วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เช้าวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายนนี้ ปิดท้ายด้วยเกมในช่วงเวลา 11.00น. สายของวันอาทิตย์เป็นเกมนัดที่สองของกลุ่มเอฟ ลงเล่นกันที่สนาม เอสตาดิโอ มอนเตร์เรย์ ในเมืองกัวดาลูเป ประเทศเม็กซิโก “ซามูไรบลู” ญี่ปุ่น จะพบกับ “อินทรีแห่งคาเธจ” ตูนิเซีย
ญี่ปุ่น ไล่ตามตีเสมอ เนเธอร์แลนด์ 2-2 จากการถูกขึ้นนำ 2 ครั้ง เก็บ 1 คะแนนสำคัญ แม้จะได้รับคำชื่นชมจากแฟนบอล แต่กุนซือ ฮาจิเมะ โมริยาสุ มองว่าเป็นผลงานที่น่าผิดหวังเล็กน้อย เพราะตั้งเป้าเอาไว้คือ 3 แต้ม แต่ก็ซูฮกสปิริตของลูกทีมที่สู้อย่างเต็มที่ เกมนี้ต้องรอทดสอบความฟิตของ ทาเคฟุสะ คุโบะ แนวรุกจาก เรอัล โซเซียดาด ที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณเข่า ตำแหน่งอื่นๆ ไม่มีปัญหาอะไร ยึดระบบการเล่น 3-4-2-1 ถือเป็นทีมที่คาดหมายผู้เล่นค่อนข้างยาก เพราะขุมกำลังสามารถสลับสับเปลี่ยนได้หมดตามเป้าหมายที่ต้องการในแต่ละเกม
คาดว่าแนวรับอาจจะปรับมาใช้กัปตันทีม โค อิตาคุระ ลงไปเล่นเซนเตอร์แบ็กฝั่งขวา แดนกลางสลับเอา อาโอะ ทานากะ ไปเล่นกับ ไดจิ คามาดะ เพื่อเน้นเกมรุกมากขึ้น วิงแบ็กสองฝั่งยึด ริตสึ โดอัน และเคอิโตะ นากามูระ เหมือนเดิม ส่วนเกมรุกหาก คุโบะ ฟิตจะได้สตาร์ท หากไม่ไหวก็มีตัวเลือกอื่นอย่าง จุนยะ อิโตะ หรือยูอิโตะ ซูซูกิ หน้าเป้ายังใช้ อายาเสะ อูเอดะ เหมือนเดิม
ฟากของ ตูนิเซีย ประเดิมด้วยการพ่ายให้กับ สวีเดน แบบหมดสภาพ 1-5 สิ้นลายความเหนียวที่ไม่เสียประตูให้กับคู่แข่งในรอบคัดเลือก แถมยังเป็นความพ่ายแพ้ที่ยับเยินที่สุดในการเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย นำไปสู่การตัดสินใจปลด ซาบรี้ ลามูชี่ ออกจากตำแหน่งกุนซือทันที พร้อมแต่งตั้งให้ แอร์กเว่ เรอนาร์ กุนซือชาวฝรั่งเศสที่แยกทางกับทีมชาติซาอุดีอาระเบีย ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ 1 เดือน เข้ามากอบกู้วิกฤติในสองเกมที่เหลือ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ตูนิเซีย ตะเพิดกุนซือระหว่างทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก ก่อนหน้านี้เคยเกิดขึ้นในปี 1998 ที่ฝรั่งเศส เป็นเจ้าภาพ โดยครั้งนั้น เฮนริค คาสเปอร์ซัค ชาวโปแลนด์ ถูกปลดออกจากตำแหน่งหลังแพ้ 2 เกมในรอบแบ่งกลุ่มให้กับ อังกฤษ และโคลอมเบีย หมดลุ้นเข้ารอบ ถือเป็นความผิดพลาดของสหพันธ์ฟุตบอลตูนิเซียตั้งแต่เริ่ม ที่เลือกเปลี่ยนม้ากลางศึกปลด ซามี่ ตราเบลซี่ ที่คุมในรอบคัดเลือกไม่แพ้และไม่เสียประตูออกกลางคัน แล้วเลือก ซาบรี้ ลามูชี่ ที่โปรไฟล์ดีกว่ามาคุมทีมในรอบสุดท้ายแทน
กมนี้กุนซือป้ายแดงอย่าง แอร์กเว่ เรอนาร์ ได้กล่าวกับนักเตะก่อนลงสนามต้องเชิดหน้าขึ้น ต่อสู้ก้าวผ่านฝันร้ายในเกมแรกไปให้ได้ ขุมกำลังไม่มีนักเตะบาดเจ็บอยู่ที่ว่าใครซ้อมดีก็มีโอกาสได้ลงสนาม มีความเป็นไปได้ว่าจะปรับระบบจากแบ็กทรีมาเล่นเป็นไลน์โฟร์ เพื่อเน้นเกมรุกมากขึ้น ดันเอา ฮันนิบาล เมจบรี ขึ้นมายืนเป็นจอมทัพขนาบข้างไปด้วย เอเลียส อาชูรี่ และเซบาสเตียน ตูเน็คติ โดยมี ฟีราส ชาอัต เป็นหน้าเป้า
11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม
ญี่ปุ่น (3-4-2-1): ไซออน ซูซูกิ, โค อิตาคุระ, โชโกะ ทานิงุจิ, ฮิโรกิ อิโตะ, ริตสึ โดอัน, ไดจิ คามาดะ, อาโอะ ทานากะ, เคอิโตะ นากามูระ, ทาเคฟุสะ คุโบะ, ไดเซน มาเอดะ และอายะเสะ อูเอดะ
ตูนิเซีย (4-2-3-1): อับเดลมูฮิบ ชามัคห์, ยาน วาเลรี่, โอมาร์ เรกิก, มงตาสซาร์ ทัลบี้, อาลี อับดี้, เอลลิส สคิรี่, รานี่ เคดิร่า, เอเลียส อาชูรี่, ฮันนิบาล เมจบรี, เซบาสเตียน ตูเน็คติ และฟีราส ชาอัต โดยมี อิสต์วาน โควาช จากโรมาเนีย เป็นผู้ตัดสินในเกมนี้
ฟันธง : ญี่ปุ่น 2-1
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี