แหล่งข่าวจาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่า
ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ จะมีการประชุม คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) เพื่อหารือเรื่องร่างเงื่อนไขแนวทางการปฏิบัติตาม ประกาศ กสทช.เรื่องหลักเกณฑ์บริการคงสิทธิ์เลขหมาย ที่ให้ผู้ใช้มือถือเปลี่ยนผู้ให้บริการแต่ใช้เบอร์เดิมได้ต่อไป
โดยที่ประชุมจะเสนอให้มีการปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนย้าย จาก 99 บาทต่อเลขหมาย ลงเหลือ 29 บาท สามารถการโอนย้ายด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งการส่งข้อความสั้น (SMS) ที่ให้ลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ ด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก แทนการแสดงตนในปัจจุบัน
“ประเด็นดังกล่าวมีหลายฝ่ายแสดงความเห็นคัดค้าน เนื่องจากเกรงว่าจะมีกระทบต่อความมั่นคง เพราะผู้ไม่หวังดี สามารถนำเลขบัตรประจำตัวประชาชนไปลงทะเบียนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งเคยเกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาแล้วจนทำให้รัฐบาลจึงต้องออกประกาศให้มีการแสดงตนและถ่ายสำเนาบัตรประชาชนในการซื้อซิมการ์ดมือถือ” แหล่งข่าวกล่าว
ขณะที่ฝ่ายสนับสนุน ส่วนใหญ่เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์มือถือทุกราย ยกเว้น บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) โดยให้เหตุผลว่า ต้องการความรวดเร็วในการโอนย้ายอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการ เพราะต้องการโอนย้ายลูกค้าจากระบบสัญญาสัมปทาน (2G) มาอยู่ในระบบใบอนุญาตของ กสทช.
หรือ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ (GHz)
ทั้งนี้ ทีโอที และ กสท ให้เหตุผลว่า การโอนย้ายดังกล่าวนอกจากจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐอีกทั้ง ทีโอที กับ กสท เจ้าของสัมปทาน 2G จะมีรายได้ลดลง และส่งผลให้รายได้ของรัฐลดลงด้วย
“รายได้จากค่าสัมปทานปรับลดลงทันที เมื่อมีการโอนย้ายลูกค้าจาก 2G ไปสู่ระบบ 3G ของ กสทช. ซึ่ง ทีโอทีและกสท ก็ต้องทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของรัฐด้วย” แหล่งข่าว กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี