วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
ข่าวว่าที่แอนตาร์กติกาตะวันออก แถบขั้วโลกใต้ เกิดปรากฏการณ์คลื่นความร้อนครั้งใหญ่ จนอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นเหนือระดับปกติมากกว่า 28 องศาเซลเซียส
ขณะเดียวกัน เจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์ ฝรั่งเศส ความร้อนพุ่งกระฉูดกว่า 35 องศาสองวันติดแล้ว พอตกกลางคืนก็มีฝนถล่มเป็นการทิ้งท้าย
แต่คนที่นี่บอกผมว่า เป็นเรื่องปกตินะ ไม่ต้องตื่นเต้นหน้านี้เดือนนี้เมืองนี้เป็นแบบนี้
ไม่ได้ต่างอะไรกับเมืองไทยเลย
วงการมวยสากลชายก็เช่นเดียวกัน เรื่องปัญหาการมุ่งมั่นไปสู่จุดสูงสุดนั้น เราปีนป่ายไปถึงตรงนั้นไม่ได้นานแล้ว
ยิ่งนับวันก็ยิ่งสู้ยาก และก็สู้ไม่ได้ไปเรื่อยๆ หากนับ“เหรียญสุดท้าย” ของไทยเกิดขึ้นครั้งสุดท้ายตั้งแต่ปี 2012 จากพันตรีแก้ว พงษ์ประยูร แต่ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จเพราะเราพลาดเหรียญทองเป็นครั้งแรกในรอบ 4 สมัย
เหรียญทองทัพไทยต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1976 เว้นวรรคที่ไม่ส่งคือ ปี 1980 จากนั้นก็ได้มาตลอดตั้งแต่ปี 1984, 1988, 1992 จนกระทั่งเริ่มได้เหรียญทองไล่เลียงตั้งแต่ ปี 1996 สมรักษ์ คำสิงห์, ปี 2000 วิจารณ์ พลฤทธิ์, ปี 2004 มนัส บุญจำนง และปี 2008 สมจิตร จงจอหอ
นับจากปี 2012 เป็นต้นมา “มวยชาย” ไม่เคยได้เหรียญอีกเลย นับเป็นเวลาถึงวันนี้คือ 12 ปี และจะนับต่อไปเป็น 16 ปีกว่าจะถึงลอสแองเจลิส ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่า มวยจะถูกบรรจุต่อไปหรือไม่
ทุกอย่างทุกวงการก็คือ เวลาชนะ ความสำเร็จมันจะปกปิดอะไรบางอย่างอยู่เสมอ แต่เมื่อออกมาเป็นตรงข้าม ภาษาพูดภาษากายมันมีอะไรอยู่เบื้องหลังมากมายอยู่แล้วเวลาแพ้ มันไม่มีอะไรดีหรอก
เช่นเดียวกันกับสถานการณ์ตอนนี้ ที่วงการกำปั้นบ้านเราดูสับสนหลายต่อหลายอย่าง กับโลกกำปั้นเวลานี้
จับจดยกประเด็นมาได้สักสี่ซ้าห้าข้อ
นั่นก็คือ 1.สไตล์มวยที่ต้องเปลี่ยน ทุกวันนี้ไม่ใช่ “โอลิมปิกสไตล์” แบบดั้งเดิมอีกต่อไป โค้ชบอกว่าถ้าปรับต้องปรับตั้งแต่เด็ก หน้างานไม่ทัน
2.ทัวร์นาเมนท์ มีเพียงพอให้กับนักมวยจะขึ้นชก ลับฝีมือ หรือทำกินหรือไม่
3.ทรัพยากร ในปัจจุบัน ได้ข่าวกันว่าทั้งประเทศมีไม่ถึงครึ่งร้อยที่พร้อมจะออกรบ
3.แรงจูงใจของมนุษย์ในสังเวียนเลือดมีน้อยลงหรือไม่ อาชีพอื่นมีให้เลือกในการทำงานทำเงินมากกว่า
4.การเฟ้นหานักกีฬา เชื่อลึกๆ ว่าทำกันอยู่ แต่ต้องกระจายวงกว้างกว่านี้
5.ไม่ใช่แค่บนเวที แต่รอบเวทีที่ต้องทำ อย่างน้อยต้องปั้น “กรรมการ” ต้องปั้น “ผู้ตัดสิน” ไปอยู่ในวงการ
หันหน้ามาหันขวาหันซ้าย เวลาจะจรดปากกาจะได้เกรงใจกันบ้าง
ด้วยความเคารพ เวลานี้ ไทยเหมือนกับ “เล็กนิดเดียว” สำหรับวงการนี้ อยากจะบอกว่า “เล็กมาก”
เป็นเพียง “ไม้ประดับ” เป็นเพียง “หนึ่งในดอกไม้ในกระเช้าใบใหญ่” เป็นเพียง “ดอกไม้ดอกเล็กๆ ในสวนสาธารณะ” ไปแล้ว
นี่เป็นเรื่องที่เป็น “วาระแห่งชาติ” ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่มีสิทธิ์อยู่เฉยๆ ได้
คำว่า “มวย” คือ ความหวังของคนทั้งประเทศ แต่ปัจจุบันค่อยๆ ลดระดับลงมา ทีนี้จะทำอย่างไรในการให้กลับมาตั้งลำแล้วเทคออฟกันอีกครั้ง
“พิชัย ชุณหวชิร” นายกสมาคมฯ นาทีนี้น่าจะหนักสุดๆ เพราะแบกความหวังอยู่หลายเรื่อง
ทั้งเรื่องของการมวย และเรื่องของการเมือง
สองบ่าที่เห็นเป็นการขับเคลื่อนทั้งองคาพยพของการมวย และองคาพยพของการเงินที่เหมือนกับประชาชนหลายคนเฝ้ารอกันอยู่
เพราะ คุณพิชัย เป็น รัฐมนตรีคลัง ต้องรับกับโจทย์นี้ที่ท้าทายในวงการกำปั้น
ไม่ได้ยิ่นหย่อนไปกว่า ‘ดิจิทัล วอลเล็ต’
บี แหลมสิงห์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี