Logo วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / สกู๊ปพิเศษ
“ความรุนแรง” ในสังคมท้องถิ่น  มุมมืด “ชายแดนใต้” ที่ยังถูกละเลย

“ความรุนแรง” ในสังคมท้องถิ่น มุมมืด “ชายแดนใต้” ที่ยังถูกละเลย

วันพฤหัสบดี ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556, 02.00 น.
Tag :
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

หากนับว่าเหตุปล้นปืนในค่ายทหารเมื่อปี 2547 จากนั้นตามมาด้วยกรณีมัสยิดกรือเซะ และการชุมนุมประท้วงที่ตากใบ คือจุดเริ่มต้นของความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้เหลืออีกครึ่งปีก็จะครบ 1 ทศวรรษแล้ว แน่นอนว่าเหตุลอบยิง ลอบวางระเบิดทั้งที่กระทำกับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของรัฐ (ทหาร-ตำรวจ) และกระทำกับเป้าหมายพลเรือนทั่วไปยังคงเกิดขึ้นรายวัน แม้กระทั่งล่าสุดที่ทุกฝ่ายจับจ้องไปที่การเจรจาระหว่างรัฐบาลไทยกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดน BRN ก็ยังคงคงมีเหตุร้ายเกิดขึ้น ไม่เว้นกระทั่งช่วงเทศกาลถือศีลอด (รอมฎอน) ของชาวมุสลิม

ทว่าในอีกมุมหนึ่ง..นอกจากปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากอุดมการณ์มุ่งแบ่งแยกดินแดน 3 จังหวัดชายแดนใต้ในนาม “รัฐปาตานี” แล้ว ในพื้นที่ยังมีปัญหาอีกมากมาย ที่ไม่ต่างจากสังคมไทยในภูมิภาคอื่นๆ แต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด ผู้มีอิทธิพล ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมที่มีคุณภาพเชื่อถือได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีผู้นำชุมชนตั้งกฎต่างๆ ที่อิงจารีตประเพณีหรือศาสนา อันมีเนื้อหาไปในทางกดขี่สตรีในพื้นที่ และปัญหาดังกล่าวไม่เคยได้รับความสนใจจากภาครัฐเมื่อเทียบกับปัญหาแบ่งแยกดินแดน


น.ส.ปาตีเมาะ เปาะอิแคดาโอะ นายกสมาคมผู้หญิงเพื่อสันติภาพ กล่าวกับเราว่า แม้เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นจากอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนจะมีอยู่จริง แต่ในมุมมองของคนในพื้นที่ พบว่าเหตุฆ่า เผา ระเบิดรายวัน มีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้นที่เกิดจากกลุ่มเคลื่อนไหวดังกล่าว ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องของยาเสพติดและความขัดแย้งส่วนบุคคล โดยเฉพาะยาเสพติดอย่างใบกระท่อม ถือเป็นปัญหาที่หนักที่สุดในพื้นที่ภาคใต้

“แค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง  สำหรับกลุ่มที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน อีก 30 เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องยาเสพติด ทั้งพื้นที่เต็มไปด้วยยาเสพติด แม้กระทั่งภรรยาต้องต้มน้ำใบกระท่อมให้สามีทาน ให้อยู่ในบ้าน เพื่อไม่ให้สามีออกจากบ้านไปลักขโมยของคนอื่น ภรรยาไม่สามารถหารายได้ เพื่อนำไปจ่ายทรัพย์สินที่สามีไปลักขโมย หรือแม้กระทั่งลูกเองเห็นพ่อดื่มเห็นพ่อกิน ก็กินตาม ถามว่ายาเสพติดลามถึงไหนคะ? ลามถึงเด็กอนุบาล ลามถึงเด็กประถม ในพื้นที่มีพื้นที่ไหนบ้าง ในชุมชน ในหมู่บ้าน ที่เด็กไม่รู้จักยาเสพติด เช่นน้ำกระท่อม เด็กจะรู้จักหมดเลย”

นอกจากปัญหายาเสพติดแล้ว อีกประเด็นที่สำคัญคือผู้มีอิทธิพล และความขัดแย้งกันเองของคนในพื้นที่ ซึ่งคุณปาตีเมาะ กล่าวว่าเหตุรุนแรงที่ปรากฏบนหน้าสื่อ ร้อยละ 50 มีสาเหตุมาจากปัญหาส่วนบุคคล ทั้งนี้ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การโยนทุกเรื่องให้เป็นเหตุความไม่สงบ เป็นช่องทางที่ทำให้เจ้าหน้าที่ละเว้นในการทำงานอย่างเต็มที่หรือไม่?

เพราะหากสรุปคดีให้เกิดจากการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ก็จะทำให้สามารถปิดคดีได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องสืบสวนข้อเท็จจริงแบบคดีฆาตกรรมปกติแต่อย่างใด ขณะเดียวกันญาติผู้เสียชีวิตก็อาจจะสมยอมด้วย เพราะอย่างน้อยการให้ผู้ตายเข้าเกณฑ์ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบ ญาติก็จะสามารถทำเรื่องขอรับเงินเยียวยาได้ด้วย

“บางส่วนประชาชนเองก็ชอบ ก็ต้องยอมรับว่า บางครั้งครอบครัวนี้รู้ทั้งรู้ว่าสามีไปขัดแย้งกับใคร หรือคนในครอบครัวไปขัดแย้งกับใคร แต่เวลาให้ปิดคดี ก็พยายามให้เจ้าหน้าที่ปิดให้เป็นเหตุการณ์ (ความไม่สงบ) ซะ เพื่อคนที่เหลืออยู่จะได้รับเงินเยียวยา ยังไงคนเสียก็เสียไปแล้ว เพราะฉะนั้นถามว่าสถิติของการสูญเสียของคนนับวันสูงขึ้นเรื่อยๆ การจะฆ่าใครจะยิงใครเป็นเรื่องปกติ และทุกอย่างถูกโยงไปที่สถานการณ์หมด”

คุณปาตีเมาะ กล่าว ทั้งนี้สอดคล้องกับเรื่องเล่าบางกระแสของคนในพื้นที่ ที่ว่าเมื่อเกิดเหตุความขัดแย้งส่วนตัวจนถึงขั้นฆ่ากันตาย คู่กรณีที่สูญเสียญาติพี่น้องอาจจะไปขอรับเงินเยียวยาจากภาครัฐด้วยเหตุเกิดจากการก่อความไม่สงบ จากนั้นค่อยไปตามล้างแค้นคู่อริอีกทีหนึ่ง เพราะไม่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมตามระบบของทางราชการ ทำให้ภาพลักษณ์ของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ กลายเป็นเมืองที่มีการฆ่ากันตายรายวันเป็นเรื่องปกติที่ผู้คนต่างชินชา

นอกจากยาเสพติดและผู้มีอิทธิพลแล้ว ความรุนแรงอีกแบบหนึ่งที่ไม่เห็นเด่นชัด คือค่านิยม จารีตประเพณีของคนท้องถิ่น ที่พยายามรับเอาหลักการบางอย่างอันออกไปในทางสุดโต่งมาใช้ ตัวอย่างที่ตัวแทนสตรีรายนี้ยกมา คือชุมชนในพื้นที่นอกเมืองหรือชนบท มีความพยายามถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าวผ่านเสียงตามสายและวิทยุชุมชน และเมื่อสตรีเป็นฝ่ายถูกล่วงละเมิดทางเพศ ผู้กระทำผิดกลับไม่ต้องรับโทษแต่อย่างใด เพียงแค่แต่งงานกับเหยื่อ ผ่านการเจรจาไกล่เกลี่ยโดยผู้นำชุมชนเท่านั้น

“หากผู้หญิงนั่งซ้อนท้ายกับผู้ชายที่ไม่ใช่ญาติพี่น้อง ก็ถูกจับแต่งงาน แม้กระทั่งใช้หอกระจายเสียงของชุมชน ประกาศว่า ถ้าเจอผู้หญิงคนไหนไม่ใส่ผ้าคลุมจะจับมาโกนหัว เจอผู้หญิงคนไหนใส่เสื้อแขนสั้นจะจับมาตัดแขน นี่ในประเทศไทยนะคะ กฎหมายในประเทศไทยไม่ได้ร่างแบบนี้ ล่าสุดมีน้องผู้หญิงอายุ 12 ปี น้องผู้ชายอายุ 13 ปี เล่นขายของอยู่ที่ริมคลอง ชาวบ้านเห็นก็จับแต่งงาน อันนี้คือปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัด

ทุกคนอาจจะพูดว่าสังคมมลายู สังคม 3 จังหวัดไม่มีการข่มขืน แต่การที่คนๆ นึงถูกข่มขืนแล้วจะเดินไปที่โรงพัก ไปแจ้งความเอาผิดกับคนที่กระทำ มันเป็นสิ่งที่ยากมากที่คนในชุมชนจะทำ ส่วนใหญ่แล้วจะเลือกไปบอกผู้ใหญ่บ้าน ไปบอกผู้นำชุมชน แล้วชุมชนก็ใช้กฎของชุมชน ในการที่ให้ฝ่ายชายพ้นผิด ด้วยการให้มาแต่งงานกับผู้หญิงที่ตัวเองข่มขืน สิ่งเหล่านี้มันไม่มีการถูกปรากฏว่ามีการแจ้งความการถูกข่มขืน การทำร้ายร่างกาย แต่ทุกชุมชน ลองไปถามผู้หญิงดู ผู้หญิงรู้ดีว่าปัญหานี้เกิดขึ้น” คุณปาตีเมาะ เล่าถึงข้อเท็จจริงที่ไม่ได้ปรากฏเป็นข่าว

นอกจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศแล้วไม่สามารถไปแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากติดกรอบจารีตชุมชนแล้ว บทบาทชาย-หญิง ในบริบทของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยังแตกต่างไปจากที่อื่นๆ กล่าวคือในสังคมทั่วไป บทบาทของเพศชายถูกจัดให้เป็นผู้นำ ต้องทำมาหากิน หารายได้เลี้ยงครอบครัว

แต่ในพื้นที่ 3 จว. กลับกลายเป็นผู้หญิงที่หาเลี้ยงครอบครัว ถึงขนาดที่มีผู้บรรยายไว้ว่า..สังคมมลายู ผู้หญิงตื่นเช้าไปกรีดยาง ขณะที่ผู้ชายตื่นเช้าไปร้านน้ำชา ตกบ่ายเล่นนกกรงหัวจุก ซึ่งที่ผ่านมา ไม่เคยมีนโยบายรัฐบาลใดเลยที่ให้ความสำคัญกับปัญหานี้ ทั้งที่เกี่ยวพันกับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรง ทั้งนี้คุณปาตีเมาะ กล่าวว่าครอบครัวเป็นหน่วยย่อยของสังคมที่สำคัญที่สุด ถ้าทำให้ครอบครัวมีความสุขได้ ปัญหาสังคมในระดับที่ใหญ่กว่านั้นก็จะค่อยๆ ทุเลาความรุนแรงลงไปเอง

“อย่าลืมว่า ถ้าจะแก้ปัญหาสังคมที่ยิ่งใหญ่ ครอบครัวก็คือสังคมเล็กๆ มีปัญหาอยู่ แล้วถามว่าคุณจะแก้สังคมที่มันใหญ่ไปกว่านั้นได้ยังไง ในเมื่อปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาการหย่าร้างเป็นสถิติที่สูงที่สุดใน 3 จังหวัด หลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น เด็กบางคนอายุ 14 ปีต้องแต่งงานเป็นภรรยาคนที่ 4 กับผู้ชายอายุ 60 ปี และสิ่งเหล่านี้มันลุกลาม มันแก้ปัญหาไม่จบ

เวลาผู้หญิงเดือดร้อน เวลาผู้หญิงมีปัญหา ผู้หญิงจะไปหาใครคะ? เพราะทุกอย่างทุกคนมุ่งเป้าไปที่เหตุการณ์ความไม่สงบทั้งหมด ไม่มีที่พึ่งค่ะ ทุกคนไม่มีที่พึ่ง ถามว่าตอนนี้เรามีหน่วยงานที่ออกมา บอกรัฐบาลคือที่พึ่งของประชาชน ถามว่าจะมีผู้หญิงชาวบ้านที่ตื่นเช้ามากรีดยาง แล้วก็ดูแลลูกตั้งกี่คน ที่กล้าก้าวเท้าเข้าไปหน่วยงาน เพื่อไปขอความช่วยเหลือ”

คุณปาตีเมาะ กล่าวทิ้งท้าย พร้อมทั้งเสริมว่า ในด้านหนึ่ง หน่วยงานรัฐเองก็ไม่ค่อยกล้าลงพื้นที่เช่นกัน

ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้ นอกจากจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของขบวนการแบ่งแยกดินแดนแล้ว อีกด้านหนึ่งยังมีมุมมืดมากมายที่ไม่ถูกทำให้ปรากฏต่อสาธารณชน และมุมมืดเหล่านั้น ก็ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่แย่ลง ทั้งปัญหายาเสพติด จารีตชุมชนที่กดขี่เพศหญิง และปัญหาด้านกระบวนการยุติธรรม

ซึ่งบางทีการดับไฟใต้ให้ได้ผล อาจจะต้องคิดในมุมใหม่ โดยหันมาสนใจปัญหาพื้นฐาน ว่าด้วยคุณภาพชีวิตของประชาชนเหล่านี้ อย่างจริงจังก่อนก็เป็นได้

SCOOP@NAEWNA.COM

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

เกินไปมั้ยพ่อ!ส่องช็อตเด็ด 'เจมส์ จิรายุ'สลัดผ้าโชว์หุ่นลีน กล้ามท้องเน้นๆ ดาเมจทะลุเลนส์

โบว์ ณัฏฐา ระบาย! อึดอัดที่สุดในชีวิต ชี้ปัญหา คลิปสั้นปั่นดราม่า ทำคนเมินฟังความจริงจากรัฐ

ดาวดังมาเต็ม!ทัพลูกยางสาวแบโผลุยVNL2026

ตัดปัญหาน้ำมันแพง ชาวบ้านเบตงหันมาใช้รถไฟฟ้า

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved