วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2569
วิธีการรักษาไข้หวัดใหญ่
การรักษาที่ต้นเหตุและถูกต้อง คือ การรับประทานยาฆ่าเชื้อไวรัส (Antivirals) ซึ่งจะเข้าไปยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส Influenza ในร่างกาย จะส่งผลให้ระดับเชื้อไวรัสในร่างกายลดระดับลง ทำให้อาการของไข้หวัดใหญ่บรรเทาและลดโอกาสการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น ความจำเป็นในการใช้ยาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและความเหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย แพทย์อาจพิจารณาสั่งจ่ายในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง มีความเสี่ยงสูงหรือมีความจำเป็นในการใช้ อย่างไรก็ตามแพทย์อาจสั่งจ่ายยาอื่นๆ เพื่อช่วยบรรเทาอาการไข้หวัดใหญ่ เช่น ยาลดไข้ ยาแก้แพ้ลดน้ำมูก ยาลดอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เป็นต้น
ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการ ดังต่อไปนี้
l มีไข้เกิน 24 ชั่วโมง
l ให้ยาลดไข้แล้วยังเกิน 5 องศา
l หายใจหอบ หรือหายใจลำบาก
l มีอาการมากกว่า 7 วัน
l ปลายมือ ปลายเท้าเขียว
l เด็กดื่มน้ำ หรือรับประทานอาหารไม่พอ
l เด็กซึมลง ไม่เล่น
l เด็กไข้ลดลง แต่หายใจไม่ออก
l หายใจหอบ หรือหายใจลำบาก
l มีไข้เกิน 24-48 ชั่วโมง
l เจ็บ หรือแน่นหน้าอก
l หน้ามืด เป็นลม สับสน หน้ามืด
l อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้
วิธีดูแลตนเองเมื่อเป็นไข้หวัดใหญ่
ควรรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง หมั่นเช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำอุ่นหรือน้ำธรรมดาเพื่อลดไข้ และพักผ่อนให้เพียงพอ
สวมเสื้อผ้าหนาๆ เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ สวมผ้าปิดปากและจมูกเพื่อไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจาย ดื่มน้ำอุ่นมากๆ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นเป็นอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย และหากต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นควรใช้ช้อนกลาง หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมีภูมิต้านทานต่ำ
การดูแลสุขภาพช่วงไข้หวัดใหญ่ระบาด
l สวมหน้ากากอนามัย เมื่อต้องออกจากบ้านไปในที่คนพลุกพล่าน
l หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ เพราะมือเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค
l ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว เป็นต้น
l ไม่ควรคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด
l รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ นม ไข่ กินอาหารปรุงสุกใหม่ๆ และใช้ช้อนกลาง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอดื่มน้ำสะอาด และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
l ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัด และอากาศถ่ายเทไม่ดีเป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น
l ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพราะการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เพียงปีละ 1 ครั้ง ช่วยลดความเสี่ยงได้ถึง 95%
การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
วัคซีนไข้หวัดใหญ่มี 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ และชนิด 4 สายพันธุ์ ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ในช่วงเดือนพฤษภาคมและตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่
ทั้งนี้ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ไม่น่ากลัวนัก แต่หากไม่ได้รับการรักษาและดูแลอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะกับเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวหลายอย่าง มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่น ๆ ตามมาจนถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นการดูแลสุขอนามัยในชีวิตประจำวันและดูแลตัวเองให้ดีเมื่อติดเชื้อ
ไข้หวัดใหญ่ จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น และจะช่วยลดการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ได้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก :
โรงพยาบาลศิครินทร์ https://www.sikarin.com/
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ https://www.bumrungrad.com/
โรงพยาบาลกรุงเทพ https://www.bangkokhospital.com/
โรงพยาบาลเปาโล https://www.paolohospital.com/
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย chulalongkornhospita
โรงพยาบาลสมิติเวช https://www.samitivejchinatown.com/
โรงพยาบาลพญาไท https://www.phyathai.com/
กองประชาสัมพันธ์
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี