วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
พระองค์ภาฯสิ้นพระชนม์
ทั่วไทยน้ำตานอง
ลดธงครึ่งเสาไว้ทุกข์15วัน
เคลื่อนพระศพ13มิถุนายน
เข้าสู่พระที่นั่งพิมานรัตยา
ให้ปชช.ถวายความอาลัย
สำนักพระราชวังแถลงการณ์ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” สิ้นพระชนม์ ด้วยพระอาการสงบ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สิริพระชันษาปีที่ 47 เคลื่อนพระศพ ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง 13 มิถุนายนนี้ ครม.น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สั่งสถานที่ราชการลดธงครึ่งเสา -ขรก.ไว้ทุกข์ 15 วัน และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างสมพระเกียรติ ตามโบราณขัตติยราชประเพณี ไม่ห้ามจัดกิจกรรมสาธารณบันเทิง พสกนิกรโศกเศร้า แสดงความอาลัยหน้าโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
เมื่อเวลา 07.15 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2569 โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) เผยแพร่ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ความว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงพระประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย และทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มาตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น
ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระอาการทรุดลงจากการติดเชื้อในพระนาภี (ช่องท้อง) จากการอักเสบของพระอันตะ (ลำไส้ใหญ่) ความดันพระโลหิตต่ำ พระหทัยเต้นผิดจังหวะ การแข็งตัวของพระโลหิตผิดปกติ แม้คณะแพทย์จะถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการทรุดหนักลงตามลำดับ จนถึงวันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 เวลา 19 นาฬิกา 48 นาที สิ้นพระชนม์ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชันษาปีที่ 47
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวัง 12 มิถุนายน พุทธศักราช 2569
ถวายสักการะพระศพ
ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง การถวายน้ำสรงและถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ความว่า ด้วยสำนักพระราชวังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ในการเข้าถวายน้ำสรง และถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ดังนี้
1. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายน้ำสรงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เบื้องหน้าพระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ตั้งแต่เวลา 8 นาฬิกา 30 นาที ถึงเวลา 12 นาฬิกา
2. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน เวลา 08.30 น. - 16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พุทธศักราช 2569 ในการนี้ ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัย ไว้ ณ ที่นี้ด้วย
3. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวัน เวลา 09.00 น. - 21.00 น. เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ ที่ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช 2569
4. พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล ราชินิกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระศพ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน สำนักพระราชวัง 12 มิถุนายน พุทธศักราช 2569
พสกนิกรแสดงความอาลับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากโทรทัศน์รวมกันเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยได้เผยแพร่ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาลิณีสิริพัทร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนพุทธศักราช 2569 เวลา 19.48 น. ณโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยด้วยพระอาจารย์สงบ แล้วนั้น
สำหรับบรรยากาศที่บริเวณ ศาลาใบละบาท ติดกับอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย เต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีประชาชนแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกเดินทางมาแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมากเดินทางมาแสดงความอาลัยถวาย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ.
ด้านนางสาวทิพวรรณ กระดี่ทอง กล่าวด้วยน้ำตาแห่งความอาลัย ว่า หลังจากที่ทราบข่าวว่าพระองค์ท่านสิ้นพระชนม์ก็รู้สึกเสียใจอย่างมาก ที่ผ่านพระองค์ท่านทรงงานอย่างมากมาย ท่านทรงเป็นหญิงเก่งและแกร่งมาก ทำประโยชน์ไว้อย่างมากมาย ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้พระองค์ท่านมีชีวิตอยู่เพื่อพระบิดา เพื่อช่วยปกป้องดูแลบ้านเมือง ช่วยเหลือราษฎร์ เพราะพระองค์ท่านเก่งหลายด้าน ส่งเป็นที่พึ่งของเสด็จพ่อได้ ตนก็ไม่คิดว่าจะมีวันนี้ ในวันที่เสียพระองค์ท่านไป ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้พระองค์ท่านยังอยู่กับพวกเราตลอดไป ประชาชนรักพระองค์ค์ท่านมาก ตอนนี้ประชาชนก็รู้สึกเสียใจแต่ก็ต้องทำใจและช่วยดูแลบ้านเมืองกันต่อไป
”ในช่วงที่พระองค์ท่านประชวร ก็เดินทางมาที่โรงพยาบาลจุฬาบ่อยครั้ง เพื่อมาถวายพระพรส่งกำลังใจให้พระองค์ท่านหายจากอาการประชวร แต่เมื่อท่านสิ้นพระชนม์ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ก็จะระลึกถึงพระองค์ท่านตลอดไป ระลึกถึงที่พระองค์ท่านทรงงานอย่างมากมายช่วยเหลือเสด็จพ่อและช่วยเหลือประชาชน ก็อยากให้พระองค์ท่านช่วยเหลือดูแลบ้านเมือง ช่วยเหลือเสด็จพ่อไปทุกหนทุกแห่งและคอยเป็นกำลังใจให้เสด็จพ่อ“ นางสาวทิพวรรณ กล่าว
แถลงการนายกรัฐมนตรี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ โดยมีใจความสำคัญว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่านสำนักพระราชวังได้มีประกาศอย่างเป็นทางการว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้สิ้นพระชนม์แล้ว นำมาซึ่งความโทมนัสสุดอาลัยต่อพสกนิกรชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน
ไม่มีถ้อยคำใดที่จะสามารถบรรยายความรู้สึกของพสกนิกรชาวไทยได้อย่างครบถ้วน เพราะความสูญเสียครั้งนี้ มิได้เป็นเพียงข่าวร้ายที่ประชาชนได้รับรู้ หากเป็นความอาดูรสุดที่จะประมาณที่เกิดขึ้นในดวงใจของผู้คนทั้งชาติ
ด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเป็นที่รัก เคารพ และเทิดทูนของประชาชนทุกหมู่เหล่า ทรงเป็นเจ้าฟ้าราชนารีผู้เปี่ยมด้วยพระเมตตา พระปรีชาสามารถและพระจริยวัตรอันงดงาม เป็นแบบอย่างแห่งการอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติ และประชาชนตลอดพระชนม์ชีพ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงดำรงพระองค์เป็นขัตติยนารีผู้ทรงคุณูปการยิ่งแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และกำลังพระทัย ด้วยพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการสร้างสรรค์สังคมที่เปี่ยมด้วยความยุติธรรม ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์
พระปรีชาสามารถอันรอบด้าน ทั้งในฐานะนักกฎหมาย นักการทูต นักสังคมสงเคราะห์ ล้วนเป็นแบบอย่างการดำรงพระองค์ให้คนไทยเชื่อมั่นในคุณค่าของตนเอง กล้าที่จะใฝ่ฝัน มุ่งมั่นพัฒนาตนเอง และใช้ความรู้ความสามารถเพื่อสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ
น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ
แม้วันนี้ ขัตติยนารีผู้ทรงเป็นความภาคภูมิใจของแผ่นดินไทย ได้เสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว พระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน และพระปณิธานในการสร้างสังคมแห่งความเมตตา ความยุติธรรม และความเสมอภาค จะยังคงดำรงอยู่เป็นมรดกทางคุณธรรมของชาติ เป็นดั่งประกายแสงแห่งเพชรที่ส่องนำทางแก่คนไทยรุ่นแล้วรุ่นเล่าสืบไป
ในการนี้ กระผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยการตั้งมั่นอยู่ในความดี การมีเมตตาต่อกัน การช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และการทำคุณประโยชน์เพื่อส่วนรวม อันเป็นคุณค่าที่พระองค์ทรงยึดถือและทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างมาตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อถวายเป็นกำลังพระราชหฤทัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ในห้วงเวลาแห่งความเศร้าโศกนี้
กระผมในนามของรัฐบาล ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทั้งในและนอกราชอาณาจักร ขอน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ขอให้พระเกียรติคุณ พระจริยวัตร และพระกรุณาธิคุณ สถิตเป็นมิ่งขวัญ เป็นแสงสว่างแห่งเพชรในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบกาลนิรันดร์
ลกธงครึ่งเสาถวายความอาลัย
ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้เรียกรัฐมนตรีประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)นัดพิเศษในเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยได้แจ้งผู้เข้าร่วมประชุมและผู้ติดตาม ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแต่งแต่งกายไว้ทุกข์ โดยสุภาพบุรุษ ชุดสูทสากล สีดำ ติดแขนทุกข์ หรือชุดผ้าไทย สีดำ แขนยาว และสุภาพสตรี ชุดสุภาพสีดำ หรือชุดผ้าไทย สีดำ
12มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากรัฐสภาว่า ภายหลังจากมีประกาศสำนักพระราชวังถึงการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา โดยเวลา 08.00 น. รัฐสภา ได้เชิญธงชาติไทยตามปกติ ก่อนจะลดธงลงครึ่งเสาในช่วงสาย ขณะที่บรรดาข้าราชการ เจ้าหน้าที่ รวมถึงสื่อมวลชน พร้อมใจกันสวมชุดสีดำ เพื่อถวายความอาลัย
เผยแนวทางการไว้อาลัย
เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีกรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ ว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้มีวาระเดียวคือการเตรียมการดำเนินการงานพระราชพิธีต่างๆ โดยมอบหมายให้แต่ละกระทรวงและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนและให้การดูแลประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานให้ดีที่สุด โดยแนวทางการไว้อาลัยขอให้เป็นไปตามแถลงการณ์ของสำนักพระราชวัง
เมื่อถามถึงภารกิจของนายกฯที่จะเดินทางไปต่างประเทศต้องปรับอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับภารกิจต่างประเทศที่เตรียมการนัดหมายผู้นำประเทศต่างๆไว้แล้วก็ยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม และตนได้แจ้งให้รัฐมนตรีและหน่วยงานต่างๆว่าหากมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศขอให้เน้นที่ตัวภารกิจและพยายามตัดกำหนดการที่ไม่ใช่ประเด็นหลักและให้ไปในระยะเวลาที่สั้นที่สุด
เมื่อถามว่าการจัดงานต่างๆของประชาชนสามารถดำเนินการต่อได้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องการใช้ชีวิต การทำมาหากิน การสร้างรายได้ต่างๆ คิดว่าประชาชนก็ใช้ชีวิตอย่างปกติไม่มีอะไรเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราเก็บความเศร้าโศก ทุกคนมีความเศร้าโศก มีความเสียใจเป็นอันมากอยู่แล้ว แต่เรื่องของการปฏิบัติหน้าที่การใช้ชีวิต การทำมาหากิน ขอให้เป็นเรื่องปกติ ตนมั่นใจว่าพวกเราทุกคนทราบดีว่าเราจะปฏิบัติอย่างไรที่เหมาะสมในช่วงเวลาการไว้ทุกข์ และในแถลงการณ์พระราชวังแถลงมาชัดเจน และถือเป็นช่วงเหลื่อมล้ำเพราะในส่วนราชการก็ไว้ทุกข์ในวาระของสมเด็จพระพันปีหลวงอยู่แล้ว
งานทุกอย่างเป็นไปตามปกติ
เมื่อถามว่าสำหรับงานรื่นเริงคอนเสิร์ตยังสามารถดำเนินการได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าตนว่าทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติเหมือนสมัยสมเด็จพระพันปีหลวงก็สามารถจัดได้ งานทุกงานก็จะเริ่มด้วยการยืนถวายความอาลัย ถ้าเราทำตรงนั้นก็ถือว่าเราได้รับทราบและได้ปฏิบัติตนด้วยความเหมาะสมแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมครม.นายกฯ นำคณะรัฐมนตรี(ครม.)ยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัย การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ โดยครม.เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง และแต่งกายไว้ทุกข์
ลดธงครึ่งเสา/ไว้ทุกข์15วัน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (พิเศษ 2/2568) มีมติหลังจากทราบจากแถลงการณ์ของสำนักพระราชวังว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมนำคณะรัฐมนตรียืนสงบนิ่งถวายความอาลัย
โดยได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการและการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีพระศพ เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ ตามโบราณขัตติยราชประเพณี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ดังนี้
1. ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2559 เป็นต้นไป 2. ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์ มีกำหนด 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2559 เป็นต้นไป สำหรับประชาชนทั่วไปขอให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม
เพื่อให้ปชช.ร่วมถวายสักการะ
นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. ได้มอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการ ดังนี้
(1) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรับไปดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการ และกราบบังคมทูลเชิญพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นองค์ที่ปรึกษา รวมทั้งให้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ เช่น ฝ่ายอำนวยการจัดงานพระราชพิธี ฝ่ายจัดการพระราชพิธี ฝ่ายจัดสร้างพระเมรุ สิ่งปลูกสร้าง ราชรถ พระยานมาศ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายรักษาความปลอดภัย และแจ้งส่วนราชการให้จัดข้าราชการไปร่วมเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เป็นเวลา 100 วัน เป็นประจำทุกวัน
(2) กระทรวงวัฒนธรรม (กรมศิลปากร) ดูแลรับผิดชอบในเรื่องรูปแบบพิธีและการจัดสร้างพระเมรุมาศ (3) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจัดผลัดเวรเฝ้าฯ ของคณะรัฐมนตรีไปเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม (4) กระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานครจัดกิจกรรม ถวายเป็นพระกุศลเพื่อให้ประชาชนร่วมในการถวายสักการะแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา (5) กรมประชาสัมพันธ์รับไปดำเนินการเผยแพร่พระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา อย่างต่อเนื่อง และประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศในการจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษด้วย
ทั่วโลกร่วมแสดงความอาลัย
สื่อต่างประเทศรายงาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สิ้นพระชนม์ในพระชนมายุ 47 พรรษา หลังทรงประชวรและอยู่ในภาวะไม่รู้สึกพระองค์มาเป็นเวลานานเกือบ 4 ปี
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาทรงเข้ารับการรักษาพระองค์เมื่อเดือนธันวาคม 2565 หลังทรงหมดสติจากภาวะเกี่ยวกับพระหทัย ระหว่างเสด็จไปปฏิบัติพระกรณียกิจในจังหวัดนครราชสีมา ก่อนจะทรงถูกนำตัวเข้ารับการรักษาในกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด
ตามรายงานของสื่อต่างประเทศที่อ้างแถลงการณ์จากสำนักพระราชวัง ระบุว่า พระองค์สิ้นพระชนม์เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา หลังพระอาการทรุดลงจากภาวะแทรกซ้อนหลายประการ ได้แก่ การติดเชื้อภายในช่องท้อง ลำไส้อักเสบ ความดันโลหิตต่ำ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
ทั้งนี้ สื่อหลายแห่งรายงานว่า จะมีการประกอบพระราชพิธีพระศพตามราชประเพณี ขณะที่รัฐบาลไทยอาจประกาศช่วงเวลาแห่งการไว้อาลัยทั่วประเทศต่อไป
13มิย.เคลื่อนพระศพ
สำนักพระราชวัง กำหนดเส้นทางเคลื่อนพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในวันเสาร์ที่ 13 มิ.ย.2569 เวลา 15.30 น. จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
ขบวนพระศพออกจากโรงพยาบาลจุฬาฯ ประตู 15 ไปทาง ถ.อังรีดูนังค์ เลี้ยวขวาเข้า ถ.พระราม 4 เลี้ยวขวาเข้า ถ.พญาไท เลี้ยวซ้ายแยกศรีอยุธยา เข้า ถ.ศรีอยุธยา ถ.ราชดำเนินนอก ผ่าน ถ.ราชดำเนินกลาง ถ.ราชดำเนินใน สนามหลวง เข้าประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง
โคราชถวายแสดงความอาลัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครราชสีมา ภายหลังมีข่าวการสิ้นพระชนม์ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นางสาวจิตราวดี ชุติมันตานนท์ ประธานกองประกวดธิดาช้าง Thailand ได้นำภาพที่เป็นมหามงคลที่ได้รับเสด็จพระองค์ภา เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2554 ที่ผ่านมา มาเผยแพร่ ซึ่งเป็นวันที่พระองค์เสด็จเป็นการส่วนพระองค์มายังจังหวัดนครราชสีมา เพื่อปฏิบัติธรรมที่วัดป่าสันติธรรม อ.สูงเนินฯ ในวันดังกล่าวตนมีโอกาสเข้าเฝ้ารับเสด็จและส่งเสด็จ พร้อมทั้งได้จัดทำแหนมเนืองเจด้วยตนเอง เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย พร้อมเปิดเผยด้วยความโศกเศร้าว่า ทันทีที่ทราบข่าวในช่วงเช้าวันนี้ รู้สึกเสียใจอย่างมากและจุกแน่นในอกจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เนื่องจากครอบครัวเคยมีโอกาสทูลเกล้าถวายงานแด่พระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ จึงมีความผูกพันและติดตามข่าวพระอาการประชวรของพระองค์ภามาโดยตลอด
ขณะที่พสกนิกรพื้นที่ชาวตำบลหัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา หมู่ 4 บ้านหนองสองห้อง ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา บรรยากาศชาวบ้านในพื้นที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า หลังชาวบ้านทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ โดย นางสุภาภรณ์ เนื่องสุวรรณลักษณ์ อายุ 72 ปี พร้อมชาวบ้านในพื้นที่ ต่างนำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์มาสวมกอดด้วยความอาลัย บางคนถึงกับน้ำตาคลอด้วยความเศร้าเสียใจ
ร่วมแสดงความอาลัยถวาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพรรคภูมิใจไทย-เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์-กล้าธรรม-ไทยสร้างไทย พร้อมใจโพสต์พระรูป ปรับโทนเป็นสีขาวดำ น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์
โดยเพจพรรคภูมิใจไทย ปรับโทนสีเป็นขาวดำ พร้อมโพสต์พระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา พร้อมระบุข้อความว่า “เสด็จสู่สวรรคาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์ ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย”
ขณะที่เพจพรรคเพื่อไทย เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กเป็นพื้นสีดำ พร้อมทั้งโพสต์พระรูปและประกาศของสำนักพระราชวัง และระบุข้อความว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า พรรคเพื่อไทย
เช่นเดียวกับเพจพรรคประชาธิปัตย์ ที่เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เฟซบุ๊กเป็นพื้นสีดำ พร้อมโพสต์พระรูปและข้อความระบุว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์
เพจพรรคกล้าธรรม โพสต์พระรูปแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ เช่นเดียวกับพรรคไทยสร้างไทย
พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ พลเอก (พิเศษ) หญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา (7 ธันวาคม 2521 – 11 มิถุนายน 2569) ข้าพระพุทธเจ้า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน ขอน้อมรำลึกถึงพระกรณียกิจทั้งปวง ที่ได้ทรงบำเพ็ญมาตลอดพระชนมชีพ