วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 เวลา 17.14 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2567 ณ อาคารกิติยาคาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เป็นวันที่ 2
เสด็จฯ ถึงอาคารกิติยาคาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี, นายชัยพรรษ เสริมสุวรรณ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 1, พลโท วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1, พลตำรวจโท วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม, ศาสตราจารย์ สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ศาสตราจารย์ ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วย ข้าราชการ ผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เฝ้าฯ รับเสด็จ ผู้แทนคณาจารย์ ผู้แทนบัณฑิต และผู้แทนนักศึกษา ทูลเกล้าฯ ถวายมาลัยข้อพระกร
ในวันนี้มีบัณฑิตระดับปริญญาตรีสำเร็จการศึกษา จำนวน 8 คณะ 4 วิทยาลัย 1 สถาบัน รวม 4,033 คน ได้แก่ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี วิทยาลัยโลกคดีศึกษาคณะแพทยศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง คณะศิลปศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ วิทยาลัยนวัตกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร และคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
สำหรับบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2567 บัณฑิตระดับปริญญาตรี จำนวน 8,077 คน ระดับบัณฑิตศึกษา (ประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท และปริญญาเอก) จำนวน 1,617 คน รวมทั้งสิ้น 9,694 คน
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มุ่งขยายความสัมพันธ์และความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมหาวิทยาลัยสู่ความเป็นนานาชาติ และก้าวสู่การเป็น Comprehensive University ที่สมบูรณ์แบบ โดยความร่วมมือจะครอบคลุมทั้งการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและคณาจารย์ การถ่ายทอดและพัฒนาองค์ความรู้ ตลอดจนการร่วมพัฒนาหลักสูตรปริญญาคู่ (Dual Degree) กับสถาบันพันธมิตรในระดับภูมิภาคและระดับโลก เพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ที่หลากหลายและเสริมศักยภาพผู้เรียนให้สามารถแข่งขันในเวทีนานาชาติได้อย่างเข้มแข็ง
โดยในปี พ.ศ.2568 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ขยายความร่วมมือด้านการศึกษาไปยังมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น อาทิ University of Hyogo (มหาวิทยาลัยเฮียวโงะ), Hokkaido University (มหาวิทยาลัยฮอกไกโด) และ Rakuno Gakuen University (มหาวิทยาลัยราคุโน กาคุเอ็น) รวมถึงการเข้าร่วมเวที Beijing Forum 2025 เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง เสริมสร้างเครือข่าย และพัฒนาความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในภูมิภาคเอเชียและนานาชาติ โดยได้มีการจัดทำความร่วมมือแบบทวิภาคี และเตรียมต่อยอดการหารือความร่วมมือในสาขาสำคัญ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และนวัตกรรมแห่งอนาคต
สำหรับปี พ.ศ.2569 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เตรียมมุ่งขยายความสัมพันธ์กับประเทศหลัก โดยเฉพาะสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งมีความก้าวหน้าด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างโอกาสความร่วมมือด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีในอนาคต รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนนักศึกษาจีนที่เข้ามาศึกษาในประเทศไทย ตลอดจนการขยายความร่วมมือกับประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายการศึกษาในภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน
ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีการลงนาม MOU กับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศทั้งหมด 171 ฉบับ (ที่ยังมีการดำเนินการอยู่) แบ่งเป็น ภูมิภาคยุโรป 55 ฉบับ เอเชีย 135 ฉบับ โอเชียเนีย 10 ฉบับ แอฟริกา 1 ฉบับ ละติน-อเมริกา 3 ฉบับ และอเมริกาเหนือ 18 ฉบับ ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในฐานะศูนย์กลางการศึกษาและความร่วมมือระดับนานาชาติ