วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
26 ม.ค. 61 จากกรณี"เล็ก คาราบาว" หรือ ปรีชา ชนะภัย ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก “Lek Carabao Solo” ระบุถึงเพื่อนร่วมวงคาราบาวคนหนึ่ง พร้อมร่ายยาวถึงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด ยืนยง โอภากุล หรือ “แอ๊ด คาราบาว” ผู้ร่วมก่อตั้งวงคาราบาว ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “Add Carabao” พร้อมคำสอนของ “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” ที่ระบุว่า
......การมีชีวิตในโลกโซเชี่ยลมีเดี่ยร์นี้ก็ดีหลายอย่าง อย่างหนึ่งที่แน่ๆคือ ช่วยให้ผมได้มีเครื่องมือสื่อสารกับแฟนๆเป็นของตนเอง ก็เพจ”ธรรมะจูงควาย”นี่เเหละครับ ถึงชื่อที่ขอเปลี่ยนไปทางเฟสบุ้ค เขาไม่ยอมเปลี่ยนให้สักที แต่แฟนๆก็รู้ว่า เพจAdd Carabao นี่แหละคือธรรมะจูงควาย และตั้งเเต่ผมหันหน้าเข้าหาธรรม ก็ปรากฏว่าเพื่อนผองน้องพี่ ต่างส่งเรื่องราวทางธรรมดีๆเข้ามาหาผม โดยทำให้ผมไม่ต้องเสียเวลาไปเสาะหามา อย่างเช่นน้องจุ๊’49กับน้องบูรณ์ อุเทนเชียงราย เป็นต้น น้องทั้งสองมักส่งเรื่องราวที่โดนใจเข้ามาหาผม ทำให้ผมได้นำมาเผยแพร่ต่อได้อีกทีอย่างสดวกง่ายดาย นี่แหละครับข้อดีของโลกโซเชี่ยล แต่มีข้อดีก็ย่อมมีข้อเสียครับ....
ฉะนั้นการใช้โซเชี่ยลมีเดียร์จึงต้องใช้ สติ ปัญญา ถ้ายิ่งมีสมาธิด้วยยิ่งดีใหญ่ครับ
คำนี้ผมขอนำบทความและรูปภาพที่คุณจุ๊’49คนเดิมนั้นแหละครับ ส่งมาให้ผมมาส่งต่อ ผมเห็นว่ามีประโยชน์มากต่อผู้ที่กำลังฝึกฝนตนเองตามแนวทางพระพุทธศาสนา ต้องขอขอบคุณต้นเรื่องเดิมและคุณจุ๊ไว้ในที่นี้ด้วยครับ ใครที่กำลังฝึกใจอยู่ในขณะนี้อ่านเรื่องนี้แล้วท่านจะชอบเลยละครับรับรองได้ ของง่ายๆนิดเดียวเเต่เอาออกไปไม่ได้ แต่เมื่อปัญญาที่เกิดขึ้นจากที่ได้เห็นว่าเขาบ้า สว่างเลยครับ ปลอดโปร่งโล่งเบาเลยครับ......ตรงนี้แหละที่ตถาคตท่านพยายามสอนเราให้เห็นแจ้งโดยทันที เมื่อมีผัสสะ(จึงต้องเข้ารับการฝึกฝน คือออกบวช)แต่เมื่อยังไม่มีก็ต้องเสียเวลาเหมือนพระบวชใหม่ในเรื่องนี้เเหละครับ..

เชิญอ่านกันได้เลยครับพี่น้อง
ถือก็หนัก วางก็เบา!!!!!
พระบวชใหม่รูปหนึ่งกำลังเดินบิณฑบาต ผ่านชุมชนแห่งหนึ่งซึ่งมีผู้คนจอแจ ขณะเดินสำรวมก้มหน้าแต่พอประมาณ เพื่อเดินผ่านชุมชนไปอย่างช้าๆนั้นเอง จู่ ๆ ก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งใส่สูทผูกเนคไท สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาหาท่านพร้อมทั้งชี้หน้าด่าท่านอย่างสาดเสียเทเสีย
พระรูปนั้นตกตะลึง รีบเดินหนี
แต่แม้ท่านจะเดินหนีชายคนนั้นพ้นแล้ว แต่เสียงด่าของเขายังคงก้อง อยู่ในโสตประสาทของท่านอย่างชัดถ้อยชัดคำ
เมื่อกลับถึงวัด พลันที่คิดถึงเหตุการณ์ ที่ตนถูกชี้หน้าด่ากลางฝูงชน พระหนุ่มก็รู้สึกโกรธจนหน้าแดงก่ำ ยิ่งคิดต่อไปว่าชายคนนั้นมาชี้หน้าด่าตน ซึ่งเป็นพระและตนเองก็จำได้ว่า ตั้งแต่บวชเข้ามาในพระธรรมวินัย ก็ยังไม่เคยทำอะไรผิด
คิดมาถึงขั้นว่า ตนไม่ผิด แต่ทำไมตนต้องถูกด่า ยิ่งเจ็บ ยิ่งแค้น วันที่ท่านถูกด่ากลางชุมชนนั้นเป็นวันศุกร์ แต่ตกถึงเช้าวันจันทร์ท่านก็ยังไม่หายโกรธเช้าวันจันทร์นั้น พระบวชใหม่ประคองบาตร เดินผ่านชุมชนนั้นเหมือนเดิม ท่านพยายามสอดส่ายสายตามองหาชายคนเดิม ตั้งใจว่าวันนี้จะต้องถามให้รู้เรื่องว่าเหตุจึงมาชี้หน้าด่าตนเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ยิ่งพยายามค้นหา กลับยิ่งไม่พบ ท่านจึงเดินสำรวจรับอาหารบิณฑบาตต่อไป จนได้อาหารเต็มบาตรแล้วจึงเดินกลับวัด
ระหว่างทางกลับวัด โดยไม่คาดฝัน พระหนุ่มทอดสายตาไปพบกับชายคนหนึ่งสวมสูท ผูกเทคไทใส่แว่นตาดำ ท่านอุทานในใจว่า
“อ๋อ เจ้าคนนี้เองที่ด่าฉันเมื่อวันศุกร์”
ภาพที่เห็นก็คือ ชายแต่งตัวดีคนนั้น นอนหลับหมดสติอยู่ข้างศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ข้าง ๆ ตัวเขามีขวดเหล้าล้มกลิ้งอยู่พอท่านพยายามเดินเข้าไปมองใกล้ ๆ เขาจึงเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา พอเห็นท่านเท่านั้นชายคนนั้นก็ร้องขึ้นมาว่า
.jpg)
“ขอเดชะ พระอาญาไม่พ้นกล้าฯ บัดนี้พระองค์ทรงกลับมาครองอยุธยาอีกครั้งหนึ่งแล้วกระนั้นหรือ...” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นรำเฉิบ ๆ
พลันที่ท่านประเมินว่าชายแต่งตัวดี คนที่ชี้หน้าด่าท่านเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เป็นคนบ้าที่มาในร่างของคนแต่งตัวดีเท่านั้นเองความโกรธที่ก่อตัวเป็นเมฆดำทะมึน อยู่ในใจของท่านมานานถึงสามวัน ก็พลันอันตรธานไปอย่างง่ายดายชนิดไร้ร่องรอยทำไมเราจึงปล่อยวางต่อคนบ้าได้ง่ายดายเหลือเกิน แต่กับคนปกติทำไม เราจึงมีความรู้สึกว่าต้องเอาเรื่องราวให้ถึงที่สุด
“สัพเพ ธัมมา นาลัง อะภินิเวสายะ ใดใดในโลกอันบุคคลไม่ควรยึดติดถือมั่น”
ทำไมจึงไม่ควรยึดติดถือมั่น เพราะที่ใดมีความถือมั่น ที่นั่นก็มีความทุกข์ ความทุกข์ขยายตัวตามระดับความเข้มข้นของความยึดติด ยึดมาก ติดมาก จึงทุกข์มาก ไม่ยึด ไม่ติด จึงไม่ทุกข์
ความไม่ยึดติดถือมั่น กล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า “ความปล่อยวาง” ทำไมจึงต้องปล่อยวาง เพราะทุกอย่าง “มีความว่าง” มาแต่เดิม คนที่หลงกอด “ความว่าง” โดยคิดว่าเป็น “ความมี” ทำไมจะไม่ทุกข์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี