วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
จอห์น ดับเบิลยู เฮนรี่ เจ้าของสโมสร “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ประกาศเสียงดังฟังชัดถึงเป้าหมายในฤดูกาลใหม่ 2019-2020 ว่า เป้าหมายคือการเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้สมราคากับที่แฟนฟุตบอลเดอะ ค็อป รอคอยมา 30 ปี
ซีซั่นที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทำแต้มได้ถึง 97 คะแนน แต่ได้เพียงแค่รองแชมป์พรีเมียร์ลีก ด้วยการตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียงคะแนนเดียว พร้อมกับเป็นทีมแรกที่ทำแต้มเกิน 90 คะแนน แต่ไม่ได้แชมป์ และแพ้เพียงเกมเดียวเท่านั้น
อีกทั้งยังทำสถิติมากมายทั้งการแอสซิสต์เกินคนละ 10 ครั้งของสองฟูลแบ๊กอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ แอนดรูว์โรเบิร์ตสัน, มีดาวซัลโวสูงสุดรวมถึง 2 คนของลีก คือ โมอาเหม็ด ซาลาห์ กับ ซาดิโอ มาเน่ คนละ 22 ลูก รวมถึงฟอร์มการเซฟอันเหนียวหนึบของ อลิสซอน เบ๊คเกอร์ ไม่เสียประตู 21 นัด เป็นอันดับ 2 ตลอดกาล เท่ากับ เอ๊ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ปี 2008-09 แต่ลงท้ายความพยายามทำให้ทีมครองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่ 6 ด้วยการเด็ดปีก “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศ ที่เอสตาดิโอ เมโทรโปลิตาโน่กรุงมาดริด ประเทศสเปน ทำให้ครองเจ้ายุโรปเป็นสมัยที่ 6 มากเป็นอันดับ 1ของเกาะอังกฤษ และเป็นอันดับ 3 ตลอดกาลของวงการลูกหนังยุโรป
“ผมเข้าใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับสโมสร” เฮนรี่ กล่าว “การคว้าโทรฟี่บนเวทียุโรปยิ่งใหญ่กว่าในอังกฤษ แต่สิ่งที่แฟนฟุตบอลต้องการก็คือ ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก ผมรู้ว่าทุกคนกำลังเฝ้ารอ ดังนั้นในฤดูกาลใหม่นี้ เราจะโฟกัสเรื่องการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแน่นอน เพื่อแฟนบอลของเรา”
เจ้าของทีมลิเวอร์พูล ยืนยันต่อว่า อยากเห็นนักเตะในทีมมีความพร้อมมากขึ้น เราจะต้องมีร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์ เราต้องการเห็น อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน กลับมาเหมือนเดิม รวมถึง อดัม ลัลลาน่า ในสภาพที่ฟิตสมบูรณ์ ส่วนในรายของ ดิว็อค โอริกี้ เราก็อยากจะเห็นเขามีอะไรดีขึ้นกว่าเดิมในซีซั่นหน้า ผมคิดว่า โอริกี้ จะมีอะไรดีๆ มาฝากแฟนบอลอีกครั้ง เราเชื่อว่า เขาเป็นผู้เล่นที่มีทั้งความเร็ว เปี่ยมด้วยพละกำลัง ที่สำคัญก็คือมีดีในการทำประตูให้กับทีม ซึ่งผมรู้สึกดีมากๆ กับซีซั่นที่จะถึงนี้
อย่างไรก็ตาม เฮนรี่ ซึ่งอยู่ในลอนดอน เพื่อชมเกมที่ บอสตันเรดซอกซ์ ทีมของเขามาแข่งขันที่สนามนิว เวมบลีย์ ไม่ได้บอกว่าเขาจะลงทุนมากน้อยแค่ไหนในการทุ่มซื้อนักเตะมาร่วมทัพในซีซั่นหน้า หลังจากเพิ่งคว้าตัวเซปป์ ฟานเดนเบิร์ก มาร่วมทีมด้วยราคาเพียง 1.3 ล้านปอนด์ แต่ว่าปล่อยราฟาเอล คามาโช่ ไปสปอร์ติ้ง ลิสบอน 5 ล้านปอนด์
สำหรับ ลิเวอร์พูล ได้เปิดเผยผลประกอบการของฤดูกาล 2017/18 ออกมาเมื่อวันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มีกำไรก่อนหักภาษีสูงถึง 125 ล้านปอนด์ หรือกว่า 5,200 ล้านบาท มากสุดเป็นสถิติโลกของสโมสรฟุตบอลใน 1 ซีซั่น พร้อมกันนี้มีการคาดการณ์ว่า การเป็นแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ของ “หงส์แดง” จะฟันเงินรายได้ เบ็ดเสร็จรวมกว่า 97.5 ล้านปอนด์ หรือเกือบ ๆ 4,000 ล้านบาท ซึ่งรายได้นี้รวมจากส่วนแบ่งจากยูฟ่า และ ส่วนแบ่งจากการถ่ายทอดสด
ขณะเดียวกัน มูลค่าของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่อีกหนึ่งทีมของพรีเมียร์ลีก ได้ลดลงไปถึง 1,260 ล้านปอนด์ หรือกว่า 52,000 ล้านบาท หลังจากพวกเขาทำผลงานได้น่าผิดหวังในฤดูกาล 2018-19 พร้อมกับพลาดโควตาไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นหน้า
แหล่งข่าวยืนยันจากราคาหุ้นของสโมสร ในตลาดหุ้นนิวยอร์กดิ่งเหวสุดๆ จากเดิมอยู่ที่ราคาหุ้นละ 27.70 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 886.4 บาท เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว แต่ตอนนี้ตกลงเหลือเพียงแค่หุ้นละ 18.08 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 601.6 บาท ในช่วงปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตอนนี้มูลค่าของสโมสรหล่นจาก 3,510 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 144,000 ล้านบาท ตกมาอยู่ที่ 2,250 ล้านปอนด์ หรือ ประมาณ 92,250 ล้านบาทเท่านั้น ด้วยเหตุผลที่ไม่ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก รวมถึงผลงานในสนามที่ย่ำแย่ ได้เพียงแค่อันดับ 6 ของพรีเมียร์ลีกเท่านั้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี