วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
คดีถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา แกนนำพรรคเพื่อไทย และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยมิชอบ และอีกหลายคดีที่จ่อคิวรอเชือดทำท่าจะกลายเป็นระเบิดเวลาทางการเมืองจากการออกมาขู่คำรามของนายวรชัย เหมะ อดีตสส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ว่าเรื่องนี้หากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เดินหน้าลงมติถอดถอน เหล่าสาวกระบอบแม้วก็พร้อมที่จะลุกฮือขึ้นสู้แบบดับเครื่องชนแน่นอน
คดีถอดถอน ขุนค้อนสมศักดิ์ กับ นายนิคม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังจะส่งผลการชี้มูลความผิดมายังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อดำเนินการถอดถอนตามกระบวนการแล้ว และยังมีคำร้องถอดถอนอีกหลายคดีจ่อคิวรอป.ป.ช.ชงเรื่องให้สนช. คือ อดีตสส.และสว. รวมประมาณ 310 คน ที่ร่วมขบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาสว.โดยมิชอบทั้งเสียบบัตรลงมติแทนกันและใช้เสียงข้างมากรวบรัดผ่านร่างแก้ไขทั้งๆ ที่ผิดข้อบังคับการประชุมสภาและกฎหมาย รวมทั้งคดีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถูกชี้มูลทำผิดต่อหน้าที่ในโครงการรับจำนำข้าวที่มีการทุจริตและสร้างความล่มจมให้ประเทศมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท
การที่เหล่าสาวกระบอบแม้วเดือดพล่านดิ้นอย่างทุรนทุรายออกมาดับเครื่องชนเพราะหาก สนช.มีมติถอดถอนในกรณีต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้วทั้งหมด นั่นหมายถึงระบอบทักษิณมีสิทธิสูญพันธุ์เพราะผลที่ตามมาจากการยื่นถอดถอนตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ก็คือต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี
และที่เลวร้ายรุนแรงยิ่งกว่าก็คือบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ออกโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งกำหนดห้ามไม่ให้ผู้ที่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายว่าทุจริตประพฤติมิชอบหรือเคยถูกยื่นถอดถอนลงสมัครรับเลือกตั้งหรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองไปตลอดชีวิต
ด้วยเหตุนี้เหล่าสาวกระบอบแม้วจึงออกมาอาละวาดขวางการถอดถอนแบบดับเครื่องชนโดยอ้างว่าคำร้องถอดถอนเกิดขึ้นขณะใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ซึ่งหลังการรัฐประหารโดยคสช.รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ถูกยกเลิกไปแล้วเพราะฉะนั้น สนช.จึงไม่มีอำนาจถอดถอน แต่สมาชิกสนช.ส่วนใหญ่และนักวิชาการหลายคนกลับเห็นตรงกันข้ามโดยยืนยันว่าสนช.มีอำนาจถอดถอนได้
ดร.เจษฏ์ โทณวณิก นักวิชาการด้านกฎหมาย ให้ความเห็นว่า แม้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 จะยกเลิกไปแล้ว แต่ยังมี พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตปี 2542 มาตรา 58 และ 64 ที่บัญญัติถึงความผิดของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไว้อย่างชัดเจนว่าให้ดำเนินการถอดถอนได้โดยวุฒิสภา ซึ่งขณะนี้วุฒิสภาก็คือสนช.ซึ่งทำหน้าที่แทนสส.และสว.ตามมาตรา 6 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว
เหล่าสาวกระบอบแม้วพยายามดิ้นรนอ้างจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ทั้งๆ ที่ผ่านมาแสดงจุดยืนชัดเจนไม่ยอมรับศาลรัฐธรรมนูญและบรรดาองค์กรอิสระ ปัญหาสำคัญจึงอยู่ที่ว่าหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่าสนช.มีอำนาจถอดถอน เหล่าสาวกระบอบแม้วได้จะยอมรับโดยดุษณีหรือจะหาข้ออ้างตีรวนป่วนเมืองอ้างว่าสอง 2 มาตรฐานเหมือนที่ผ่านๆ มา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี