วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / สกู๊ปพิเศษ
ปฏิรูป‘บำนาญผู้สูงอายุ’ สู่สังคม‘ยิ้มได้วัยเกษียณ’

ปฏิรูป‘บำนาญผู้สูงอายุ’ สู่สังคม‘ยิ้มได้วัยเกษียณ’

วันอาทิตย์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2558, 02.00 น.
Tag :
  •  

สังคมไทย ณ วันนี้ ก้าวเข้าสู่ยุคของ “สังคมผู้สูงอายุ” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังข้อมูลจาก กรมการปกครอง ระบุว่า ในปี 2556 ประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป 8,734,101 คน คิดเป็นเกือบร้อยละ 14 จากประชากรทั้งประเทศในปีเดียวกัน 64,785,909 คน นั่นหมายความว่าประเทศไทยจะต้องวางแผนในการรับมือ การช่วยเหลือดูแล และสร้างหลักประกันต่างๆ โดยเฉพาะ “ระบบบำเหน็จบำนาญชราภาพ” ไว้รองรับประชากรกลุ่มนี้ด้วย

28 ก.ย. 2558 มีการจัดเวทีเสวนานโยบายสาธารณะ “ระบบบำนาญ : เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เมื่อสูงวัย” ณ โรงแรมทีเค พาเลซ ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม. ซึ่ง ศ.ดร.วรเวศม์ สุวรรณระดา อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะนักวิชาการผู้สนใจปัญหาสวัสดิการของผู้สูงอายุ กล่าวว่า เรื่องของระบบบำนาญผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาทางด้านความยั่งยืน เพราะหลายระบบต้องพึ่งพาภาษีอากร ซึ่งจะก่อให้เกิดภาระทางการเงินการคลังให้กับประเทศมาก และเป็นภาระแก่คนรุ่นหลัง


โดยพบว่าปัจจุบันรัฐบาลมีภาระงบประมาณด้านสวัสดิการชราภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องจัดตั้งงบประมาณมาอุดหนุนจำนวน 260,000 ล้านบาท และในอีก 20 ปีข้างหน้าอาจต้องเพิ่มเป็น 470,000 ล้านบาท ซึ่งหากไม่แก้ไขก็จะกระทบความยั่งยืนทางการคลังเป็นระยะเวลายาวนาน

อาจารย์วรเวศม์เสนอแนะว่า ระบบบำเหน็จบำนาญผู้สูงอายุ ควรปรับเปลี่ยนโครงสร้าง 5 ประการดังนี้ 1.ต้องสร้างระบบบำนาญชั้นแรก เพื่อคุ้มครองขั้นพื้นฐานด้วยสิทธิ์สมกับการเป็นผู้สูงอายุ โดยเปลี่ยนจากเบี้ยยังชีพมาเป็นพระราชบัญญัติบำนาญพื้นฐาน 2.สร้างระบบบำนาญซึ่งผู้รับบำนาญจะต้องมีส่วนร่วมจ่าย เพื่อเพิ่มความเพียงพอและยั่งยืนของระบบบำนาญ โดยแก้ไขให้สมาชิกกองทุนประกันสังคมสามารถย้ายเงินมาอยู่ใน กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ได้ เพื่อออมเงินต่อในบัญชีส่วนตัว โดยยังได้รับเงินสมทบจากนายจ้างและรัฐบาลเหมือนเดิม

3.ควรเปลี่ยนระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เป็นระบบบังคับ และส่งเสริมให้มีแผนทางเลือกการลงทุนและส่งเสริมการแข่งขันระหว่างกองทุน เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับระบบบำนาญ 4.ควรแก้ไขพระราชบัญญัติป่าไม้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนที่มีที่ดินเป็นของตัวเอง สามารถปลูกและตัดไม้ที่มีค่าที่ปลูกในพื้นที่ของตนเองเพื่อเป็นบำนาญชีวิตได้ และ 5.ควรจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายบำนาญแห่งชาติ เพื่อให้มีหน่วยงานรับผิดชอบด้านกิจการนโยบายบำนาญของประเทศเป็นการเฉพาะและครบวงจร

สอดคล้องกับความเห็นของ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และอดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูประบบรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย สปช. กล่าวว่า ระบบบำนาญที่ดีไม่ใช่เพียงแต่การรอคอยความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ หรือรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว แต่ระบบบำนาญที่ดีต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับปัญหาของผู้สูงวัยเองด้วย

“แม้เราจะมีระบบประกันสังคมหรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแต่ก็ยังคงไม่เพียงพอ หากจะดูแลคุณภาพชีวิตในยามชราภาพให้ดี การที่จะแก้ปัญหาได้ประชาชนจะต้องลุกขึ้นมามีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ไม่เพียงแต่จะรอคอยความช่วยเหลือจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียว” ดร.เจิมศักดิ์ กล่าว

เช่นเดียวกับ นายยศ วัชระคุปต์ นักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่า ในต่างประเทศมีการตั้งระบบบำนาญมานานแล้ว เช่น ระบบบำนาญของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU) พบว่ามีการกำหนดนโยบายจากส่วนกลางเพื่อปฏิบัติให้สอดคล้องกัน และได้มีการตั้งคณะกรรมการ4 กลุ่ม ทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลในส่วนของระบบบำนาญของประเทศ ส่วน ระบบบำนาญของประเทศญี่ปุ่น ที่เป็นสังคมผู้สูงอายุมานับสิบปีแล้ว ก็มีการกำหนดนโยบายจากส่วนกลาง และมีความต่อเนื่องของระบบที่ชัดเจนเช่นกัน

“ระบบบำนาญของญี่ปุ่นมีความต่อเนื่องของการเป็นสมาชิก และยังมีการแต่งตั้งคณะกรรมการด้านบำนาญ เพื่อทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับบำนาญ โดยเฉพาะการสร้างระบบที่รองรับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรทางสังคมและเศรษฐกิจ ดังนั้น เราจึงควรตั้งคณะกรรมการนโยบายบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ การสนับสนุนการออมเมื่อยามชรา กำหนดนโยบายบำนาญทั้งระยะสั้นและระยะยาว” นายยศ กล่าวทิ้งท้าย

วิภาดา มาลีหวล
SCOOP@NAEWNA.COM

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

‘ตรี ภรภัทร’ ปลื้มบท ‘พระนเรศ’ แรงเกินต้าน แฟนซีรีส์อวยยศ แคสติ้งเป๊

ขึ้นราคาไข่ไก่ คละหน้าฟาร์ม 3.60 บาทต่อฟอง มีผลพรุ่งนี้

รองอธิบดีกรมกงสุล ร่วมรับร่างแรงงานไทย เสียชีวิตในอิสราเอล ส่งกลับทำพิธีที่ชัยภูมิ

ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ย้อน 12 ปี น้ำมัน 50 บาท... แพงที่ราคา หรือแพงที่ความรู้สึก?

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved