วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569
“ในหลวง พระราชินี” เสด็จฯทรงเปิดประชุมรัฐสภา มีพระราชดำรัสให้ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของปชช. เป็นเป้าหมายสูงสุด
วันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 17.17 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา ณ ห้องโถงพิธี ชั้น 11 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
เมื่อเสด็จฯถึงอาคารรัฐสภา วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา และนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เฝ้าฯ รับเสด็จ

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ประทับยืนหน้าพระราชอาสน์ การนี้ ทรงมีพระราชดำรัสเปิดประชุมสภาแก่สมาชิกรัฐสภา ความว่า
“บัดนี้ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสร็จสิ้นลงและได้มีการเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2569 แล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดประชุมรัฐสภา ตั้งแต่วาระนี้เป็นต้นไป ขอให้ท่านทั้งหลายผู้จะปฏิบัติหน้าที่นิติบัญญัติแทนประชาชนทั้งประเทศยึดถือความถูกต้องและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นเป้าหมายสูงสุด การปรึกษาหารือใดๆ ที่จะมีขึ้นในสภาแห่งนี้ จะได้ดำเนินไปในวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญและสำเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง
ขออำนวยพรให้การดำเนินงานของรัฐสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญโดยทั่วกัน”
จบแล้ว สมควรแก่เวลา เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

สำหรับการเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดประชุมรัฐสภาในครั้งนี้ เป็นตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และได้ประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อเรียบร้อยแล้ว
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภาและทรงเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกได้ประชุมเป็นครั้งแรกภายใน 15 วัน นับแต่วันประกาศผล
การเลือกตั้ง ซึ่งที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 ณ ห้องประชุมวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ เขตราชเทวี และอีกครั้งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2566 ณ ห้องประชุมอาคารรัฐสภา เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร