วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / สกู๊ปพิเศษ
ส่องพฤติกรรม‘รักการอ่าน’  อ่านเพิ่มก็มาก-‘อ่านไม่ออก’ก็เยอะ

ส่องพฤติกรรม‘รักการอ่าน’ อ่านเพิ่มก็มาก-‘อ่านไม่ออก’ก็เยอะ

วันพุธ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2559, 02.00 น.
Tag :
  •  

“คนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด”

หนึ่งในประโยคฮิตที่เผยแพร่อย่างรวดเร็วเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา และถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางในความหมายประชดประชัน เป็นมุขตลกกับความ “ขี้เกียจอ่าน” ของคนทั้งในสังคมออนไลน์และสังคมจริง จนมีวลีฮิต “ขอแค่ 3 บรรทัด”...

ด้วยความที่ขี้เกียจอ่านนี้ ทำให้เกิดความกังวลในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้เพื่อ “ประเทืองปัญญา” ของคนไทยที่น้อยลงไป แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีข้อมูลใหม่…

ภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 44 และงานสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 14 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สำนักอุทยานการเรียนรู้ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกันเปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการอ่านหนังสือของคนไทย ที่สำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 55,920 ครัวเรือน พบว่า ปี 2558 ที่ผ่านมา คนไทยอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นเป็น 66 นาทีต่อวัน จากปี 2556 ที่อ่านเพียง 37 นาทีต่อวัน


ผลสำรวจทำให้วาทกรรม “คนไทยอ่านหนังสือปีละ 8 บรรทัด” ถูกหักล้างลงไป แต่ใช่จะ “วางใจ” ได้ตัวเลขที่สวยหรูนี้อาจ “วูบ” ลงได้ เพราะนโยบายส่งเสริมการอ่านของไทยคล้ายจะ “ไม่ตรงจุด” และมี “ตัวเลขอันตราย” ที่บ่งบอกว่ามีคนไทยอีกมากที่ “อ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้” ...

“ปัทมา อมรสิริสมบูรณ์” ผู้อำนวยการสำนักสถิติสังคม กล่าวว่า ปี 2558 เป็นปีแรกที่ขยายคำนิยามการสำรวจพฤติกรรมการอ่านของคนไทยครอบคุลมถึงการอ่านข้อความในสื่อออนไลน์ ยกเว้นการอ่านข้อความเพื่อการสนทนาหรือติดต่อสื่อสาร จากเดิมที่สำรวจเฉพาะการอ่านหนังสือ และบทความทุกประเภทที่เป็นรูปเล่มเท่านั้น

ที่น่าสนใจ คือ ประเภทหนังสือที่อ่านมากที่สุด คือ หนังสือพิมพ์ ร้อยละ 67.3 รองลงมา คือ ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ SMS และอี-เมล์ ร้อยละ 51.6 และแม้ “สื่อสังคมออนไลน์” จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น แต่ผู้อ่านยังนิยมอ่าน “หนังสือเล่ม” มากที่สุดร้อยละ 96.1 รองลงมา คือ อ่านจากสื่อสังคมออนไลน์ร้อยละ 45.5 และอ่านจากเว็บไซต์ ร้อยละ 17.5

อย่างไรก็ตาม มีประชากรวัย 6 ปีขึ้นไป ร้อยละ 22.3 หรือ 13.9 ล้านคน ที่ “ไม่อ่านหนังสือ” เพราะชอบดูโทรทัศน์มากกว่า ร้อยละ 41.9 รองลงมา คือ ไม่ชอบอ่านหรือไม่มีเวลาอ่าน ร้อยละ 24 และอ่านไม่ออก ร้อยละ 20.6 เมื่อแยกตามช่วงอายุ พบว่า เด็กอายุ 6-14 ปีไม่อ่าน เพราะชอบดูโทรทัศน์ ร้อยละ 36.7 รองลงมา คืออ่านไม่ออก ร้อยละ 34.7, วัยเยาวชน อายุ 15-24 ปีและวัยทำงาน อายุ 25-29 ปี ไม่อ่านเพราะชอบดูโทรทัศน์ ร้อยละ 40 และวัยสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ไม่อ่านเพราะสายตาไม่ดี ร้อยละ 43

ที่น่าตกใจ คือ ประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไปที่“อ่านออก-เขียนได้” ลดลงจากปี 2556 เดิมอยู่ที่ร้อยละ 94.1 เป็นร้อยละ 93

“การไม่อ่านหนังสือของเด็กวัย 6-14 ปี เป็นข้อมูลที่น่าตกใจ เพราะมีสาเหตุจากอ่านไม่ออกถึงร้อยละ 34.7 เป็นตัวเลขอันตราย เพราะสะท้อนถึงคุณภาพการศึกษา ขณะที่ผู้ใหญ่บางส่วนไม่อ่านหนังสือให้เด็กฟัง เพราะคิดว่าเด็กยังเล็กเกินไป หรือไม่มีเวลาอ่านให้ฟัง ตรงนี้จะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของเด็ก ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งส่งเสริมให้เด็กรักการอ่านมากขึ้น เพราะไม่ว่าจะอ่านจากหนังสือเล่ม หรือออนไลน์ ล้วนเป็นแหล่งความรู้ หากเริ่มปลูกฝังตั้งแต่วันนี้ อนาคตของชาติจะมีคุณภาพดีขึ้น” ปัทมา กล่าว

ด้าน “สุดใจ พรหมเกิด” ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวว่า การส่งเสริมการอ่านที่ได้ผลในเด็กเล็ก คือ “การอ่านแบบมีความสุข” สร้างความรื่นรมย์ให้แก่เด็ก ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะทางภาษา และทักษะการเรียนรู้ให้แก่เด็กเล็ก ที่ผ่านมาองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับส่งเสริมการอ่านได้ดำเนินการมาอย่างยาวนาน แต่ “ไม่ตรงจุด” เพราะความจริงการรณรงค์รักการอ่านต้องให้เด็กอ่านอย่างมีความสุข และแยกการอ่านหนังสือเรียนออกไปด้วย

ขณะที่ผู้จัดพิมพ์หนังสืออย่าง “จรัญ หอมเทียนทอง” นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย(PUBAT) ระบุว่า แม้จากสถิติจะพบว่าคนไทยอ่านเพิ่มขึ้น แต่การ “อ่านหนังสือเล่ม” ไม่ได้เพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันวัยรุ่นไทยหันไปอ่านผ่านแท็บเลต หรือ “สมาร์ทโฟน” มากขึ้น โดยสมาคมฯพบว่าพฤติกรรมการซื้อหนังสือเล่มของคนไทยอยู่ที่เฉลี่ยปีละ 4 เล่ม กลุ่มที่ซื้อมากที่สุดจะมีอายุต่ำกว่า 20 ปี โดยซื้อปีละ 9 เล่ม ในจำนวนนี้แบ่งเป็น หนังสือการ์ตูนภาพวาดประกอบ และคู่มือเตรียมสอบ รองลงมา คือ กลุ่มอายุระหว่าง 21-30 ปีซื้อเฉลี่ยปีละ 6 เล่ม และลดจำนวนลงเรื่อยๆ ในกลุ่มที่มีอายุมากขึ้น

เขายังสะท้อนภาพนโยบายส่งเสริม “รักการอ่าน” ที่มีผลต่อแวดวงหนังสือ ว่า การพยายามส่งเสริมการรักการอ่านของรัฐบาลชุดต่างๆ เห็นมีการพูดถึงกันมาก แต่ส่วนตัวยังไม่เห็นเป็นผลรูปธรรม ที่ผ่านมา “ดีแต่พูด” พอจะส่งเสริมก็ทำอะไร...ประกวดหนังสือ??? ไม่เกิดประโยชน์ เรื่องการส่งเสริมการอ่านเราเห็นเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จจากการ “สร้างชาติ” จากการอ่านได้ ก็อยากทำอย่างเขา อ้างว่ามีโครงการนั้นๆ แต่ไม่ได้ทำจริงจัง ทำให้การส่งเสริมเรื่องนี้ยังคง “หลงทาง”

“คนไทยรุ่นใหม่” ยังไม่ทิ้งการอ่านหนังสือเสียทีเดียว จึงเป็น “โอกาส” ที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรร่วมกันส่งเสริมการอ่านหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการปลูกฝังให้มีนิสัยรักการอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก เพื่อให้อัตราการอ่านและการใช้เวลาในการอ่านของคนไทยสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะ “การอ่าน” เป็นกระบวนการ “สะสมทุนมนุษย์” ที่สำคัญ โดยเฉพาะใน “ยุคสังคมอุดมปัญญา”

SCOOP@NAEWNA.COM

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

เข่าแทบทรุด หวังช่อดอกไม้สวยๆเซอร์ไพรส์คนพิเศษ แต่ร้านทำแสบ นี่มันดอกไม้จันทน์

ไอติม พริษฐ์ มัดรวมทุกคำถามถึง กกต. ขอคำตอบชัด ให้ประชาชนสิ้นสงสัย

ปิดตำนาน มือปราบสืบเหนือ สืบใต้ พล.ต.ท.ทวี ทิพย์รัตน์ อดีตผบช.น.

ทรัมป์ เคลมผลงานทันที ชี้ชัยชนะของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ เป็นผลจากแรงหนุนของตน

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved