วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
ทำงานท่ามกลางเสียงวิจารณ์มาโดยตลอด เมื่อ “ตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล” ประกาศตัว ขอเป็นคนทำหนัง ลุยงานเบื้องหลังเพื่อเสนออีกหนึ่งตัวเลือกให้กับคนดูหนังไทย และวันนี้บทพิสูจน์ของเธอก็ออกมาเป็นตัวเป็นตน เข้าโปรแกรมฉาย กับผลงานที่เธอทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ เพื่อให้ “เพื่อนฉันฝันสลาย (Sad Beauty)”ได้ออกสู่สายตาผู้ชม
กว่าจะเป็น Sad Beauty
“จริงๆ ตั๊กมีเรื่องนี้ในหัวมานานมากแล้วค่ะ เพราะเป็นเรื่องจริงของเพื่อนสนิทตั๊ก ที่เสียไปเมื่อ 8 ปีก่อน หนังจะบอกเล่าเรื่องราวมิตรภาพระหว่างเพื่อน ให้คนดูได้ย้อนคิดถึงคนข้างกายเราเองค่ะ ก่อนหน้านี้ ตั๊กใช้ชื่อเรื่องว่า Emotion Love โดยเข้าไปคุยกับทางเสี่ยเจียง (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) ตอนนั้นโปรดิวเซอร์ยังเป็นพี่ปรัช (ปรัชญา ปิ่นแก้ว) อยู่ค่ะ ทำกับทางค่ายบาแรมยู จนมาเบรกโปรเจกท์ไป เพราะว่าคุณแม่ป่วย เข้าโรงพยาบาล แล้วก็อยู่โรงพยาบาลยาวเลยค่ะ จนคุณแม่เสีย ตั๊กก็ลงมือใหม่อีกครั้ง ในชื่อ เพื่อนฉันฝันสลาย (Sad Beauty) จริงๆ คือตั๊กพยายามหาอะไรทำให้ยุ่งๆ เข้าไว้ จะได้ไม่สติแตก ก็เลยมาใส่กับผลงานเต็มที่ค่ะ”
.jpg)
นักแสดงนำ : ฟลอเรนซ์ วนิดา เฟเวอร์
“ใจตั๊กคิดว่าเป็นพี่ฟลอเรนซ์ มานานแล้วค่ะ เขาเท่มาก แต่มีหลายคนค้านตั๊กเยอะมาก บอกว่าเขาอายุเยอะแล้ว ไม่ได้อยู่ในกระแสแต่พอเขามาเล่นจริง ตั๊กไม่คิดยังงั้นเลยค่ะ เขาตอบโจทย์ตั๊กมากถ้าไม่มีเขา ตั๊กว่าเรื่องนี้ยาก แล้วตั๊กลุยงานเองทุกอย่าง แม้กระทั่งติดต่อนักแสดง คือโทร.หาคุณแม่พี่ฟลอเรนซ์เองเลย เพราะก่อนหน้านี้ให้คนอื่นติดต่อ ฝ่ายแคสติ้งเขาก็จะหาคนโน้นคนนี้มาให้ อยากให้เป็นคนนั้นคนนี้ที่อยู่ในกระแส อาจจะเพราะเห็นว่า ตั๊กเป็นผู้กำกับใหม่ด้วย แล้วเป็นผู้กำกับผู้หญิงอีก ตั๊กเลยเปลี่ยนทีมมา 2 ทีม จนมาเจอพี่โขม(ก้องเกียรติ โขมศิริ) เขาน่ารักมาก เขาทั้งฟัง ทั้งให้โอกาส และเชื่อใจเราว่าตั๊กทำได้ พี่โขมคอยให้กำลังใจตลอดค่ะ”
อีกหนึ่งนักแสดงสำคัญ
“แอม (ภัควดี เพ็งสุวรรณ) เป็นนักแสดงหน้าใหม่ค่ะ แต่ซีนสำคัญๆ ที่แอมจะต้องเล่น น้องก็ทำออกมาได้ดี เช่น ซีนที่จะต้องโกนหัว ก็คุยกับน้องเขาก่อนว่า โกนได้หรือเปล่า หรือว่าจะให้ทำเมคอัพให้เชื่อมั้ยคะ เขายอมโกนให้ ตั๊กนับถือสปิริตน้องเขามาก และประกอบกับความอิน ที่ทำให้เขาเชื่อในตัวละครนี้ คือแอมเป็นรุ่นน้องที่คณะนาฏศิลป์เหมือนกับเพื่อนตั๊ก จะเรียกว่าเป็นความบังเอิญก็ได้ ตอนคุยกันก็ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก แค่มองตากันก็เข้าใจ และฉากยากๆ ที่เกิดขึ้นน้องเขาไม่มีบ่นเลย ทำงานดีเยี่ยม นับถือน้ำใจเด็กคนนี้จริงๆ ค่ะ”
.jpg)
1 ปีของการทำงานหนัง
“ตั๊กใช้เวลาทำงานเรื่องนี้ประมาณ 1 ปี ค่ะ ช้ากว่านี้เดี๋ยวงบจะบาน(หัวเราะ) พอได้นักแสดงครบ อะไรพร้อม ก็เริ่มลงมือทันที แล้วพี่ฟลอเรนซ์มีความเป็นมืออาชีพสูงมากค่ะ ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมาก ส่วนของวันถ่ายทำตั๊กเซต 15 วัน ขอคิวนักแสดง คืออาจจะมีเว้นบ้าง 2-3 วัน แต่จะไม่เว้นนาน เพราะเราต้องการให้นักแสดงได้อารมณ์ต่อเนื่องค่ะ ตอนนั้นคือจัดเต็มเลยค่ะ ตั้งแต่ทำหนังตั๊กรู้สึกเลยว่าผิวพรรณเปลี่ยนไปเยอะเลย(หัวเราะ) ไม่ใสเหมือนเดิม ขานี่ลายเลยค่ะแต่เป็นการทำงานที่สนุกมาก เราพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อที่เราจะได้ไม่เสียใจทีหลัง”
กำลังใจสำคัญ
“ยกให้คุณบุญชัย(สามี)เลยค่ะ เขาร่วมหุ้นกับตั๊ก และก็ให้คำแนะนำ ถ้าจะทำหนังแนวอินดี้ แนวอาร์ต ก็อย่าทำเลย เก็บเงินไว้เถอะแต่ถ้าเกิดจะทำให้คนดูสนุก เพลิดเพลิน แล้วคิดว่าคนดูจะชอบก็ทำเถอะ เพราะว่าบางทีคนเราก็ต้องเสี่ยง แต่ถ้าเป็นแนวอาร์ตเขาไม่สนับสนุน เพราะเขาคิดว่าภาพยนตร์ยุคนี้ ขนาดแนวแมส เขายังรู้สึกว่าเสี่ยง แล้วอาร์ตนี่คือไม่ต้องพูดถึงเลย และเขาบอกว่ารางวัลเราก็เคยได้มาแล้ว ถ้าได้รางวัลอีกก็คือกำไร แต่ถ้าได้เงินก็จะดีกว่า(หัวเราะ) และก็ยังจะมีทุนให้ตั๊กได้ทำเรื่องต่อไปด้วยค่ะ ตอนตั๊กเข้ากองถ่าย เขาก็จะมีไปดูบ้าง ว่าเราทำงานยังไง พาลูกไปให้กำลังใจที่กองตลอด คือถ้าสถานที่ไม่ลำบากมากก็จะพาข้าวหอมไปด้วยตลอดค่ะแต่ถ้าลำบากมากจะกลัวพวกยุงพวกแมลงค่ะ ต้องระวัง”
.jpg)
กระแสตอบรับ
“ตอนฉายรอบสื่อมวลชน มีทั้งติ ทั้งชมเลยค่ะ ซึ่งตั๊กโดนมาตั้งแต่เด็กแล้ว จะชินกับคำวิจารณ์ ที่บางทีมาหนักอยู่เหมือนกัน ตั๊กก็จะเก็บไว้เป็นแนวทาง เป็นประสบการณ์ให้กับตัวเอง แต่ที่ตั๊กอยากฟังคือฟีดแบ๊กจากคนทั่วไป ว่าเขาดูแล้วรู้สึกยังไงบ้าง บางคนบอกว่าดูแล้วซึ้ง ร้องไห้ บางคนบอกไม่คิดว่าจะเป็นหนังเพื่อน คิดว่าเป็นหนังฆาตกรรม แต่กลายเป็นว่าดึงอารมณ์ให้เขาเศร้าตามได้ และบางคนชอบภาพค่ะ ภาพสวย การสื่อสารทางภาพค่อนข้างชัดเจน ซึ่งแค่นี้ตั๊กก็ดีใจแล้วค่ะ”
ผลงานเรื่องต่อไป
“ถ้าเรื่องนี้ได้กำไร(หัวเราะ) ตั๊กก็ว่าจะลุยต่อเลยค่ะ เพราะมีเรื่องอยู่ในใจแล้ว เพียงแต่ว่าอาจจะหลบไปเลี้ยงลูกก่อนสักปีหนึ่งแล้วค่อยทำงานใหม่ แล้วเรื่องนี้ คือ เพื่อนฉันฝันสลาย (Sad Beauty) พอฉายที่ไทยเสร็จ ก็มีแพลนต่อยอด ไปลองเปิดตลาดที่ต่างประเทศดูค่ะ ตั๊กปรึกษากับทาง เอ็ม พิคเจอร์สอยู่ค่ะ ทางนั้นจะเป็นผู้ดูแลให้ค่ะ”
.jpg)
ปิดท้ายด้วยเรื่องของทายาทตัวน้อย “น้องข้าวหอม”
“เวลาจะออกจากบ้าน ตั๊กต้องบอกเขาทุกครั้งค่ะ กลัวเขาโกรธ ว่าทำไมคุณแม่ไม่อยู่ กลัวเขาจะคิดว่าเราทิ้ง อย่างเมื่อเช้าจะออกมา ก็ต้องบอก แม่จะไปทำงานนะครับ ขอให้ข้าวหอมเอาใจช่วย
คุณแม่ด้วยนะครับ ให้แม่ประสบความสำเร็จในด้านการทำมาค้าขายนะลูกนะ ตั๊กเอารูปให้เขาดูด้วย ว่าเราไปทำอะไรมาบ้างในแต่ละวัน เพราะปกติเขาจะติดตั๊กมากค่ะ เวลาตั๊กเข้าห้องน้ำ จะเรียกอยู่นั่นล่ะ ล็อกประตูก็ไม่ได้นะคะ เขาจะถาม “ทำไมต้องล็อกประตูด้วย ข้าวหอมอยู่คนเดียวไม่ได้” เราก็ถามทำไมข้าวหอมอยู่คนเดียวไม่ได้ครับเขาบอก “ก็ข้าวหอมกลัว” กลัวอะไรครับ “กลัวผี” แล้วรู้ไหมผีเป็นยังไง“ไม่รู้” แล้วกลัวเขาทำไม “ก็กลัว” (หัวเราะ) ส่วนเรื่องเรียนเขาจะปานกลางค่ะ ตอนนี้ 4 ขวบ แต่ว่าเขาจะชอบเรื่องรถไฟ ดูแล้วน่าจะไปทางประดิษฐ์คิดค้น นิสัยโดยรวมเขาจะมีความเป็นระเบียบปรับตัวเก่ง มีเหตุผล คือถ้าเราพูดกับเขาด้วยเหตุผลเขาก็จะฟังค่ะ”
ไม่ว่าจะบทบาท ภรรยา, คุณแม่ หรือผู้กำกับ “ตั๊ก- บงกช” อาจยังต้องไล่จับความฝันต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้ว่าเธอเปลี่ยนไป คือแววตาของผู้มีชัย ที่มุ่งมั่นตั้งใจจะพุ่งชนทุกอุปสรรคที่เข้ามา!!
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี