วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
1 ก.พ. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี นักศึกษาสาวชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ นายพร้อมพงษ์ฯ โดยกล่าวหาว่า นายพร้อมพงษ์ฯได้บุกรุกเข้าไปในบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านพักของนางสาวเอ ขณะที่นางสาวเอนอนพักผ่อนอยู่บนชั้น 2 ในบ้านเพียงลำพัง และพยายามปลุกปล้ำลวนลามนางสาวเอ แต่นางสาวเอไม่ยินยอม และได้ต่อสู้ขัดขืนหนีรอดมาได้ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลา 04.00 น. ของวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ท้องที่เกิดเหตุได้รวบรวมพยานหลักฐาน และออกหมายเรียกตัวนายพร้อมพงษ์ฯ ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาบุกรุกเคหะสถานผู้อื่นในยามวิกาล และกระทำอนาจารผู้อื่นแล้วนั้น
ล่าสุด ที่ห้องแถลงข่าวสโมสรนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พันตำรวจเอกวิทยา นิไทรโยค ผู้จัดการทีมนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ได้นำนายพร้อมพงษ์ กรานสำโรง สำโรง อายุ 30 ปี นักฟุตบอลศูนย์หน้าคนดังของทีมนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี แถลงข่าวอย่างเป็นทางการกรณีที่เกิดขึ้น โดยมีบรรดาแฟนคลับส่วนหนึ่งมานั่งรับฟังและตบมือให้กำลังใจ โดย พ.ต.อ.วิทยาฯ กล่าวว่า ขอขอบคุณเกี่ยวข่าวที่เกิดขึ้นกับสโมสรฯครั้งนี้ ซึ่งจากที่มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราเสียใจ แต่ว่าต้องขออภัยกับพี่น้องประชาชาและแฟนคลับ และข่าวที่เกิดขึ้นมาหลายวันแล้วบางอย่างก็น่าจะมีความชัดเจน เพื่อให้ทุกคนได้รับทราบเหมือนกันว่าอะไรที่เกิดขึ้น และแก้ปัญหาอย่างำไร สโมสรจะดำเนินอะไรบ้าง ในเบื้องต้นตนเรียนว่า ทางสโมสรฯได้ตรวจสอบในระดับหนึ่งและเห็นว่าการกระทำของนายพร้อมพงษ์ฯในวันเกิดเหตุเวลา 04.00 น.ไปเข้าบ้านนางสาวเอ. เบื้องต้นขณะนี้เราจึงจำเป็นต้องมีมาตรการให้นายพร้อมพงษ์ฯพักการทำงานจนกว่าความจริงจะกระจ่าง เพราะทีมเราเป็นทีมของพี่น้องประชาชน จ.นครราชสีมาที่มีแฟนคลับเป็นจำนวนมาก ซึ่งเราก็ได้ทำดีมาโดยตลอด พ.ต.อวิทยาฯกล่าว
ด้านนายพร้อมพงษ์ กรานสำโรง กล่าวเปิดใจว่า ตนเองต้องขอโทดทางสโมสรฯและทางแฟนบอล จ.นครราชสีมา ตนเป็นคนโคราชทำให้เสียชื่อเสียงในเรื่องนี้ ส่วนวันที่เกิดเหตุนั้น ตนมีปัญหาทะเลาะกับแฟนสาว ส่วนความจริงได้เข้าบ้านหรือหรือไม่นั้น นายพร้อมพงษ์ฯตอบว่า พอดีตนก็ได้ไปจริง แต่ตนไม่ได้ทำอะไร ส่วนใช้เวลาอยู่ในบ้านนั้นก็ไม่นานมาก และตนไม่ได้งัดเข้าไปในบ้านของผู้เสียหาย ตนยอมรับว่าไปจริง เพื่อจะไปถามว่าแฟนตนอยู่ที่นั่นหรือเปล่า ส่วนข่าวที่เกิดขึ้นที่เข้าไปในบ้านเป็นการบุกรุกเวลากลางคืนและขึ้นไปอยู่ในห้องนั้นใช้เวลาเกือบ 10 นาที แล้วมีการต่อสู้กับผู้เสียหายจริงๆเหตุการณ์เป็นอย่างนั้น นายพร้อมพงษ์ฯ กล่าวว่า ประเด็นก็คือตนทะเลาะกับแฟน และตนไปทานอาหารกับเพื่อนนักฟุตบอลด้วยกันก็คุยกันและมีการดื่มนิดหน่อย แต่ไม่ได้ถึงกับเมาหรืออะไร และหลังจากนั้นได้ไปบ้านนั้นจริงเพื่อไปตามหาแฟนของตน โดยที่ตนไม่ได้ไปทำร้ายน้องเขาหรือว่าอะไร ซึ่งอาจจะเป็นการเข้าใจผิดก็ได้ ส่วนหลังจากเกิดเหตุตนก็ได้พูดคุยกับผู้เสียหายบ้างเล็กน้อย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย ส่วนทำไมถึงเชื่อว่าแฟนตนไปอยู่บนห้องนั้น สำหรับแฟนตนก็รู้นิสัยดี และเพื่อนตนทุกคนก็รู้ว่าเวลาเราโกรธหรือทะเลาะกันจะเป็นอย่างไร ซึ่งแฟนตนก็ไปหาน้องคนนี้อยู่บ่อยๆเพราะเขาเป็นเพื่อนกัน และตนกับแฟนตนก็เคยไปเยี่ยม ไปเที่ยวที่บ้านน้องคนนี้ และเคบขึ้นไปบนห้องด้วย มีเพื่อนมีฝูงไปด้วยกัน ส่วนสาเหตุที่มีการแจ้งความกับตำรวจนั้น ตนว่าอาจจะเข้าใจผิด หรือว่าอาจจะตกใจว่าทำให้น้องเขาเสื่อมเสียตัวตนเองก็อาจจะผิดในส่วนหนึ่งที่ว่า ทำให้น้องเขาเสียหายหรือไม่สบายใจตรงนี้ตนต้องขอโทษน้องเขาด้วย คือมันก็เสียหายไปถึงแฟนตนและตัวตน ทางสโมสร และชาว จ.นครราชสีมาด้วย
ส่วนตอนเข้าไปในห้องนั้น ตนเปิดเข้าไปเอง เพราะไม่ได้ล็อค ตนถือวิสาสะเข้าไปเอง เพราะเราเป็นคนคุ้นเคยกัน รู้จักกัน ส่วนกรณีที่มุ้งลวดขาดตนไม่ได้เป็นคนเจาะมุ้งลวด ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ส่วนขึ้นไปบนห้องนอน ไม่ได้ไปปล้ำหรืออะไรนั้น ตนเรียนว่าตรงนี้ตนไม่ได้ทำอะไรน้องเขา หรือไม่มีอะไร ส่วนถ้ามีการทำร้ายร่างกายกันก็ต้องมีบาดแผล หรือรอยเล็บอะไรนั้น ตนไม่มีอะไร และตนไปตรวจสอบที่โรงโพยาบาลมาแล้วว่า ไม่ได้ทำอะไร ร่างกายตนไม่มีอะไร พร้อมกับถอดเสื้อโชว์ด้านหน้าและด้านหลัง ไม่มีรอยข่วนแต่อย่างใด
ส่วนเรื่องรับการลงโทดนั้น ถ้าตนทำให้สโมสรฯเสื่อมเสีย หรือมีบทลงโทษก็พร้อมต้องทำตามกฎของสโมสร และหลังจากนี้ไปตนเองก็จะรักษาสภาพร่างกาย แม้ว่าทางอาจจะไม่ได้ร่วมกับทีม แต่ก็ต้องทำตามที่ทางสโมสรฯจัดโปรแกรมมาให้ และเงินเดือนก็ไม่จ่าย ส่วนเรื่องของผู้เสียหายจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดนั้น ตนเองคิดว่าก็ต้องคุยกับตัวน้องด้วย แต่ก็แล้วแต่น้องเขาว่าจะทำอย่างไรแน่ ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับน้อง ส่วนเรื่องที่น้องเขาจะไม่ยอมความนั้น ก็แล้วแต่น้องเขา
“เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่า ก็เป็นบทเรียนราคาแพง ซึ่งทำให้เสียไปหมด ทั้งสโมสร ทั้งตัวผม ทั้งตัวน้องผู้หญิงเอง ทางแฟนผม และทุกๆคน โดยเฉพาะชาว จ.นครราชสีมา จากนี้ต่อไปผมจะไม่มีทางที่จะทำให้เสียชื่อเสียงอีก ของการันตีกับชาวโคราชว่า ผมไม่มีทางที่จะทำให้เสื่อมเสีย เพราะผมกลับมาโคราชมาเพื่อทำให้สโมสรนี้ โดยทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อจะทำให้เราไปในสิ่งที่เราตั้งไว้ “ นายพร้อมพงษ์ฯ กล่าว
ด้านนางสาวเอ ผู้เสียหาย ทางผู้สื่อข่าวได้สอบถามผ่านทางโทรศัพท์ถึงการแถลงข่าวดังกล่าว ซึ่งนางสาวเอยังคงยืนยันว่าจะไม่มีการยอมความอย่างเด็ดขาด ส่วนใครจะพูดอย่างไรก็เป็นสิทธิ์ของคนนั้น จากนี้ไปขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมาย
พันตำรวจโท วรเชษฐ์ ป้องสุธาธาร พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจอหอ และเป็นเจ้าของคดี เปิดเผยว่า จากนี้ไปคงต้องเรียกทั้งสองฝ่าย คือ ตัวนางสาวเอผู้เสียหาย และนายพร้อมพงษ์ผู้ต้องหา มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม ส่วนการที่นายพร้อมพงษ์ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และพร้อมจะไปให้การในชั้นศาลก็เป็นสิทธิ์ของนายพร้อมพงษ์ โดยขั้นตอนต่อไปพนักงานสอบสวนจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนคดีเสนออัยการส่งฟ้องต่อศาล ซึ่งคาดว่าประมาณ 2 สัปดาห์ก็สามารถสรุปสำนวนคดีได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘สวาดแคท’ปลดแข้งฉาวพ้นทีม เจ้าตัวพร้อมเข้ามอบตัวจันทร์นี้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี