542.jpg
ปรีวิว-ฟันธง! ‘มะกัน’พร้อมเฝ้าบ้าน-‘เบลเยี่ยม’ลุ้นเฮ

ปรีวิว-ฟันธง! ‘มะกัน’พร้อมเฝ้าบ้าน-‘เบลเยี่ยม’ลุ้นเฮ

วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.37 น.

 

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ประจำเช้าวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม รอบ 32 ทีมสุดท้าย มีลงฟาดแข้ง 2คู่  คู่แรกเวลา 03.00น. ที่สนาม ลูเมน ฟิลด์ ในเมืองซีแอตเทิ่ล รัฐวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา 



“ปีศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียม จะพบกับ “สิงโตแห่งเตรังก้า” เซเนกัล ซึ่ง เบลเยียม ออกสตาร์ทฝืดเสมอ อียิปต์ 1-1 และอิหร่าน 0-0 ก่อนจะมาคืนฟอร์มถล่ม นิวซีแลนด์ 5-1 พลิกสถานการณ์เข้ารอบน็อกเอาต์ในฐานะแชมป์กลุ่มจี มี 5 คะแนน 

 

ทีมของ รูดี้ การ์เซีย ยังคงไม่มี เซโน่ เดบาสต์ ที่บาดเจ็บ ข่าวดีคือการได้ นาธาน เอ็นกอย ที่พ้นโทษแบนกลับมาเป็นตัวเลือกในแนวรับ มีการพยายามปรับแผงมิดฟิลด์ตลอด 3 เกมที่ผ่านมา นัดที่แล้วใช้ ฮานส์ วานาเค่น มาออกบอลร่วมกับ ยูริ ตีเลมานส์ แล้วดูดี มีแววได้ลงเล่นต่อ แดนบนการได้ เฌเรมี่ โดกู กลับมาทำให้เกมรุกมีความอันตรายมากขึ้น ประสานงานกับ เควิน เดอ บรอยน์ และเลอันโดร ทรอสซาร์ ส่วนหน้าเป้าถึงเวลาของ โรเมลู ลูกากู ที่เพิ่งปลดล็อกยิงประตูทำสถิติดาวซัลโวสูงสุดให้กับทีมชาติได้สตาร์ทตัวจริง  

 

ฟาก เซเนกัล เปิดตัว 2 เกมแรกไม่ดี พ่ายให้กับ ฝรั่งเศส 1-3 และโดนนอร์เวย์สอยอีก 2-3 ก่อนจะมาฟื้นในเกมสุดท้ายไล่ถล่ม อิรัก ที่เหลือผู้เล่น 10 คนตั้งแต่ต้นเกม 5-0 พลิกสถานการณ์เข้ารอบด้วยการมี 3 คะแนน ในฐานะทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 8 จาก 12 กลุ่ม โดยเป็นทีมเดียวที่มี 3 แต้ม แต่หลุดเข้ารอบมาได้ ด้วยผลต่างประตูได้เสียที่ดีกว่ากลุ่มอื่นๆ 

อย่างไรก็ตามเกมนี้ทีมของกุนซือ เอเมอร์เซ่ ฟาเอ้ จะหมดสิทธิ์ใช้งาน เอดูอาร์ เมนดี้ นายด่านมือหนึ่งที่บาดเจ็บ เป็นโอกาสของ โมรี่ เดียว ได้เฝ้าเสาต่อ ตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟ จำเป็นต้องดร็อปตัวเก๋าอย่าง คาลิดู คูลิบาลี่ ที่ก่อความผิดพลาดใน 2 เกมแรก มีแววจะใช้ อับดุลลาย เซ็ค จับคู่กับ มุสซ่า เนียกาเต้ ตรงกลางใช้ อิดริสซ่า กาน่า เกย์ คุมจังหวะเกมร่วมกับ ป๊าป เกย์ พร้อมดัน ลามีน กามาร่า ขึ้นไปเล่นเกมรุกประสานงานกับ อิลิมาน เอ็นดิอาย และซาดิโอ มาเน่ และขยับ อิสไมล่า ซาร์ ไปยืนหน้าเป้าแทนที่ของ นิโคลัส แจ็คสัน ที่ฟอร์มฝืดเหลือเกิน   

 

ทั้งสองทีมไม่เคยพบกันมาก่อน โดยเบลเยียมเจอกับทีมจากทวีปแอฟริกาในเวิลด์คัพรอบสุดท้ายมา 6 ครั้ง ชนะ 3 เสมอ 2 และแพ้ 1 โดยพ่ายให้กับ โมร็อกโก 0-2 เมื่อ 4 ปีที่แล้ว จนทำให้พวกเขาตกรอบแรก  

 

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

 เบลเยียม (4-2-3-1) : ตีโบต์ กูร์กตัวส์, ทีโมธี กาสตานเญ่, แบรนดอน เมเชเล่, อาร์ตูร์ เธียต, มักซิม เดอ คุยเปอร์, ยูริ ตีเลมานส์, ฮานส์ วานาเค่น, เลอันโดร ทรอสซาร์, เควิน เดอ บรอยน์, เฌเรมี่ โดกู และโรเมลู ลูกากู

เซเนกัล (4-2-3-1) : โมรี่ เดียว, เกรแป็ง ดิยัตต้า, อับดุลลาย เซ็ค, มุสซ่า เนียกาเต้, อิสมาอิล ยาค็อบส์, อิดริสซ่า กาน่า เกย์, ป๊าป เกย์, อิลิมาน เอ็นดิอาย, ลามีน กามาร่า, ซาดิโอ มาเน่ และอิสไมล่า ซาร์          

สกอร์ที่คาด : เบลเยี่ยม ชนะ 2-1

ปิดท้ายเช้าวันพฤหัสบดี 07.00 น. เจ้าภาพร่วม “พญาอินทรี” สหรัฐอเมริกา จะพบกับ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีน่า ที่สนาม ลีวาย สเตเดี้ยม ในเมืองซานตา คลาร่า รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเจ้าภาพร่วม อเมริกา เปิดตัวด้วยการถล่ม ปารากวัย 4-1 ตามด้วยการต้อน ออสเตรเลีย 2-0 ก่อนที่เกมสุดท้ายจะพักตัวหลักพ่ายให้กับ ตุรกี ที่ตกรอบไปแล้ว 2-3 เสียประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ก่อนเข้ารอบฐานะแชมป์กลุ่มดี 

 

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ รอทดสอบความฟิต คริสเตียน โรดาน มิดฟิลด์ที่บาดเจ็บกล้ามเนื้อ นอกนั้นไม่มีใครเดี้ยงหรือติดโทษแบน สามารถปรับเล่นได้ 2 ระบบ 4-2-3-1 และ 3-4-2-1 แต่เชื่อว่าจะใช้แบบหลัง ไทเลอร์ อดัมส์ คุมแดนกลางร่วมกับ มาลิค ทีลแมน โดยมี เซร์กิโน่ เดสต์ และแอนโทนี่ โรบินสัน ขึ้นเกมริมเส้น พร้อมวาง เวสตัน แม็คเคนนี่ ประสานงานเกมรุกกับ คริสเตียน พูลิซิช และโฟลาริน บาโลกุน         

 

ฝั่ง บอสเนียและเฮอร์เซโกวีน่า สร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกเป็นหนแรก ด้วยการมี 4 คะแนน เสมอ แคนาดา 1-1 ก่อนโดน สวิตเซอร์แลนด์ ถล่ม 4-1 และเอาชนะ กาตาร์ 3-1 มาในฐานะทีมอันดับสามที่ดีที่สุด ทีมของกุนซือ เซอร์เกย์ บาร์บาเรซ ได้รับข่าวดีเมื่อแนวรับคนสำคัญอย่าง ทาริค มูฮาเรโมวิช พ้นโทษแบนกลับมา หลังโดนใบแดงในเกมที่สองของรอบแบ่งกลุ่ม 

ขุมกำลังรายอื่นๆ ไม่มีใครบาดเจ็บอยู่ในสภาพที่พร้อมสู้เต็มที่ ยึดระบบการเล่น 4-4-2 ตามถนัด เซอัด โคลาซินัช เป็นผู้นำในแนวรับ ตรงกลางใช้ เบนจามิน ทาฮิโรวิช จับคู่กับ อีวาน บาซิช โดยมีสองดาวรุ่ง เอสเมียร์ บายรัคตาเรวิช และเคริม อาลายเบโกวิช ขึ้นเกมรุกริมเส้นประสานงานกับคู่หัวหอกอย่าง เอร์เมดิน เดมิโรวิช และเอดิน เชโก้       

 

สถิติการพบกันของทั้งสองทีม 3 ครั้งเป็นเกมอุ่นเครื่องทั้งหมด สหรัฐอเมริกา ไม่แพ้เลย ชนะ 2 และเสมอ 1 แต่มีสถิติที่ไม่ดีในการเจอกับชาติจากยุโรปในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 25 ครั้ง ชนะได้แค่ 3 เสมอ 7 และปราชัยไปถึง 15 ครั้ง โดย 3 เกมที่พวกเขาชนะเกิดขึ้นในปี 1930 ถล่ม เบลเยียม 3-0 ต่อด้วยหนึ่งในเกมที่พลิกล็อกที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก เฉือน อังกฤษ 1-0 ในปี 1950 และเฉือนโปรตุเกส 3-2 ในปี 2002

 

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

 สหรัฐอเมริกา (3-4-2-1) : แมทธิว ฟรีส, อเล็กซ์ ฟรีแมน, ทิม รีม, คริส ริชาร์ดส์, เซร์กิโน่ เดสต์, ไทเลอร์ อดัมส์, มาลิค ทิลแมน, แอนโทนี่ โรบินสัน, เวสตัน แม็คเคนนี่, คริสเตียน พูลิซิช และโฟลาริน บาโลกุน

 บอสเนียฯ (4-4-2) : นิโกล่า วาซิลจ์, อามาร์ เดดิช, ทาริค มูฮาเรโมวิช, นิโกล่า คาติช, เซอัด โคลาซินัช, เอสเมียร์ บายรัคตาเรวิช, เบนจามิน ทาฮิโรวิช, อีวาน บาซิช, เคริม อาลายเบโกวิช, เอร์เมดิน เดมิโรวิช และเอดิน เชโก้          


สกอร์ที่คาด : สหรัฐฯชนะ 2-1

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top