วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
“เบลเยี่ยม” ปีศาจแดงแห่งยุโรปโชว์ฟอร์มสมราคาทีมหมายเลข1 ของโลกและเต็ง3 ฟุตบอลยูโร 2020 ครั้งที่16 หลังจากเอาชนะหมีขาวรัสเซียที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กได้3-0 ในถิ่นของรัสเซียเองสมราคาเต็งแชมป์ เบลเยี่ยม ของกุนซือ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ หลังลูกทีมรวมพลังยำ รัสเซีย 3-0 จากผลงานงานของ โรเมลู ลูกากู เหมาคนเดียว2ประตู โดยมี 3 คะแนนเท่า ฟินแลนด์ แต่ประตูได้เสียดีกว่านำจ่าฝูงของกลุ่ม ในศึกฟุตบอล ยูโร 2020 กลุ่มบี คืนวันเสาร์ที่12มิ.ย.2564 ที่สนาม เซนต์-ปีเตอร์สเบิร์ก สเตเดี้ยม ทีมชาติ เบลเยี่ยม ของเทรนเนอร์ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ พวกเขาเป็นเต็ง 3 แต่ฟอร์มของทีมโคตรเก่งมากๆจนฟีฟ่าแรงกิ้งยกให้เป็นหมายเลข1 มาตั้งแต่ปลายปี 2561 เบลเยี่ยมชนะบราซิลได้2-1 ในฟุตบอลโลกมาแพ้ฝรั่งเศสแชมป์โลกปี2561สกอร์ 0-1 ในรอบรองชนะเลิศ ชิงที่ 3 กลับมาชนะอังกฤษ2-0 นับตั้งแต่นั้นมาจนวันที่12 มิ.ย.2564 จับสถิติตั้งแต่ชนะอังกฤษในฟุตบอลโลกเด็กของโรแบร์โต้ มาร์ติเนซยังไม่แพ้ใครเลยรวม 31 เกม สถิติชนะ27 เสมอ 4 ยิงได้ 96 เสียไป 17 ประตูบวก79แฟนบอลเมืองไทยจะรู้จักนักเตะเบลเยี่ยมดีหลายคนในทีมชาติชุดนี้ 26 รายมีค้าแข้งในประเทศตัวเองแค่2รายคือคลับบรูกได้แก่นายทวารดังซิมง มิโญเล่ และฮันส์ วานาเก้น ที่เหลือ24 คนไปค้าแข้งกับสโมสรในต่างประเทศหมดทั้งในอังกฤษ,อิตาลี่,ญี่ปุ่น,สเปน,ฝรั่งเศส,เยอรมนี,โปรตุเกส,ตุรกี ดาวดังที่แฟนบอลรู้จักเช่น โรเมลู ลูกากู,ทิโมที คาสตานเย่,ยาห์น แฟร์ทองเก้น,โธมัส มูนิเยร์,เกวิน ฟานเดอบรอยน์ นักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 รางวัลในปี2564 กับเรือใบสีฟ้า,ยูริ ติเลมองส์แห่งจิ้งจอกสยาม, 2 พี่น้องอาร์ดานกับธอร์กาน อาร์ซาร์ด์,คริสติยง เบนเตเก้,เดนนิส ปาเอต์,ติโบร์ กูร์กตัวส์,เลอันเดร์ เดนดองเกอร์ ถ้าหากจะมองว่า เบลเยี่ยมได้ชิงชนะเลิศกับฝรั่งเศส แชมป์โลกปี2018 ในนัดยูโร 2020 รอบชิงชนะเลิศในวันที่13 ก.ค.2564 น่าจะเป็นฟุตบอลถูกคู่ มากที่สุดเป็นฟุตบอลแมตซ์แห่งปี 2564 เลยก็ว่าได้
เกมที่สนามเซนต์ปีเตอร์สเบิรกนั้น ปีศาจแดงเล่นสบายๆ ชนะ3-0 ได้ 2 ประตูจากลูกากูในนาทีที่ 10 และ88 อีกประตูจากมูนิเยร์ ในนาทีที่ 34 ฝั่งหมีขาวของโค้ช สตานิสลาฟ เชอร์เชซอฟ นั้นสู้ทางบอลปีศาจแดงไม่ได้เลย คู่ที่ 2 ทีมโคนม เดนมาร์กเจ้าบ้านบุกฟินแลนด์ตลอดเกมก็ว่าได้ ที่สนามปาร์เกน สเตเดี้ยม กรุงโคเปนเฮเก้น การเสียกัปตันทีม คริสเตียน อีริคเซ่นที่วูบคาสนามในนาทีที่ 43 ทำให้บุกยิงไม่ได้ทั้งๆที่ยิง 18 ครั้งพลาดหมด ในขณะที่นักเตะแดนแล๊ปแลนด์ ฟินแลนด์มาได้ประตูชัย1-0จากลูกโหม่งของโยเอล โปห์ยานปาโลในนาทีที่ 60 นาทีที่ 73 เดนมาร์กได้ลูกโทษ แต่ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก ยิงไปถูก ลูคัส ราเด็คกี้ นายด่านฟินแลนด์เดาทางรับได้ เกมต้องหยุดลงชั่วคราวในนาที 43 เมื่อ คริสเตียน อีริคเซ่น ล้มฟุบไปที่พื้นสนามขณะกำลังที่ไปรับบอลทุ่มริมสนามทางซ้าย จนผู้เล่นทั้งสองทีมต้องรีบเรียกทีมแพทย์ให้ลงมาทำ ซีพีอาร์ช่วยชีวิตจน เจ้าตัวเริ่มรู้สึกตัวลืมตา ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน ข่าวล่าสุดอาการปลอดภัยแล้วแต่คงลงสนามไม่ได้อีกเพราะเขามีอาการโรคหัวใจปรากฎอย่างชัดเจน
คู่ที่ 3 ที่สนามโอลิมปิกสเตเดี้ยม กรุงบากู อาเซอร์ไบจาน สวิตเซอร์แลนด์ทีมในกลุ่มเอ นักเตะแดนนาฬิกาเสมอมังกรแดงเวลส์ไปแบบไม่สนุกเท่าไหร่ 1-1 บรีล เอ็มโบโล่ โขกบอลเข้าประตูในนาทีที่ 49 ให้สวิสนำ จากนั้นนาทีที่ 74 คีฟเฟอร์ มัวร์ กองหน้ามังกรแดงเวลส์ก็โหม่งตีเสมอสำเร็จ ทำให้แบ่งไปทีมละแต้ม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี