วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
543.jpg
SEC Watch ประกาศชุมนุม 4 ส.ค.นี้ หลัง อนุทิน เบี้ยวข้อตกลงแลนด์บริดจ์-แผนแม่บทพัฒนาภาคใต้

SEC Watch ประกาศชุมนุม 4 ส.ค.นี้ หลัง อนุทิน เบี้ยวข้อตกลงแลนด์บริดจ์-แผนแม่บทพัฒนาภาคใต้

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.18 น.

เครือข่าย SEC Watch ร่อนแถลงการณ์ ประกาศชุมนุม 4 ส.ค.นี้ หลัง อนุทิน เบี้ยวข้อตกลงแลนด์บริดจ์-แผนแม่บทพัฒนาภาคใต้

เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2569 นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล นักเคลื่อนไหวสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงแถลงการณ์เครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ SEC Watch ฉบับที่2 เรื่อง ประกาศชุมนุมจากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เบี้ยวบันทึกข้อตกลง โดยมีเนื้อหา ระบุว่า "ตามที่มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่างนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีกับเครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ SEC Watch จำนวน3ข้อ คือ การยกเลิก พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ การยกเลิกโครงการแลนด์บริดจ์ การตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้


บัดนี้ข้อเรียกร้องทั้ง3ประการที่ลงนามร่วมกันกลับไม่ได้รับการปฏิบัติจากฝ่ายรัฐบาลดังนี้

1.การเบี้ยวข้อตกลงเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าสามารถนำโครงการแลนด์บริดจ์กลับคืนมาได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งการกล่าวเช่นนี้เป็นการละเมิดข้อตกลงเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ซึ่งระบุว่า การดำรงอยู่หรือสิ้นสุดโครงการให้ขึ้นอยู่กับมติของกรรมการชุดรองนายกเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศและกรรมการชุดการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนภาคใต้ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับความต้องการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี การสื่อสารเช่นนี้เท่ากับว่าบันทึกข้อตกลงนั้นไร้ความหมายสำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล

2.การเบี้ยวข้อตกลงว่าด้วยการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ โดยบันทึกข้อตกลงข้อที่3ระบุให้รัฐบาลต้องตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทภาพรวมการพัฒนาภาคใต้เพื่อสร้างทิศทางการพัฒนาที่ถูกต้องนับตั้งแต่การลงนามในบันทึกข้อตกลงในวันที่30มิถุนายน 2569 จนกระทั่งถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ1เดือนยังไม่มีการดำเนินการใดที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้

เมื่อข้อตกลง2ข้อถูกเบี้ยวโดยรัฐบาลจึงเป็นไปได้ว่าข้อตกลงข้อที่1เรื่อง พ.ร.บ.SEC จะถูกเบี้ยวจากรัฐบาลได้เช่นกัน เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นว่าถึงแม้จะมีบันทึกข้อตกลงอย่างเป็นทางการแต่นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยยังกล้าเบี้ยวข้อตกลงที่ลงนามร่วมกับประชาชน ที่ผ่านมานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ นายพิพัฒฯ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี จากพรรคเดียวกันพูดไม่ตรงกันและแนวโน้มเช่นนี้จะทำให้ข้อเสนอของประชาชนถูกทิ้งร้างอย่างแน่นอน

เครือข่ายSEC Watch ขอสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชนว่า การพัฒนาโครงสร้างการคมนาคมขนส่งจะต้องเกิดขึ้นจากการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาพรวมก่อน จึงจะสามารถตอบคำถามได้ว่า การก่อสร้างเส้นทางขนส่งในรูปแบบไหนที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจภาพรวมของภาคใต้ แต่หากรัฐบาลยังใช้วิธีคิดแบบเดิมนั่นคืออยากสร้างตรงไหนก็เร่งดำเนินการโดยไม่ต้องจัดทำแผนภาพรวม ไม่ต้องตอบคำถามว่าการก่อสร้างเส้นทางขนส่งจะก่อเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประชาชนในภาคใต้อย่างไร แนวทางการทำงานเช่นนี้จะก่อให้เกิดความผิดพลาดเช่นเดิม กรณีโครงการแลนด์บริดจ์จึงควรเป็นโอกาสที่รัฐบาลจะสำนึกว่า การจัดทำโครงการใดต้องเกิดขึ้นจากข้อเท็จริงไม่ใช่ความต้องการทางการเมือง

ถึงเวลาที่การผลิตโครงการในการพัฒนาภาคใต้ต้องเกิดขึ้นจากการจัดทำแผนที่สอดคล้องกับข้อมูลข้อเท็จจริงและศักยภาพของพื้นที่ ฉะนั้นการเกิดขึ้นของโครงการคมนาคมขนส่งในภาคใต้ต้องมาจากแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ในภาพรวม เพื่อให้เส้นทางคมนาคมขนส่งที่จะเกิดขึ้นเป็นประโยชน์กับคนภาคใต้อย่างแท้จริง

เครือข่าย SEC Watch จึงขอให้รัฐบาลกลับมาเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง โดยสิ่งที่รัฐบาลต้องปฏิบัติคือนายกรัฐมนตรีต้องยอมรับบันทึกข้อตกลงข้อที่2และสั่งการให้ทุกหน่วยดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงในการยุติโครงการแลนด์บริดจ์ที่ลงนามกันไว้และนายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ตามที่ตกลงร่วมกัน

เมื่อประชาชนถูกหักหลังจึงไม่มีทางเลือกอื่นเครือข่าย SEC Watch จึงขอประกาศการชุมนุมเพื่อทวงบันทึกข้อตกลงที่ลงนามกันไว้แล้ว โดยขอประกาศการชุมนุมในวันที่4สิงหาคม2569 เป็นต้นไป ณ.ทำเนียบรัฐบาล
ด้วยจิตคารวะ"

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top