วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569
nn ช่วง 2-3 วัน มานี้เห็นข่าวเรื่อง “พฤติกรรมอันชวนให้สงสัย” ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ “ดีอี”...ต่อกรณีของโครงการ “เนตชายขอบ” และเรื่องธุรกิจดาวเทียม...มามากพอสมควร...วันนี้ “หมุนตามทุน” ขอเอามาขย้ำเอ๊ยขยายความต่ออีกนิดแล้วกัน...!! ดีอี...ปากก็ว่ากำลังเร่งสานนโยบาย“ไทยแลนด์ 4.0”...ให้คนไทยทุกคนเข้าถึงไวไฟอินเตอร์เนต กรุยทางสู่สังคมดิจิทัลเต็มตัว แต่ไม่รู้ไปมั่วซั่วกันอีท่าไหน โครงการ “เนตประชารัฐ”ที่ติดตั้งไวไฟอินเตอร์เนต 24,700 หมู่บ้าน (ดีอีเป็นเจ้าภาพติดตั้งแล้วเสร็จไปตั้งแต่ปีมะโว้) กำหนดราคากันไปเสร็จสรรพแต่จนป่านนี้ประชาชนยังไม่สามารถต่อเนตเชื่อมเข้าบ้านได้... ยังต้องซิ่งมอ’ไซค์ไปใช้ไวไฟฟรี ณ จุดบริการหน้าบ้านกำนัน ผู้ใหญ่บ้านกันอยู่เลย...ส่วนเนตประชารัฐในพื้นที่ชายขอบ หรือ “เนตชายขอบ” ที่โครงข่ายสื่อสารใดก็ยังไปไม่ถึง...ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นเจ้าภาพดำเนินการในเฟสแรก 3,920 หมู่บ้าน วงเงินกว่า 13,000 ล้านบาท ที่เปิดประมูลไปปี 2559 หวังจะเปิดให้บริการบางส่วนในกลางปี 2561...แต่จนวันนี้เพิ่งจะส่งมอบเฟสแรกไปเพียงแค่บางส่วน โดยมีเพียงกลุ่มบริษัททรูมูฟ ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชั่นจำกัด และบริษัท อินเตอร์ ลิงค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) ส่งมอบงานบางส่วนมาให้ ขณะที่บริษัททีโอทีเป็นผู้ชนะติดตั้งถึง 3 โซนใหญ่ ยังไม่เริ่มดำเนินการแม้แต่น้อย... ทำเอา กสทช.นั่งไม่ติดต้องวิ่งพล่านทำเรื่องไปยัง รมว.ดีอีให้กระทุ้งผู้บริหารทีโอทีเร่งรัดการดำเนินโครงการ ก่อนจะลากเอาโครงการเนตประชารัฐของรัฐบาลพังพาบลงไปด้วย!...เรื่องกระทุ้งทีโอทีเร่งรัดติดตั้งเนตชายขอบให้เป็นไปตามแผนงานนั้นพอจะเข้าใจได้เพราะว่ายังมีเนตประชารัฐหรือเนตชายขอบในเฟส 2 อีกกว่า 15,732 หมู่บ้าน วงเงินกว่า 16,000 ล้าน ที่กสทช.เตรียมเปิดประมูลตามมาอีกระลอก ขณะที่กระทรวงดีอีก็ตั้งป้อมจะขอโอนโครงการในส่วนของโครงการฟรีไวไฟมาดำเนินการเองภายใต้วงเงินราว 4,000 ล้านบาท...ด้วยข้ออ้างเพื่อความคล่องตัวและเพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน.. แต่กระแสที่มันแพลมออกมาถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังที่ทำให้เนตชายขอบ ของกสทช. ที่ยัง “ติดติดขัดขัด” ก็เพราะมี “มือที่มองไม่เห็น - Invisible Hand” จ้องจะล้วงตับให้ดีอีและกสทช.แก้ไขสัญญาที่เซ็นกันไปตั้งแต่นานแล้ว... เพื่อปรับเปลี่ยนสัญญาโครงการนี้ จากที่กำหนดให้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียมภายในประเทศเพื่อให้บริการเชื่อมโยงโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่มาเป็นการเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมจากต่างประเทศเข้ามาให้บริการแทน... โดยอ้างว่าได้มีการหารือในหลักการกับกระทรวงดีอีแล้ว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างยกร่างระเบียบรองรับที่คาดจะแล้วเสร็จในช่วง 1-2 เดือนนี้…พฤติกรรมของกลุ่มบุคคลที่กำลังเล่นวิ่งพล่านกดดันให้กระทรวงดีอียกร่างระเบียบรองรับเปิดทางให้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียมต่างประเทศเข้ามาเสียบแทนเงื่อนไขเดิมที่กำหนดให้ต้องใช้ดาวเทียมในประเทศนั้น มันมองเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากเป็นขบวนการทำลายอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศ โดยที่ภาครัฐยังไม่ได้ประโยชน์ใดๆ...จะมีก็แต่ตัวผู้รับเหมากับกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังเท่านั้น “ชุบมือเปิบ” กันไป...น่าแปลกใจ!! แทนที่ดีอีจะไปเร่งรัดให้ผู้รับเหมาติดตั้งเนตชายขอบ...ให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อสนองนโยบายรัฐบาลจะได้ไปเร่งรัดโครงการในเฟส 2 ต่อ... แต่กลับมีความพยายามย้อนไปทำเรื่องแก้ไขสัญญาที่ได้ลงนามกันไปแล้วซะงั้นจะไม่ให้คิดได้ไงว่า... “ไอ้โม่ง” ชักใยอยู่เบื้องหลัง...ซ้ำการแก้สัญญาเช่าช่องดาวเทียม...ดาวเทียมต่างชาติซึ่งจะเสียค่าธรรมเนียมใบอนุญาตแค่ 4% เท่านั้น..แต่ “ไทยคม” ผู้ประกอบการดาวเทียม ภายในประเทศ..กำลังโดนดีอีไล่บี้ให้กลับไปอยู่ในระบบสัมปทานที่ต้องจ่าย “ค่าต๋ง” เข้ารัฐถึง 22% ...แบบนี้มันจะเป็นธรรมกับผู้ประกอบการไทยตรงไหนหรือ??...เงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กทปส.) ที่กสทช.เก็บจากผู้ประกอบการไทยหรือโอเปอเรเตอร์ไทย..ที่เอาไปปลุกปั้น “เนตประชารัฐ”...แทนที่บริษัทสื่อสารในประเทศไทยได้ประโยชน์...เหตุใดกลับจ้องจะเทไปประเคนให้ทุนต่างชาติล่ะครับท่าน...มันถูกต้องและสมควรแล้วหรือท่าน รมว.ดีอีที่เคารพ!!!...nn
กระบองเพชร
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี