วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2569
นายธนเทพ มงคลเจริญศรี กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท พรีเมี่ยม เพลส ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้ดำเนินโครงการอสังหาริมทรัพย์แนวราบ แบรนด์ “พรีเมี่ยม เพลส” ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท พรีเมี่ยม เพลส ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และโครงการแนวสูง “พรีมิโอ” ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท พรีมีโอ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการมากว่า 20 ปี บริษัทจึงตั้งเป้าหมายภายในอีก 5 ปีข้างหน้า จะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ซึ่งปัจจุบันพอร์ตการลงทุนมูลค่าประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท และได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 350 ล้านบาท เป็น 1,000 ล้านบาท
นอกจากนี้จะมีการพัฒนาโครงการเพิ่มจากเฉลี่ยประมาณ 2-3 โครงการ เป็นปีละ 4 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 2 โครงการ และแนวสูง 2 โครงการ รวมมูลค่าโครงการประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยกระจายการพัฒาโครงการไปในทำเลอื่นๆมากขึ้น จากปัจจุบันที่เน้นพัฒนาโครงการในทำเลรามอินทรา,เกษตร-นวมินทร์ และลาดพร้าว เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้มากขึ้น ประกอบกับปัจจุบันที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการแนวราบในทำเลรามอินทรา,เกษตร-นวมินทร์ และลาดพร้าว เริ่มหาได้ยากมากขึ้น และราคาปรับสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 70,000-80,000 บาทต่อตารางวา (ตร.ว.) เป็น 150,000-160,000 บาทต่อตร.ว. ดังนั้นแนวโน้มในอนาคตหากผู้ประกอบการจะพัฒนาโครงการ ต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องภาวะเศรษฐกิจและหนี้ภาคครัวเรือน
สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทในปี 2558 จะพัฒนา 4 โครงการ รวมมูลค่าโครงการประมาณ 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการ “พรีเมี่ยม เพลส พหลโยธิน-รัตนโกสินทร์ สมโภช” บนพื้นที่ 8 ไร่ เป็นทาวน์โฮม สูง 3-4 ชั้น ขนาด 21.25 ตร.ว. ราคา 5.6-7 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 85 หน่วย (ยูนิต) มูลค่าโครงการกว่า 800 ล้านบาท, 2.โครงการ “พรีเมี่ยม เพลส แฟชั่น ไอส์แลนด์” บนพื้นที่ 13 ไร่ อาจจะปรับเป็นโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูส คือ พัฒนาทั้งคอนโดมิเนียมและทาวน์โฮม ขณะนี้อยู่ระหว่างการวางผังโครงการ จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนอีก 2 โครงการ จะเป็นคอนโดมิเนียม ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อที่ดินแปลงละประมาณ 5 ไร่ คาดว่าจะสามารถสรุปผลได้ในปลายปี 2557 นี้
นายธนเทพกล่าวว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2557 นี้ บริษัทมองว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์มีทิศทางการฟื้นตัวที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมือง แต่หลังจากสถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้น ได้มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำงาน และมีนโยบายเร่งอนุมัติก่อสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆ ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ มีการเปิดตัวโครงการในประเภทต่างๆมากขึ้น ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลังกลับมาคึกคักอีกครั้ง
ส่วนผลประกอบการของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกปี 2557 มียอดขายอยู่ที่ 800 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีน่าจะอยู่ที่ 1,400 ล้านบาท จากเดิมตั้งเป้าทั้งปีไว้ที่ 1,200 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ที่ 1,200 ล้านบาท โดยแบ่งสัดส่วนรายได้จากธุรกิจให้เช่ากว่า 10% และที่เหลือเป็นรายได้จากธุรกิจเพื่อการขาย และในปี 2558 ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 2,000 ล้านบาท และมียอดรับรู้รายได้ที่ 1,500 ล้านบาท
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี