วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผ่าประเด็นร้อน
ระบอบทักษิณเดิมเกมสุมไฟ ชักศึกเข้าบ้านใช้โลกถล่มคสช.

ระบอบทักษิณเดิมเกมสุมไฟ ชักศึกเข้าบ้านใช้โลกถล่มคสช.

วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2559, 02.00 น.
Tag :
  •  

เครือข่ายระบอบทักษิณยังคงเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องด้วยแผนขุดบ่อล่อปลาโดยใช้บรรดาแกนนำทั้งพรรคเพื่อไทย กลุ่มเสื้อแดง เครือข่ายนักวิชาการและนักศึกษาสายเสื้อแดงพวกขาประจำหน้าเดิมๆ ออกมาเคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์ยั่วยุท้าทายอำนาจรัฐอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ หวังอาศัยการจับกุมดำเนินเครือข่ายระบอบทักษิณของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และรัฐบาลเป็นข้ออ้างสร้างความชอบธรรมในการชักศึกเข้าบ้านฟ้องไปยังองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศรวมทั้งชาติมหาอำนาจที่ให้ท้ายระบอบทักษิณโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาเพื่อสุมไฟบ่อนทำลายคสช.และรัฐบาลไทยภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.

แกนนำเครือข่ายระบอบทักษิณที่เป็นตัวชูโรงขาประจำในการเคลื่อนไหวยั่วยุท้าทายคสช. แบบดับเครื่องชน ประกอบด้วย กลุ่มอดีตสส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายวัฒนา เมืองสุข นายวรชัย เหมะ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ส่วนแกนนำเสื้อแดงขาประจำ อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานคนเสื้อแดง ซึ่งนอกจากออกมาโจมตีคสช.แล้ว ยังมีการจ้างเครือข่ายบ่อนทำลายคสช.ทางโซเชียลมีเดีย และที่สำคัญมีการเดินเกมยั่วยุท้าทายเหิมเกริมถึงขั้นหมิ่นเบื้องสูงจนมีการจับกุม 8 มือเพจทางโซเชียลมีเดียก่อนหน้านี้ รวมทั้งดำเนินคดีกับ น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ แม่ของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” แกนนำนักศึกษาป่วนเมืองขาประจำ ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูงอันเป็นความผิดตามมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา


การยั่วยุท้าทายให้คสช.นำตัวไปปรับทัศนคติในค่ายทหารหรือจับกุมดำเนินคดีเป็นแผนขุดบ่อล่อปลาเพื่อใช้เป็นข้ออ้างที่เครือข่ายระบอบทักษิณนำไปใช้เป็นเครื่องมือสุมไฟตามแผนโลกล้อมไทยด้วยการร้องเรียนว่าอำนาจรัฐไทยยุคคสช.มีการคุกคามสิทธิเสรีภาพและละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยหวังให้นานาชาติ บอยคอตต์คสช.และรัฐบาลไทย

ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาก็คือท่าทีของมหาอำนาจสหรัฐอเมริกาโดยก่อนหน้านี้ นางแคทรีนา อดัมส์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐด้านเอเชียตะวันออก ให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติแสดงความวิตกต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทยโดยเฉพาะการดำเนินคดีกับ น.ส.พัฒน์นรี ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง

ตามด้วย นายเกล็น ที เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย แสดงความเหิมเกริมแทรกแซงกิจการภายในของไทยด้วยการอ่านคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐต่อหน้าสื่อมวลชน และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ โดยแสดงความวิตกเป็นอย่างมากต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนและจำกัดสิทธิเสรีภาพของไทย โดยชี้ว่าการจับกุมนักเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยทางการไทยเป็นการไม่เคารพเสรีภาพการแสดงออกและสร้างบรรยากาศแห่งการข่มขู่

ท่าทีของทางการสหรัฐฯสะท้อนถึงความอหังการในฐานะมหาอำนาจและส่อเจตนาให้ท้ายระบอบทักษิณและขบวนการบ่อนทำลายสถาบันเบื้องสูงของไทยโดยอ้างสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพบังหน้าทั้งๆ ที่สหรัฐถูกมองว่าคือมหาอำนาจจอมอันธพาลที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนเลวร้ายมากกว่าชาติไหนในโลก

นายสุรพงษ์ ชัยนาม อดีตนักการทูตอาวุโส และนักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ บางท่านวิจารณ์พฤติกรรมของเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยว่าแสดงกิริยาไร้มารยาทเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ถึงกับเสนอให้ไทยขับทูตสหรัฐผู้นี้

ด้าน พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคสช. ออกมาตอบโต้สหรัฐว่าควรพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านโดยเฉพาะการดำเนินคดีกับแม่ของจ่านิวไม่ใช่เรื่องทางการเมือง แต่เป็นการทำผิดกฎหมายอาญาฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูงซึ่งมีหลักฐานชัดเจน อีกทั้งสหรัฐต้องตระหนักด้วยว่าสิทธิเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนนั้นต้องอยู่ภายใต้กฎหมายซึ่งทุกประเทศล้วนปฏิบัติไม่แตกต่างกัน

ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม แสดงท่าทีไม่พอใจต่อต่างชาติที่ให้ท้ายขบวนการหมิ่นเบื้องสูงของไทยโดยอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนบังหน้า โดยย้ำว่าการดำเนินคดีกับพวกหมิ่นเบื้องสูงอยู่ภายใต้กฎหมายไทย อีกทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยกับคนไทยมีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้งซึ่งชาติอื่นๆ ไม่มีเหมือนไทยเพราะไร้อารยะ โดย พล.อ.ไพบูลย์ ย้ำว่า “ไปบอกเขาด้วยว่าเราไม่ได้กลัวอะไรต่างชาติ เขามีกฎหมายป้องกันผู้นำประเทศเขา เราก็มีกฎหมายป้องกันพระเจ้าอยู่หัวของเราเหมือนกัน”

เพราะฉะนั้นจากนี้ไปคงต้องจับตาที่ประชุมใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเดือนก.ย.นี้ ซึ่งเชื่อว่าจะมีการหยิบยกปัญหาสิทธิมนุษยชนของไทยขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ และที่สำคัญคือท่าทีของทางการสหรัฐภายใต้การสุมไฟชักศึกเข้าบ้านของขบวนการระบอบทักษิณที่คาดว่าจะสร้างสถานการณ์ยั่วยุท้าทายและร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
 

ทีมข่าวการเมือง

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

CIB ไล่ล่าเก๋งต้องสงสัย ขับหนีขึ้นเขาบูโด พบซุกต่างด้าว 9 ราย

รถน้ำแข็งรีบส่งให้ลูกค้า หลุดโค้งเบรกไม่อยู่ ชนเสาไฟดับวุ่นทั้งอำเภอ

74 ยังแจ๋ว! แม่บานเย็น ยกหน้าใหม่ครั้งที่ 4 สวยสับระดับตำนาน

รถบัสตกแม่น้ำขณะขึ้นเรือข้ามฟากที่บังกลาเทศ ดับสลด 24 ราย

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved