วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
537.jpg
ย้อนรอยพระปรีชาสามารถ 'องค์ภา' เจ้าหญิงนักกีฬาของชาวไทย

ย้อนรอยพระปรีชาสามารถ 'องค์ภา' เจ้าหญิงนักกีฬาของชาวไทย

วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.09 น.

นอกเหนือจากพระกรณียกิจด้านกฎหมายและการช่วยเหลือสังคมแล้ว พระองค์ยังทรงโปรดการเล่นกีฬาและการออกกำลังกายเป็นอย่างยิ่ง พระปรีชาสามารถด้านกีฬาของพระองค์ไม่เพียงเป็นที่ประจักษ์ในสนามแข่งขัน แต่ยังทรงนำกีฬามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและยกระดับสังคมไทยในหลากหลายมิติ

 

 

เจ้าหญิงนักวิ่ง” ผู้ก้าวข้ามขีดจำกัดบนเส้นทางมาราธอน-ไตรกีฬา

จากความมุ่งมั่นในการออกกำลังกาย พระองค์ทรงได้รับการขนานนามจากประชาชนว่า “เจ้าหญิงนักวิ่ง” ทรงแสดงให้เห็นถึงความมีวินัยและความอดทนขั้นสูง ด้วยการลงแข่งขันวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร ในการแข่งขันจอมบึงมาราธอน ครั้งที่ 31 เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2559 จากนั้นทรงก้าวข้ามขีดจำกัดของพระองค์เองด้วยการลงแข่งขันวิ่งระยะฟูลมาราธอน 42.195 กิโลเมตร ในการแข่งขันจอมบึงมาราธอน ครั้งที่ 32 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2560

 

นอกเหนือจากการทรงวิ่งมาราธอนแล้ว พระปรีชาสามารถด้านกีฬาของพระองค์ยังครอบคลุมไปถึงกีฬาที่ต้องอาศัยความทนทานของร่างกายและจิตใจขั้นสูงอย่าง "ไตรกีฬา" โดยเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2559 พระองค์ได้เสด็จเป็นการส่วนพระองค์เพื่อทรงร่วมการแข่งขันในกิจกรรม "พัทยา ไตรลีก ซีรีส์ 2016" (Pattaya Tri-League Series 2016) ณ บริเวณหาดพัทยา โรงแรมดุสิตธานี จังหวัดชลบุรี การทรงเข้าร่วมแข่งขันไตรกีฬาในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพระวิริยะอุตสาหะ ความมีระเบียบวินัยในการฝึกซ้อม และความรักในการออกกำลังกายอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาพจำที่ตอกย้ำความเป็น "เจ้าหญิงนักกีฬา" และสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนชาวไทยหันมาดูแลสุขภาพและกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง

 

พระอัจฉริยภาพและแรงบันดาลใจในฐานะนักกีฬาขี่ม้า

พระองค์ทรงสนพระทัยและผูกพันกับกีฬาขี่ม้ามาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ในปี 2543 ทรงเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 32 ในประเภทขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวางในฐานะนักกีฬาขี่ม้าไทย รวมถึงทรงเข้าร่วมรายการสะสมคะแนนเพื่อคัดเลือกเป็นนักกีฬาทีมชาติในการแข่งขันซีเกมส์และเอเชียนเกมส์ ต่อมาในเดือนกันยายน 2553 ทรงเข้าร่วมการแข่งขันขี่ม้ามาราธอน (Endurance Riding) ระยะทาง 20 กิโลเมตร ในรายการ Thailand Championship ครั้งที่ 18 โดยทรงม้าชื่อ “เอสเตียน” ความมุ่งมั่นของพระองค์ยังเป็นแรงบันดาลใจให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงหันมาสนพระทัยและก้าวขึ้นเป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติไทยในเวลาต่อมา

 

การยกระดับวงการกีฬาขี่ม้าไทยสู่มาตรฐานสากล

นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา บทบาทของพระองค์ได้ขยับจากการเป็นนักกีฬา สู่การเป็นผู้สนับสนุนและส่งเสริมวงการกีฬาขี่ม้าไทยอย่างเต็มกำลัง พระองค์ทรงรับเป็นองค์ประธานและองค์อุปถัมภ์การแข่งขัน “ปริ๊นเซส คัพ ไทยแลนด์” (Princess’s Cup Thailand) ซึ่งเป็นรายการแข่งขันระดับประเทศที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาไทยให้ทัดเทียมระดับนานาชาติ นอกจากนี้ ยังทรงให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของม้าอย่างรอบด้าน โดยทรงสนับสนุนการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการดูแลม้าจากต่างประเทศ และทรงสนับสนุนโครงการบ้านพักม้าชราเพื่อดูแลม้าที่ปลดระวางจากการแข่งขัน

 

สโมสรกีฬาบีบีจี (BBG) กีฬาเพื่อการหล่อหลอมและพัฒนาสังคม

นอกจากการส่งเสริมความเป็นเลิศทางกีฬา พระองค์ยังมีพระดำริให้ก่อตั้งสโมสรกีฬาบีบีจี เพื่อใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเยาวชนที่ขาดโอกาส เยาวชนกลุ่มเสี่ยง และเด็กที่เคยกระทำความผิด ให้สามารถกลับตัวและมีที่ยืนในสังคม พระองค์ทรงมีพระดำรัสว่า กีฬาเป็นส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาเยาวชน ช่วยสร้างความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ ฝึกความเข้มแข็ง สามัคคี และรู้จักแพ้ชนะ ซึ่งจะช่วยหล่อหลอมให้เจริญเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพในการพัฒนาประเทศชาติ โดยพระองค์ได้ประทานถ้วยรางวัลในการแข่งขันเทเบิลเทนนิส “บีบีจี ปริ๊นเซส คัพ 2017” เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่เหล่านักกีฬาเยาวชน

 

บทบาทขององค์ภาในวงการกีฬาไทยจึงครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในฐานะนักกีฬา ผู้จุดประกายแรงบันดาลใจ ผู้สนับสนุน และผู้วางรากฐานการพัฒนากีฬา ควบคู่ไปกับการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์และคุณภาพชีวิตของเยาวชน แม้พระองค์จะเสด็จสู่สวรรคาลัย แต่พระเกียรติคุณและคุณูปการด้านกีฬาที่ทรงอุทิศไว้ จะยังคงสถิตอยู่ในความทรงจำ และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้แก่วงการกีฬาและสังคมไทยสืบไป

ขอบคุณภาพจาก: เพจ เรารัก พระองค์ภา : Our Beloved Princess Bajrakitiyabha , FB. LA SHOP KHONKAEN

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top