วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ศาลได้ปฏิเสธคำอุทธรณ์ของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ต่อการถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ เพลย์ออฟ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในวันเสาร์นี้ เนื่องจากการสอดแนมของทีมสต๊าฟฟ์ ทำให้พวกเขาหมดลุ้นในการขึ้นชั้นอย่างแน่นอนแล้ว
โปรแกรมการดวลแข้งเพลย์ออฟ นัดชิงชนะเลิศ ที่นิว เวมบลีย์ เสาร์นี้ เวลา 21.30 น.จะเป็นการเจอกันระหว่าง “เสือน้อย” ฮัลล์ ซิตี้ กับ “สิงห์แดง” มิดเดิลสโบโรห์ โดยมีตำแหน่งในพรีเมียร์ลีกเป็นเดิมพัน พร้อมเงินการันตีอย่างต่ำ 150 ล้านปอนด์
คณะกรรมการวินัยอิสระของ ลีกฟุตบอลอังกฤษ (EFL) ได้ตัดสินเมื่อเย็นวันอังคารที่ผ่านมาว่า เซาแธมป์ตัน ถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันเพลย์ออฟ และให้มิดเดิลสโบโรห์ กลับเข้าสู่รอบต่อไป หลังจาก มิดเดิลสโบโรห์ แพ้ เซาแธมป์ตัน ด้วยสกอร์รวม 1-2 ในรอบรองชนะเลิศ
เรื่องนี้เกิดขึ้น เมื่อ วิลเลี่ยม ซอลท์ เป็นสมาชิกในทีมวิเคราะห์ของทอนดา เอคเคิร์ต กุนซือทีมตรานักบุญ ถูกจับได้ว่า บันทึกภาพการฝึกซ้อมของมิดเดิลสโบรห์และถ่ายภาพกลยุทธ์ในเช้าวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยถูกจับได้ว่าซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ ใกล้สนามซ้อม และถูกระบุว่า ได้มาใช้ธุรกรรมทางธนาคาร โดยใช้เครดิตการ์ด ซื้อกาแฟที่สนามกอล์ฟร็อคลิฟฟ์ฮอลล์ ในช่วงเวลาเดียวกัน
หลังจากเจ้าหน้าที่ของมิดเดิ้ลสโบรช์ จับได้แล้ว ก็จึงสั่งให้ลบภาพถ่ายทั้งหมด แต่พวกเขาตัดสินใจแจ้งไปยัง EFL ทำให้ เซาแธมป์ตัน ถูกกล่าวหาว่า ละเมิดกฎระเบียบสองข้อ ได้แก่ กฎระเบียบ EFL ข้อ 3.4 ซึ่งกำหนดให้สโมสรต้องปฏิบัติต่อกันด้วยความสุจริตใจอย่างสูงสุด และ ข้อ 127 ซึ่งห้ามไม่ให้สโมสรใดสังเกตการณ์หรือพยายามสังเกตการณ์การฝึกซ้อมของสโมสรอื่นภายใน 72 ชั่วโมงก่อนการแข่งขันที่กำหนดไว้ระหว่างสองสโมสร
ทางฝั่ง เซาแธมป์ตัน ได้ยอมรับว่า พวกเขาส่งทีมสอดแนมการฝึกซ้อมของคู่แข่งรวมทั้งสิ้น 3 ทีม รวมถึง มิดเดิลสโบโรห์ ก่อนเกมรอบรองชนะเลิศ นัดแรก แต่ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อการลงโทษ โดยให้เหตุผลว่า เป็นการลงโทษที่ไม่สมดุลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับการลงโทษครั้งก่อนๆ ในประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลอังกฤษ อย่างไรก็ตาม EFL ได้ปฏิเสธคำอุทธรณ์ของเซาแธมป์ตันและยืนยันบทลงโทษดังกล่าว
"คณะกรรมการอนุญาโตตุลาการของลีกได้ยกคำอุทธรณ์ของสโมสรฟุตบอลเซาแธมป์ตันต่อบทลงโทษของคณะกรรมการวินัยอิสระในคืนนี้ หลังจากที่สโมสรยอมรับว่าได้ละเมิดกฎระเบียบของ EFL หลายข้อ" EFL แถลงการณ์เมื่อวันพุธ "การตัดสินนี้หมายความว่า บทลงโทษเดิมคือการถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันรอบเพลย์ออฟของแชมเปี้ยนชิพ ยังคงมีผลอยู่ เช่นเดียวกับการหัก 4 คะแนน ที่จะนำไปใช้ในการเริ่มต้นฤดูกาลใหม่(2026-27)"
โดยคำตัดสินนี้ถือเป็นที่สิ้นสุดและไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาอีกต่อไป
สโมสรเซาแธมป์ตัน ออกแถลงการณ์โดยเรียกคำตัดสินนี้ว่า ผลลัพธ์ที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง แม้ว่าเราจะยอมรับอย่างเต็มที่ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้และการตรวจสอบที่ตามมา แต่สโมสรเชื่อมาโดยตลอดว่าบทลงโทษทางกีฬาครั้งแรกนั้นไม่เหมาะสม
"แม้ว่าค่ำคืนนี้จะเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวด แต่สโมสรฟุตบอลแห่งนี้จะตอบสนองด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน ความรับผิดชอบ และความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขสิ่งต่างๆ ให้ถูกต้อง"
อย่างไรก็ตาม ฟิล พาร์สันส์ ประธานบริหารของเซาแธมป์ตัน กล่าวว่าสโมสรไม่สามารถ "ยอมรับบทลงโทษที่ไม่สมเหตุสมผลกับความผิด" ได้ โดย พาร์สันส์ ชี้ให้เห็นถึงค่าปรับ 200,000 ปอนด์ที่ลีดส์ ยูไนเต็ด ได้รับในปี 2019 จากการสอดแนมดาร์บี้ เป็นหลักฐานของกรณีตัวอย่าง
ขณะเดียวกัน ฝั่งของ ฮัลล์ เอง ก็แสดงท่าทีอันแข็งกร้าว เนื่องจากไม่พอใจที่พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แตกต่างออกไปในระยะเวลาอันสั้น เพราะเตรียมตัวเจอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน มาตลอด และมีเวลาอีกเพียงไม่ถึง 48 ชั่วโมงต้องเปลี่ยนคู่ชิง
ซึ่ง อคุน อิลิกาลี เจ้าของทีม บอกว่า สโมสรอาจดำเนินการทางกฎหมายหากพวกเขาแพ้ในรอบชิงชนะเลิศ โดยระบุว่า เขาไม่พอใจกับสถานการณ์นี้ แต่ไม่มีทางเลือกอื่น เพราะปัจจุบันความยุติธรรมมันยุ่งเหยิงมาก
สำหรับ เซาธ์แฮมป์ตัน กำลังพิจารณาในการยกเลิกสัญญากับ ทอนดา เอคเคิร์ต กุนซือหนุ่มฝีมือดี พร้อมกับทีมงาน หลังจากทำเสียชื่อเสียงอย่างมาก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี