วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
533.jpg
จับเน็ตโลกเป็นตัวประกัน! อิหร่าน รีดบริษัทบิ๊กเทคฯมะกัน จ่ายค่าธรรมเนียมสายเคเบิลใต้น้ำในฮอร์มุซ

จับเน็ตโลกเป็นตัวประกัน! อิหร่าน รีดบริษัทบิ๊กเทคฯมะกัน จ่ายค่าธรรมเนียมสายเคเบิลใต้น้ำในฮอร์มุซ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.52 น.

18 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ด้วยความมั่นใจจากความสำเร็จในการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ในช่วงสงคราม อิหร่านจึงหันมาใช้ประโยชน์จากเส้นทางสำคัญที่ซ่อนเร้นอยู่ในเศรษฐกิจโลก นั่นคือ "เคเบิลใต้น้ำที่อยู่ใต้ช่องแคบฮอร์มุซ" ซึ่งเป็นเส้นทางที่ขนส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตและข้อมูลทางการเงินจำนวนมหาศาลระหว่างยุโรป เอเชีย และอ่าวเปอร์เซีย

สาธารณรัฐอิสลาม ต้องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับการใช้สายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำที่วางอยู่ใต้ช่องแคบฮอร์มุซ และสื่อที่เชื่อมโยงกับรัฐได้ขู่ไว้อย่างคลุมเครือว่าการรับส่งข้อมูลอาจหยุดชะงักหากบริษัทเหล่านั้นไม่จ่ายค่าธรรมเนียม สมาชิกสภานิติบัญญัติในเตหะรานได้หารือเกี่ยวกับแผนการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งอาจมุ่งเป้าไปที่สายเคเบิลใต้น้ำที่เชื่อมโยงประเทศอาหรับกับยุโรปและเอเชีย


"เราจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากสายเคเบิลอินเทอร์เน็ต" นายอิบราฮิม โซลฟากอรี (Ebrahim Zolfaqari) โฆษกศูนย์บัญชาการกลางคาทาม อัล-อันบิยา ของกองทัพอิหร่าน ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

สื่อของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน รายงานว่า แผนการของอิหร่านในการเก็บรายได้จากช่องแคบฮอร์มุซนี้จะบังคับให้บริษัทต่างๆ เช่น Google, Microsoft, Meta และ Amazon ปฏิบัติตามกฎหมายของอิหร่าน ในขณะที่บริษัทเคเบิลใต้น้ำจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสำหรับการวางสายเคเบิล โดยสิทธิ์ในการซ่อมแซมและบำรุงรักษาจะมอบให้แก่บริษัทอิหร่านแต่เพียงผู้เดียว

นอกจากนี้ ยังไม่ชัดเจนว่าระบอบการปกครองจะบังคับให้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีปฏิบัติตามได้อย่างไร เนื่องจากบริษัทเหล่านั้นถูกห้ามไม่ให้จ่ายเงินให้กับอิหร่านเพราะมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดของสหรัฐฯ ส่งผลให้บริษัทเหล่านั้นอาจมองว่าคำแถลงของอิหร่านเป็นเพียงการแสดงท่าทีมากกว่านโยบายที่จริงจัง

สื่อที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐก็ยังคงออกคำขู่โดยอ้อมถึงความเสียหายต่อสายเคเบิล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งข้อมูลทั่วโลกมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ และส่งผลต่อการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั่วโลก

ขณะที่ความกังวลเพิ่มมากขึ้นว่าสงครามอาจปะทุขึ้นอีกครั้งหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เดินทางกลับจากจีน อิหร่านกำลังส่งสัญญาณมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าตนมีเครื่องมือทรงพลังมากมายนอกเหนือจากกำลังทหาร 

การเคลื่อนไหวนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของช่องแคบฮอร์มุซที่นอกเหนือไปจากการส่งออกพลังงาน เนื่องจากเตหะรานพยายามเปลี่ยนความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ให้เป็นอำนาจทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ในระยะยาว

สายเคเบิลใต้น้ำเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการเชื่อมต่อทั่วโลกโดยเป็นตัวกลางในการรับส่งข้อมูลและอินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ของโลก การโจมตีสายเคเบิลเหล่านี้จะส่งผลกระทบมากกว่าแค่ความเร็วอินเทอร์เน็ต แต่จะคุกคามทุกอย่างตั้งแต่ระบบธนาคาร การสื่อสารทางทหาร โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ , เอไอ ไปจนถึงการทำงานทางไกล เกมออนไลน์ และบริการสตรีมมิ่งทั่วโลก

Submarine Cable Map

นักวิเคราะห์มองว่าการข่มขู่ของอิหร่านเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เพื่อแสดงให้เห็นถึงอำนาจต่อรองเหนือช่องแคบฮอร์มุซ และเพื่อรับประกันความอยู่รอดของระบอบการปกครอง ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของสาธารณรัฐอิสลามในสงครามครั้งนี้ "เป้าหมายคือการสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจโลก จนไม่มีใครกล้าโจมตีอิหร่านอีก"

"สายเคเบิลใต้น้ำข้ามทวีปขนาดใหญ่หลายเส้นพาดผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่มีมายาวนานกับอิหร่าน ผู้ประกอบการระหว่างประเทศจึงจงใจหลีกเลี่ยงน่านน้ำอิหร่าน โดยมุ่งเน้นการวางสายเคเบิลส่วนใหญ่ไว้ในแถบแคบๆ ตามแนวชายฝั่งโอมานแทน" โมสตาฟา อาห์เหม็ด นักวิจัยอาวุโสจากศูนย์วิจัยอัลฮับตูร์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับผลกระทบของการโจมตีขนาดใหญ่ต่อโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารใต้น้ำในอ่าวเปอร์เซีย กล่าว

ด้าน อลัน เมาล์ดิน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของเทเลจีโอกราฟี บริษัทวิจัยด้านโทรคมนาคม กล่าวว่า สายเคเบิลสองเส้น ได้แก่ Falcon และ Gulf Bridge International (GBI) นั้นพาดผ่านน่านน้ำของอิหร่าน

อิหร่านไม่ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่าจะก่อวินาศกรรมสายเคเบิล แต่ได้ประกาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าผ่านเจ้าหน้าที่ สมาชิกสภา และสื่อที่เชื่อมโยงกับรัฐถึงเจตนาที่จะลงโทษพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาค ดูเหมือนว่านี่จะเป็นเทคนิคการทำสงครามแบบไม่สมมาตรล่าสุดที่ระบอบการปกครองคิดค้นขึ้นเพื่อโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน

กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งมีทั้งนักดำน้ำรบ เรือดำน้ำขนาดเล็ก และโดรนใต้น้ำ ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อสายเคเบิลใต้น้ำ และการโจมตีใดๆ ก็ตามอาจก่อให้เกิด "หายนะทางดิจิทัล" ที่ลุกลามไปทั่วหลายทวีป

ประเทศเพื่อนบ้านของอิหร่านในแถบอ่าวเปอร์เซียอาจเผชิญกับปัญหาการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตขัดข้องอย่างรุนแรง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันและก๊าซที่สำคัญ รวมถึงภาคการธนาคาร นอกจากนี้ อินเดียอาจได้รับผลกระทบต่อปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจคุกคามอุตสาหกรรม เอาต์ซอร์ส ขนาดใหญ่ของประเทศ ทำให้เกิดความสูญเสียมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์

ช่องแคบนี้เป็นเส้นทางดิจิทัลที่สำคัญระหว่างศูนย์กลางข้อมูลของเอเชีย เช่น สิงคโปร์ และสถานีเชื่อมต่อเคเบิลบางแห่งในยุโรป การหยุดชะงักใดๆ อาจทำให้การซื้อขายทางการเงินและธุรกรรมข้ามพรมแดนระหว่างยุโรปและเอเชียชะลอตัวลง ในขณะที่บางส่วนของแอฟริกาตะวันออกอาจเผชิญกับปัญหาอินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้ และหากกลุ่มตัวแทนของอิหร่านตัดสินใจใช้กลยุทธ์ที่คล้ายคลึงกันในทะเลแดง ความเสียหายอาจรุนแรงยิ่งกว่านี้มาก

เรียบเรียงจาก : CNN

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top