีการศึกษา 2554-2556 ที่ยังไม่ได้รับพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตร และขอพระราชทานพระราชานุญาตเบิกผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และจากสถาบันการศึกษาทางทหารต่างประเทศ ประจำปีการศึกษา 2554-2560 เข้ารับพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตร การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานกระบี่และปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาทางทหารต่างประเทศ ประจำปีการศึกษา 2554-2560 ที่รับราชการในหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 และ ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาทางทหารต่างประเทศ ประจำปีการศึกษา 2559-2560 จำนวน 328 ราย
จากนั้น เสด็จเข้าสู่ห้องรับรองที่ประทับ ประทับพักพระราชอิริยาบถ แล้วเสด็จออกจากห้องรับรองที่ประทับ ประทับพระราชอาสน์ พลเรือโทสุชา เคี่ยมทองคำ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ กราบบังคมทูลรายงานผลการศึกษาของผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือ และผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาทางทหารต่างประเทศ ประจำปี 2559 -2560 พร้อมทั้งผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาทางทหารต่างประเทศ ประจำปีการศึกษา 2558 ที่ยังไม่ได้รับพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตร และขอพระราชทานพระราชนุญาตเบิกผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือ และจากสถาบันการศึกษาทางทหารต่างประเทศ ประจำปีการศึกษา 2558-2560 เข้ารับพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตร การนี้ พระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือประจำปี 2559-2560 ที่รับราชการในหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 และผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือและจากสถาบันการศึกษาทางทหารต่างประเทศ ประจำปีการศึกษา 2558-2560 จำนวน 149 ราย
จากนั้น พลอากาศโท พัทธนันท์ นุชพงษ์ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช กราบบังคมทูลรายงานผลการศึกษาของผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช และผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาทางทหารต่างประเทศ ประจำปี 2559-2560 พร้อมทั้งผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาทางทหารต่างประเทศ ประจำปีการศึกษา 2558 ที่ยังไม่ได้รับพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตร และขอพระราชทานพระราชานุญาตเบิกผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราชและสถาบันการศึกษาทางทหารต่างประเทศ ประจำปี การศึกษา 2558-2560 เข้ารับพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตร การนี้ พระราชทานกระบี่และปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช ประจำปีการศึกษา 2559-2560 ที่รับราชการในหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904 และผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช และจากสถาบันการศึกษาทางทหารต่างประเทศ ประจำปีการศึกษา 2558-2560 จำนวน 168 ราย
.jpg)
ต่อจากนั้น พลตรีนิมิตร์ สะโมทาน ผู้อำนวยการวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า กราบบังคมทูลรายงานผลการศึกษา และขอพระราชทานพระราชานุญาตเบิกผู้สำเร็จการศึกษาในส่วนของนายทหารสัญญาบัตรชาย ประจำปีการศึกษา 2558-2559 เข้ารับพระราชทานกระบี่ การนี้พระราชทานกระบี่แก่ผู้สำเร็จการศึกษาในส่วนของนายทหารสัญญาบัตรชายจากวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า จำนวน 77 ราย จากนั้น ผู้แทนผู้สำเร็จการศึกษานำกล่าวคำกราบบังคมทูลถวายสัตย์ปฏิญาณตน
การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราโชวาท แก่ผู้สำเร็จการศึกษา ตอนหนึ่งว่า "โรงเรียนเหล่าเป็นพื้นฐานและรากฐาน ในการฝึกฝน เพื่อสร้างนายทหารสัญญาบัตรมาเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพ ตามภารกิจหน้าที่ของทหารในเหล่าทัพนั้นๆ ผู้ที่สำเร็จตามหลักสูตรจะได้รับการฝึกและศึกษาเป็นพื้นฐาน เพื่อเป็นนายทหารสัญญาบัตรในเหล่าทัพ และการเป็นนายทหารสัญญาบัตรที่ดีนั้น ต้องเข้าใจว่าทุกอย่างอยู่ที่ตนเอง ที่จะต้องใส่ใจ ใฝ่รู้ และพัฒนาตนเองให้เจริญก้าวหน้าในทางที่ถูก โดยยึดและต่อยอดจากพื้นฐานความรู้เบื้องต้น ที่ตนได้รับการศึกษาปูพื้นฐานมา ขอให้ทุกคนดำรงอยู่ในวินัย และศีลธรรม จรรยาบรรณที่ดี และมีศรัทธาที่จะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อชาติ ประชาชน และสถาบันของประเทศต่อไป" ก่อนเสด็จฯกลับในเวลาต่อมา
และในเวลา 19.29 น. วันที่ 3 เมษายน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด "งานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1440" ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ โดยมี นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ในฐานะประธานอำนวยการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1440 นายอนันต์ วันแอเลาะ ประธานจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทยฯ พร้อมคณะกรรมการจัดงานฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ
จากนั้น เสด็จฯ เข้าสู่ที่ประทับภายในศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติฯ ประทับพระราชอาสน์ บนเวที นายอัมรินทร์ มีสุวรรณ ประธานฝ่ายหนังสืออนุสรณ์ เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายหนังสืออนุสรณ์งานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1440 นายดิเรก วันแอเลาะ เลขานุการคณะกรรมการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1440 เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึกงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ฯ
นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงิน เพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย นายปรานนท์ มุสตาฟา ผู้ชนะเลิศการทดสอบกอรี ในงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1439 อัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน นายปริญญา ก้อพิทักษ์ ผู้แทนคณะกรรมการจัดงานฯ ให้ความหมายภาษาไทย นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี กราบบังคมทูลชีวประวัติของบรมศาสดามุฮัมหมัด ซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม โดยสังเขป นายอนันต์ วันแอเลาะ ประธานจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปี ฮิจเราะห์ศักราช 1440 กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานฯ นายดิเรก วันแอเลาะ เลขานุการคณะกรรมการจัดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1440 กราบบังคมทูลเบิก นายฮาฤทธิ์ พวงมณี ผู้ชนะเลิศการแข่งขันทดสอบกอรี ประเภททั่วไปชาย และ นางสาวการีมะห์ หะยีบาราเฮง ผู้ชนะเลิศการแข่งขันทดสอบกอรี ประเภททั่วไปหญิง เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรางวัล และผู้ให้การสนับสนุนการจัดงานเข้ารับพระราชทานโล่เกียรติคุณ ขอพระราชทานพระราชดำรัสเปิดงานเมาลิดกลางแห่งประเทศไทย ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1440 พร้อมทั้งกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการต่างๆ ตามลำดับ
จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานโล่เกียรติคุณ จำนวน 130 ราย และพระราชทานพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า "ตามที่ได้รายงานให้ทราบถึงชีวประวัติของท่านศาสดามุฮัมมัด โคยเฉพาะ ในข้อที่ว่า ท่านสามารถดำเนินชีวิตและประกอบกรณียกิจได้อย่างสมบูรณ์ ในสังคมที่มีความหลากหลายทางเผ่าพันธุ์นั้น นับว่ามีความหมายและมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นแบบอย่างอันประเสริฐของการอยู่ร่วมกันในสังคม ที่มีความแตกต่างทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม ดังนั้น หากชาวไทยมุสลิมทุกคน จะได้น้อมรำลึกถึงพระคุณของท่านศาสดามุฮัมหมัดในโอกาสอันสำคัญยิ่งนี้ ด้วยการตั้งใจศึกษาหลักธรรมคำสอนของท่านให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เเละถูกตรง แล้วน้อมนำมายึดถือปฏิบัติในการดำรงชีวิตอย่างเคร่งครัดและจริงใจแล้ว ก็จะเป็นทางหนึ่งในการเเสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อท่านอย่างดีที่สุด เเละส่งเสริมให้แต่ละคนประสบความสุขความเจริญในชีวิต ตลอดจนอยู่ร่วมกับทุกคน ทุกเชื้อชาติศาสนา ได้อย่างผาสุกร่มเย็น ตลอดไป"
จากนั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับพระราชอาสน์ ณ ที่เดิม นายวีรยุทธ มังประเสริฐ ประธานฝ่ายพิธีการศาสนา อ่านบทสดุดีพระเกียรติคุณบรมศาสดามุฮัมมัด ซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เป็นภาษาอาหรับ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี นำกล่าวขอพร (กล่าวดุอาอ์) ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นภาษาอาหรับ พร้อมการประสานเสียงจากคณะกรรมการอิสลามและอิหม่ามประจำมัสยิดต่างๆ (ทรงยกพระหัตถ์ ตามจุฬาราชมนตรี และทรงยืน เมื่อทุกคนในห้องประชุมยืนขึ้น) จากนั้น เสด็จฯ ออกจากที่ประทับ ไปยังบริเวณจัดงานนิทรรศการฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ "ศาสดามุฮัมหมัด ผู้ยืนหยัดในสัจธรรม ผู้นำการปฏิรูปสังคม" ตามพระราชอัธยาศัย การนี้ ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับเอกอัครราชทูตกลุ่มประเทศมุสลิม ที่มารอเฝ้าฯ ส่งเสด็จ และเสด็จกลับ