กระทรวงการต่างประเทศดัน

กระทรวงการต่างประเทศดัน "มวยไทย"สู่โอลิมปิก

วันเสาร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 00.10 น.

กระทรวงการต่างประเทศได้จัดประชุมออนไลน์กับ สหพันธ์มวยไทยนานาชาติ IFMAกำหนดแนวทางและแผนผลักดันมวยไทยสู่โอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส รับเป็นองค์กรประสานงานในการนำผู้แทนอิฟมา เข้าพบและเจรจากับคณะกรรมการจัดการแข่งขัน ทั้งนี้ ตามคำสั่งนายดอน  ปรมัตถ์วินัยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเพื่อสนองตอบนโยบายนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่แสดงเจตจำนงค์ให้องค์กรที่เกี่ยวข้องนำมวยไทยสู่โอลิมปิกเกมส์  การประชุมออนไลน์ครั้งนี้ จัดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีผู้ร่วมประชุม ประกอบด้วย นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ, นางอรพินทร์ หาญชาญชัยกุล ผู้อำนวยการกองการทูตวัฒนธรรม, น.ส.พิชชานันท์ พนาดำรง นักการทูตชำนาญการ กองการทูตวัฒนธรรม ,ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธานสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ, พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองประธานสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ และมร.สเตฟาน ฟ็อกซ์ เลขาธิการสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ, น.ส.ชริษษา ไทแนน ผู้แทนอิฟมา ประจำสำนักงานกรุงโลซาน สวิตเซอร์แลนด์, นายขจร พราวศรี อุปนายกสมาคมกีฬามมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยฯ และนางสุปราณี คุปตาสา ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ

โดยที่ประชุมได้รับทราบถึงที่มาของการประชุมจาก นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ว่า มาจากนโยบายของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีคำสั่งให้กรมสารนิเทศ ประสานงานกับผู้แทนสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ และองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดให้มีการประชุมในครั้งนี้ด้าน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองประธานอิฟมา ได้มอบหมายให้ทีมงานเลขานุการ นำเสนอประวัติความเป็นมาของสหพันธ์มวยไทยนานาชาติ ซึ่งประเทศไทย เป็นแกนนำจัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2536 โดยมีการประชุมรับรองข้อบังคับและให้สัตยาบันร่วมกันในการปฏิบัติตามข้อบังคับของสหพันธ์ฯ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2536 หลังจากนั้น คณะกรรมการสหพันธ์ฯ ได้ดำเนินการนำมวยไทย เข้าสู่การรับรองของสมัชชาสหพันธ์กีฬานานาชาติ เพื่อเป็นกีฬาแห่งประชาคมโลก ตามกระบวนการโอลิมปิกส์ เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2547 และอีก 10 ปีต่อมา คณะกรรมการโอลิมปิกสากล มีมติรับรองกีฬามวยไทย เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2559 ให้มวยไทยมีศักดิ์และสิทธิ์ที่จะได้รับการพิจารณาบรรจุเข้าสู่โปรแกรมโอลิมปิกเกมส์ต่อไป

หลังจากนั้น มร.สเตฟาน ฟ็อกซ์ ได้นำเสนอแผนการผลักดันกีฬามวยไทยสู่โอลิมปิกเกมส์ ต่อที่ประชุม ซึ่งได้ดำเนินการมาก่อนที่ไอโอซี จะให้การรับรองกีฬามวยไทยมาแล้ว โดยนำผลงานและความสำเร็จที่เป็นประจักษ์ตลอดเวลา ทั้งนี้เพื่อสร้างกระแสการยอมรับไปทั่วโลก เพิ่มศักยภาพให้กับกีฬามวยไทย ได้รับการยอมรับโดยไม่มีขอบเขตจำกัด ซึ่งในที่สุดแล้วกีฬามวยไทย ก็ไม่ได้มีบทบาทอยู่เฉพาะความเป็นกีฬาเท่านั้น แต่ได้ก้าวสู่การยอมรับจากองค์การสหประชาชาติ หรือ UNและองค์การยูเนสโก หรือ UNESCO ในฐานะกิจกรรมเพื่อยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีทั่วโลก รวมทั้งเพื่อกิจกรรมการเรียนรู้และพัฒนคุณภาพชีวิตของประชากรโลกทุกกลุ่มก้อนนอกจากนั้นภายใต้การทำงานอย่างจริงจังของสหพันธ์มวยไทยโลก ยังสามารถผลักดันกีฬามวยไทยเข้าสู่การแข่งขันในกีฬาเวิลด์เกมส์, กีฬาเวิลด์คอมแบตเกมส์ และกีฬามหาวิทยาลัยโลก รวมทั้งกีฬาระดับนานาชาติอื่นๆ ขยายขอบเขตไปเป็นกิจกรรมที่ประชาชนและเยาวชนทั่วไปนำไปฝึกฝน ออกกำลังกาย เตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ที่จะมีขึ้นในอนาคต ความสำเร็จของสหพันธ์ฯ ในการสนับสนุนกีฬามวยไทย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเท่านี้ สิ่งที่น่าภาคภูมิใจสำหรับคนไทยและกีฬามวยไทย ที่ปรากฎขึ้นล่าสุดก็คือการที่คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งทวีปยุโรป  EOC ได้มีมติบรรจุกีฬามวยไทย เข้าไปในการแข่งขันกีฬายูโรเปี้ยนเกมส์ 2023 ที่เมืองคราคอฟ โปแลนด์ การดำเนินงานและความสำเร็จที่ปรากฎขึ้นนี้เกิดจากความพยายามของสหพันธ์ฯ เท่านั้น ทั้งที่มวยไทยเป็นของคนไทย แต่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องโดยตรงของประเทศไทย ก็มิได้ให้ความสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนเหมือนอย่างรัฐบาลจีน ที่สนับสนุนกีฬาวูซู หรือ รัสเซีย ที่สนับสนุนกีฬาแซมโบ อย่างไรก็ดี ในวาระที่กีฬามวยไทย มีโอกาสที่จะเข้าสู่โอลิมปิกเกมส์ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ก็อยากเห็นหน่วยงานของรัฐบาลไทย แสดงถึงความพร้อม ความจริงใจในการสนับสนุนกีฬามวยไทย เข้าสู่การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส นี้ด้วยขณะที่ นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ ได้แจ้งว่า กระทรวงการต่างประเทศ ไม่ได้นิ่งนอนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้ความสนใจมาโดยตลอด และแสวงหาแนวทางที่จะผลักดันให้กีฬามวยไทย ให้ได้รับการบรรจุเข้าสู่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์อย่างเต็มที่

 

 

 


 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top