ธ.ก.ส.เตรียม3.5หมื่นล้านปล่อยกู้เกษตรกรเพื่อจัดซื้อรถไถนาเกี่ยวข้าว เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

วันพฤหัสบดี ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556, 06.00 น.

 

ธ.ก.ส.ขยายวงเงินสินเชื่อโครงการจัดหาเครื่องจักรเครื่องยนต์ทางการเกษตร อีก 2 หมื่นล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จ 3.5 หมื่นล้านบาท อ้างช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตของเกษตรกรแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน พร้อมโชว์ผลงานปี’55 สินเชื่อเพิ่มกว่า 1.1 แสนล้านบาท

นายชัยวัฒน์ ปกป้อง ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่าจากการที่ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสินเชื่อจัดหาเครื่องจักรเครื่องยนต์ทางการเกษตรวงเงิน 15,000 ล้านบาท เป็นระยะเวลา 3 ปีตั้งแต่ปี 2554-31 มีนาคม 2557 นั้นล่าสุดจ่ายสินเชื่อไปแล้ว 15,655 ล้านบาท ลูกค้าเข้าร่วมโครงการ 50,844 ราย ช่วยลดต้นทุนดอกเบี้ยแก่ลูกค้าได้กว่า 5,000 ล้านบาท ทั้งนี้ยังคงมีลูกค้าต้องการขอใช้บริการสินเชื่อต่อเนื่องธ.ก.ส.จึงขยายวงเงินสินเชื่ออีก 20,000 ล้านบาท รวมเป็น 35,000 ล้านบาท

โครงการนี้จัดสินเชื่อเป็น 2 ประเภท คือ 1.เพื่อเป็นค่าลงทุนซื้อทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องยนต์ที่ใช้ในการผลิต การแปรรูป ยานพาหนะในการบรรทุกขนส่ง และหรือพร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง เช่น รถไถนั่งขับ รถเกี่ยวข้าวรถสีข้าว รถสีข้าวพร้อมเครื่องสี รถสีข้าวโพด รถสีข้าวโพดพร้อมเครื่องสีเครื่องจักรกลการเกษตร รถยนต์บรรทุกขนส่ง เป็นต้น หรือ 2.เพื่อนำเงินกู้ไปชำระค่าเช่าซื้อกับบริษัทผู้ประกอบกิจการให้เช่าซื้อหรือลีสซิ่ง หรือบริษัทในเครือตัวแทนจำหน่าย หรือผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการในลักษณะเดียวกัน พร้อมกับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวมาเป็นของเกษตรกร หรือของบุคคลอื่นในครอบครัว

เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสินเชื่อจัดหาเครื่องจักรเครื่องยนต์ จะได้รับการลดหย่อน ในเรื่องหลักประกันไม่ว่าจะเป็นการจำนองอสังหาริมทรัพย์ หรือใช้บุคคลค้ำประกัน โดยให้วงเงินกู้ 80-100% ของทรัพย์สิน ผ่อนชำระคืนได้สูงสุดถึง 8 ปี คิดอัตราดอกเบี้ยแบบต้นเงินลดดอกเบี้ยลด ซึ่งต่ำกว่าระบบเช่าซื้อ (Flat Rate) เป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ทำให้ลูกค้ามีกำไรสูงขึ้น

กรณีลูกค้าขอกู้ซื้อใหม่การคิดดอกเบี้ยแบบต้นลดดอกลดจะทำให้ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยอย่างน้อย 100,000 บาท ต่อราย และกรณีกู้ไปชำระค่าเช่าซื้อกับบริษัทผู้ประกอบการได้แก่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทยันม่าร์ แคบปิตอล (ไทยแลนด์)จำกัด จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยของเกษตรกรได้ประมาณ 60,000 บาทต่อราย เนื่องจากทั้ง 2 บริษัทมีข้อตกลงร่วมกับ ธ.ก.ส. ว่าจะลดดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตรา 80% ของดอกเบี้ยคงเหลือที่คิดคำนวณไว้ล่วงหน้า

สำหรับภาพรวมการดำเนินงานด้านสินเชื่อของ ธ.ก.ส. ในปีบัญชี 2555 (1 เมษายน 2555-31 มีนาคม 2556) ตั้งเป้าหมายการจ่ายสินเชื่อเพิ่มขึ้น 80,000 ล้านบาท แต่ผลการดำเนินงาน ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 หรือสิ้นธันวาคม 2555จ่ายสินเชื่อเพิ่มขึ้นกว่า 110,388 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายเนื่องจากปัญหาอุทกภัยทำให้เกษตรกรมีความต้องการเงินกู้เพื่อนำไปฟื้นฟูการผลิต ประกอบกับมีเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) จากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ที่สมทบเข้ามาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรอีก 42,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังลดความเสี่ยงให้กับลูกค้า โดยจัดทำโครงการสวัสดิการลดภาระหนี้ให้แก่ลูกค้าที่มีประวัติการชำระหนี้ดี วงเงินคุ้มครองขั้นต่ำรายละ 30,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท เพื่อแบ่งเบาภาระหนี้สินให้แก่ทายาทและครอบครัวของลูกค้า กรณีลูกค้าเสียชีวิตหรือทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวรซึ่งในช่วง 2 ปีนี้มีเกษตรกรลูกค้าเสียชีวิตและทุพพลภาพ 9,226 ราย และได้รับชดเชยค่าสินไหมไปแล้ว 658.6 ล้านบาท