วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ว่ากันถึงประเทศที่มีระเบียบวินัย และความคิดที่แตกต่างอย่างลงตัวที่สุด ขอยกนิ้วให้กับ ประเทศฯญี่ปุ่น
ทุกเหตุการณ์ที่ได้เห็น และเคยประสบด้วยตาของตัวเอง แสดงให้เห็นว่า บ้านนั้นเมืองนั้น หากต้องการจะทำอะไรขึ้นมา
พวกเขาทำจริงทำได้และไม่ไกลเกินฝัน
ญี่ปุ่น เริ่มต้นอาจจะช้ากว่าหลาย ๆ ช้าในเอเชีย แต่หลังจากที่เขาสามารถโมเดลทุกอย่างได้เรียบร้อย จากนั้นก็ปฏิบัติและรอคอยอย่างอดทน
จนกระทั่งได้วีซ่ากลายเป็นสมาชิกถาวรในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ไปเรียบร้อยแล้ว
ที่ต้องบอกแบบนั้นก็คือ ญี่ปุ่น เริ่มต้นสร้างฟุตบอลอย่างจริงจังในช่วงทศวรรษที่ 80 ก่อนจะโหมโรงเปิด “เจลีก” จนเป็นที่โด่งดังไปทั่วโลก หลายอย่างเป็นมิติใหม่ของวงการฟุตบอล
.jpg)
การดึงนักเตะระดับโลก ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ในช่วงวัยกำลังจะเลิกเล่น มาเปิดลีกจนทำให้บูมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ในยุคต้นทศวรรษที่ 90 ทุกคนฮือฮาเมื่อนักเตะอย่าง “มิสเตอร์ไนซ์กาย” แกรี่ ลินิเกอร์, “เปเล่ขาว” ซิโก้, ปีแอร์ ลิตบาร์ทสกี้ กระทั่ง กีโด้ บุ๊ควัลด์ มาค้าแข้งในเจลีก
ขณะเดียวกัน ก็นำสินค้าส่งออกด้วยการ”แถมให้ก่อน” อย่างการนำ “คาซู” คาสึโยชิ มิอุระ ไปให้กับลีกอิตาเลี่ยน หลังจากทำการคาดหน้าอกเสื้อสนับสนุน แบบสโมสรต้นสังกัดก็รับมาในฐานะจำยอม
พร้อมกันนี้ ญี่ปุ่น เขียนการ์ตูนขึ้นมาหนึ่งเรื่องจนดังไปทั่วโลกนั่นคือ “กัปตันซึบาสะ” หรือ “เจ้าหนูสิงห์นักเตะ” ในเวอร์ชั่นภาษาไทย
ช่วยเสริมสร้างแคลเซี่ยมส่วนที่สึกหรอ และสร้างความอยากให้กับเด็ก ๆ รุ่นใหม่ ให้ออกจากสนามเบสบอล
มาเล่นฟุตบอลกันเถอะ!
ไม่ใช่เรื่องตลกนะครับ เพราะ ซึบาสะ มีมนต์ขลังและกินใจเด็กผู้ชายไม่ใช่แค่ญี่ปุ่น แต่ไปไกลทั่วโลก โดยเฉพาะที่เมืองไทย หลังจากตีพิมพ์กับหนังสือรายสัปดาห์ “ไอ้หนูสิงห์สนาม” ก่อนจะมีการรวมเล่มและเปลี่ยนคนถือลิขสิทธิ์ไปหลายแห่ง
สุดท้ายกลายเป็นการ์ตูนอีกเรื่องที่มูลค่าทางการตลาดสูงสุด ๆ สุดท้ายมีการปั้นอนุสาวรีย์ของ “ซึบาสะ” ไว้ที่กรุงโตเกียว อีกด้วย
เพราะถือเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ ญี่ปุ่น ได้ไปฟุตบอลโลก
รวมไปถึงนักเตะญี่ปุ่น จากเดิมที่กลายเป็น”ตัวแถม” แต่ตอนนี้กลายเป็น”ตัวหลัก”ของหลาย ๆ ทีม และมีนักเตะที่กระจายไปค้าแข้งทั่วโลก
.jpg)
ว่ากันถึงสมัยแรกในการไปบอลโลกของญี่ปุ่น นั่นคือปี 1998 หลังจากพวกเขาได้สิทธิ์เป็นเจ้าภาพ แม้ว่าการไปเล่นที่ฝรั่งเศส จะแพ้รวดทั้ง 3 นัด แต่ก็ประทับใจชาวโลก เพราะแพ้ อาร์เจนติน่า ทีมระดับเต็งแชมป์แค่ 0-1 ต่อด้วยแพ้ โครเอเชีย ที่ได้อันดับ 3 ปีนั้น 0-1 และปิดฉากด้วยการแพ้ จาเมก้า 1-2 โดยได้ประตูประวัติศาสตร์จาก มาซาชิ นากายาม่า
จากนั้นในการเป็นเจ้าภาพร่วมกับ เกาหลีใต้ ในปี 2002 นักเตะซามูไร สร้างประวัติศาสตร์ผ่านรอบแรกได้สำเร็จ หลังจากเกมแรกเสมอกับ เบลเยี่ยม 2-2 ก่อนจะบดชนะ รัสเซีย 1-0 และต้อน ตูนีเซีย 2-0 เข้ารอบ 2 มาก่อนจะพ่าย ตุรกี 0-1 ตกรอบไปอย่างประทับใจคนทั้งโลก
ประทับใจมากกว่าการได้อันดับ 4 ของเกาหลีใต้ เจ้าภาพร่วมด้วยซ้ำไป
ซึ่งยุคนั้นเป็นยุคที่นักเตะญี่ปุ่น เป็นที่เริ่มยอมรับในวงการว่า มีระดับที่เริ่มจะถึงขีดไปเล่นในยุโรป อาทิ ฮิเดโตชิ นากาตะ, ชินจิ โอโนะ, จุนอิจิ อินาโมโต้ กระท่าง อัตซึชิ ยานางิซาว่า
มาถึงปี 2006 ญี่ปุ่น ตกรอบแรก เนื่องจากอยู่ในสายที่แข็งแกร่งทั้ง บราซิล, โครเอเชีย และออสเตรเลีย แม้ว่าทีมจะมีนักเตะระดับเล่นตัวหลักในยุโรปทั้ง นากาตะ, ชุนซึเกะ นากามูระ, ซึนิยาสุ มิยาโมโต้ และนาโอฮิโร่ ทาคาฮาระ
กระทั่ง 4 ปีก่อนที่แอฟริกาใต้ นักเตะซามูไร ที่อยู่ในสายที่แกร่งทั่วแผ่นแต่กลับทะลุรอบ 2 ไปได้นิ่ม ๆ ด้วยการเชือด แคเมอรูน 1-0 แพ้ เนเธอร์แลนด์ 0-1 แต่มาถล่ม เดนมาร์ก 3-1 ก่อนจะตกรอบด้วยการดวลจุดโทษแพ้ ปารากวัย อย่างน่าเสียดาย
ถือว่าปี 2010 ญี่ปุ่น ยกระดับการเล่นได้น่ากลัวมาก เมื่อค่อย ๆ ปรับระบบการเล่นแบบ “ไร้กองหน้า” โดยวางให้ เคซึเกะ ฮอนดะ ไปยืนหน้าเป้า ก็ลักษณะคล้าย ๆ กับ 4-6-0
เจ้าแรกของโลกหรือเปล่าไม่รู้ แต่เล่นก่อน สเปน ยุคยูโร 2012 แน่นอน เพราะใช้มาก่อนตั้ง 2 ปี
ชุดนั้นนอกจาก ฮอนดะ ก็มี มาโกโตะ ฮาเซเบะ, ยูจิ นากาซาว่า, ตูลิโอ ทานากะ, ยาซึฮิโตะ เอ็นโดะ, ยูกิ อาเบะ และยูโตะ นากาโตโมะ ที่เล่นได้ดีตลอดทัวร์นาเมนท์
มาถึงวันนี้ ญี่ปุ่น ที่บอกไปข้างต้นว่า เป็นทีมที่เหมือนกับได้วีซ่ามาบอลโลกตลอดมีทัพที่ถือว่าได้ลุ้นเข้ารอบ 2 อีกครั้งแน่นอน
23 นักเตะที่เรียกมามีเล่นอยู่ในประเทศเพียง 11 คน ที่เหลือคือสินค้าส่งออกไปค้าแข้งทั่วยุโรป โดยเฉพาะนักเตะจากบุนเดสลีกามีถึง 7 คน
ดาวดังและตัวความหวังยังเป็น ฮอนดะ ที่ปัจจุบันอยู่กับ เอซี มิลาน บวกกับ ชินจิ คางาวะ จากแมนฯยูไนเต็ด, ชินจิ โอกาซากิ จากไมนซ์ 05, ยูยะ โอซาโกะ หอกดาวโรจน์จาก 1860 มิวนิค และฮิโรชิ คิโยตาเกะ จากเนิร์นแบร์ก นี่คือตัวเลือกในแนวรุก
ขยับที่แดนกลาง ฮาเซเบะ ยังยืนเป็นแกนหลักให้กับเนิร์นแบร์ก และทีมชาติ รวมไปถึง เอ็นโดะ ที่วัยปาเข้าไป 34 แต่ยังวางใจได้ ส่วนเกมรับ มายะ โยชิดะ จากเซาธ์แฮมป์ตัน, อัตซึโตะ อูชิดะ จากชาลเก้ และนากาโตโมะ จากอินเตอร์ มิลาน คือกำลังสำคัญ
มองดูทุกจุดแล้ว ญี่ปุ่น ทีมนี้พร้อมรบทุกสถานการณ์
ที่น่าสนใจก็คือ นักเตะหลายต่อหลายคนวัยกำลังห้าวหาญ 24-27 ปีเข้ามาเสริมทีมตลอด เพราะปรัชญาในการส่งทีมแข่งขันของพวกเขานั้น ไม่เหมือนคนอื่นตรงที่จะใช้นักเตะอายุน้อยกว่าที่ทัวร์นาเมนท์นั้น ๆ กำหนดลงเล่น
อาทิ เอเชี่ยนเกมส์ ที่ให้ส่งทีมอายุ 23 ปี ก็จะส่งนักเตะอายุไม่เกิน 21 มาแข่ง และถ้าเป็นชุดยู-21 แน่นอนว่า กำลังหลักคือนักเตะอายุ 19 ปี
นี่คือ ญี่ปุ่น ที่มีการพัฒนาอย่างเป็นระบบ และพัฒนาอย่างเป็นรูปแบบ ที่สำคัญก็คือมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ไม่แปลกที่พวกเขาจะไปบอลโลกต่อเนื่อง เพราะการทำงานที่ชัดเจนเอาจริงแบบนี้
ญี่ปุ่นจึงโดดเด่นเป็นสง่าในเอเชีย!
บี แหลมสิงห์
อินไซด์ ทีมชาติญี่ปุ่น
ผู้จัดการทีม : อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่
เข้ารอบสุดท้าย : 5 สมัย
ผลงานดีที่สุด : อันดับ 3 ปี 1962
ผลงานรอบคัดเลือก : แชมป์กลุ่ม บี รอบแบ่งกลุ่ม รอบ 4เอเชีย
สตาร์ที่น่าจับตามอง : ชินจิ คางาวะ 54 นัด 17 ประตู
โปรแกรมรอบแรก : 14-6-14 พบ ไอวอรี่โคสต์, 19-6-14 พบ กรีซ และ 24-6-14 พบ โคลอมเบีย
# 23 นักเตะชุดลุยบอลโลก #
ประตู: เอจิ คาวาชิม่า (สตองดาร์ ลีแอช/เบลเยียม), ชูซากุ นิชิกาวะ(อุราวะ เร้ด ไดมอนด์ส), ชูอิชิ กอนดะ(เอฟซี โตเกียว)
กองหลัง: มาซาโตะ โมริชิเกะ (เอฟซี โตเกียว), ยาซูยุกิ คอนโนะ (กัมบะ โอซาก้า), ยูโตะ นากาโตโมะ (อินเตอร์ มิลาน, อิตาลี), มายะ โยชิดะ (เซาธ์แฮมป์ตัน / อังกฤษ), มาซาฮิโกะ อิโนฮะ (จูบิโล่ อิวาตะ), อัตซึโตะ อูชิดะ (ชาลเก้ 04 / เยอรมัน), ฮิโรกิ ซากาอิ (ฮันโนเวอร์ 96 / เยอรมัน), โกโตคุ ซากาอิ (สตุ๊ดการ์ท / เยอรมัน)
กองกลาง: ยาซึฮิโตะ เอ็นโดะ (กัมบะ โอซาก้า), เคซึเกะ ฮอนดะ (เอซี มิลาน / อิตาลี), ชินจิ คางาวะ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด / อังกฤษ), มาโกโตะ ฮาเซเบะ (เนิร์นแบร์ก / เยอรมัน), ฮิโรชิ คิโยทาเกะ (เนิร์นแบร์ก / เยอรมัน), โฮตารุ ยามากูชิ (เซเรโซ่ โอซาก้า), โทชิฮิโร่ อาโอยาม่า (ซานเฟรซ ฮิโรชิม่า), มานาบุ ไซโตะ (โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส)
กองหน้า: ชินจิ โอกาซากิ(ไมนซ์ 05 / เยอรมัน), โยอิชิโร่ คากิทานิ (เซเรโซ่ โอซาก้า), ยูยะ โอซาโกะ (1860 มิวนิค / เยอรมัน), โยชิโตะ โอคุโบะ (คาวาซากิ ฟรอนตาเล่)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี