วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
'เด็กผ่าคลอด'เสี่ยง!!!เจ็บป่วยง่าย แนะให้ภูมิต้านทานช่วงแรกของวัย

'เด็กผ่าคลอด'เสี่ยง!!!เจ็บป่วยง่าย แนะให้ภูมิต้านทานช่วงแรกของวัย

วันอังคาร ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2559, 14.25 น.
Tag :
  •  

การผ่าคลอดเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่คุณแม่ยุคใหม่ให้กำเนิดลูกน้อย ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีแนวโน้มที่คุณแม่จำเป็นต้องผ่าคลอดสูงมากขึ้น โดยเฉพาะหากแพทย์มีความเห็นว่า การคลอดด้วยวิธีธรรมชาติผ่านทางช่องคลอดอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงกับแม่หรือเด็กมากเกินไป อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงสำคัญที่พ่อแม่หลายคนอาจยังไม่ทราบ คือ เด็กผ่าคลอดจะขาดโอกาสได้รับภูมิต้านทานตามธรรมชาติผ่านทางช่องคลอด ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยได้ง่าย ซึ่งการดูแลของคุณพ่อคุณแม่ในแง่การให้โภชนาการที่เหมาะสมก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยลดโอกาสเสี่ยงดังกล่าวนี้

จากการประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 32 ของสมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย "From Diagnosis to Immunotherapy in Allergic Diseases" เมื่อวันที่ 1 เม.ย.59 ณ ห้องเวิลด์ บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ศ.พญ. จรุงจิตร์ งามไพบูลย์ กุมารแพทย์โรคภูมิแพ้ฯและประธานสมาคมฯ กล่าวในการบรรยายเรื่อง "Delayed Colonization of Gut Microbiotics in C-Section Infants: Causes, Consequence & Solutions" ว่า การผ่าคลอดเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การพัฒนาภูมิต้านทานในเด็กล่าช้า โดยพบจุลินทรีย์สุขภาพ "บิฟิโดแบคทีเรีย" (Bifidobacteria colonization) ในลำไส้น้อยกว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติ ซึ่งจุลินทรีย์สุขภาพนี้ เป็นภูมิต้านทานตั้งต้นที่ส่งผ่านจากแม่สู่ลูกผ่านทางช่องคลอดของคุณแม่ เพื่อสร้างรากฐานระบบภูมิต้านทาน โดยระบบภูมิต้านทานนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต หากพลาดช่วงโอกาสทองนี้ ระบบภูมิต้านทานอาจไม่สามารถพัฒนาได้เต็มศักยภาพที่ควรจะเป็น


เด็กผ่าคลอดมีโอกาสเจ็บป่วยอันเนื่องมาจากภูมิต้านทานมากกว่าเด็กคลอดธรรมชาติ ข้อมูลจากสำนักงานทะเบียนราษฎร์ (National Registry) ประเทศเดนมาร์ก ในเด็กจำนวน 1.9 ล้านคน ช่วงอายุแรกเกิดถึง 15 ปี ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1977-2012 พบว่าเด็กผ่าคลอดมีความเสี่ยงต่อการมีภูมิต้านทานต่ำ (immune deficiencies) เพิ่มขึ้นร้อยละ 46 เสี่ยงต่อโรคหอบหืด (asthma) เพิ่มขึ้นร้อยละ 23 และเสี่ยงต่อโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (inflammatory bowel diseases) เพิ่มขึ้นร้อยละ 20

อย่างไรก็ตาม โภชนาการในช่วงแรกของชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณแม่สามารถกำหนดได้ จะส่งผลต่อสุขภาพของเด็กในระยะยาว โดยเฉพาะ “นมแม่” ซึ่งมีบทบาทในการเร่งเสริมสร้างภูมิต้านทานที่จำเป็นอย่างยิ่งในเด็กผ่าคลอด เพราะนมแม่มีองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยส่งเสริมภูมิต้านทานหลายชนิด เช่น โพรไบโอติก (จุลินทรีย์สุขภาพ) และ พรีไบโอติก (อาหารของจุลินทรีย์สุขภาพ) ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อช่วยเร่งเพิ่มปริมาณจุลินทรียสุขภาพในระบบทางเดินอาหารซึ่งมีเซลล์ภูมิต้านทานมากถึงร้อยละ 70 เด็กที่ทานนมแม่จึงมักจะมีจุลินทรีย์สุขภาพมากกว่าเด็กที่ทานนมผสมสูตรทั่วไป ดังนั้น บุคลากรทางการแพทย์และหน่วยงานต่างๆ ควรช่วยกันสนับสนุนให้เด็กได้รับนมแม่ให้ได้นานที่สุด เพื่อลดผลกระทบจากการผ่าคลอด และส่งเสริมระบบภูมิต้านทานตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต

ถึงแม้ว่าทั้งเด็กที่คลอดธรรมชาติและเด็กผ่าคลอดสมควรได้รับนมแม่ล้วนเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 6 เดือนหลังคลอด แต่ในหลายกรณีแม่ไม่สามารถให้นมได้เนื่องจากไม่มีน้ำนมหรือจากสาเหตุอื่นๆ จึงมีการวิจัยวิธีการเสริมจุลินทรีย์สุขภาพให้กับเด็กผ่าคลอด พญ.จรุงจิตร์ กล่าวถึงงานวิจัยที่มีชื่อว่า "จูเลียส (Julius)" ผลงานการวิจัยของ รศ.พญ.วรนุช จงศรีสวัสดิ์ กุมารแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับทีมวิจัยจากประเทศสิงคโปร์  ซึ่งศึกษาการให้นมผสมที่เสริมซินไบโอติกในเด็กผ่าคลอดในประเทศไทยและสิงคโปร์ โดยใช้จุลินทรีย์สุขภาพบิฟิโดแบคทีเรียบ เบรเว่ (บี. เบรเว่) เอ็ม-16วี (Bifidobacterium Breve (B.Breve) M-16V) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุลินทรีย์ที่พบมากที่สุดในนมแม่กับใยอาหารพรีไบโอติก 2 ชนิด คือ GOS และ IcFOS ผสมกันในสัดส่วน 9:1 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับพรีไบโอติกในนมแม่ พบว่า ซินไบโอติกช่วยเพิ่มปริมาณบิฟิโดแบคทีเรียในเด็กผ่าคลอดได้ใกล้เคียงกับเด็กที่คลอดธรรมชาติที่ทานนมแม่ อีกทั้งปรับสภาพลำไส้ให้มีสภาพเป็นกรดซึ่งจะช่วยลดการเจริญเติบโตของเชื้อก่อโรค และยังพบว่าแนวโน้มการเกิดผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis) ลดลงใน 16 สัปดาห์

"ช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ปีแรกเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งในการเสริมสร้างภูมต้านทานในเด็ก ดังนั้นพ่อแม่ควรให้ความใส่ใจในโภชนาการเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมการให้นมแม่ให้กับเด็กที่ผ่าคลอด ซึ่งต้องการการดูแลใส่ใจเป็นพิเศษในการเสริมภูมิต้านทานในช่วงแรกของชีวิต เพราะสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงของเด็กจะเป็นต้นทุนสำคัญในการพัฒนาในด้านสติปัญญาและพัฒนาการในด้านอื่นๆที่จำเป็นต่อไป" พญ.จรุงจิตร์ กล่าว

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

‘กานต์’ ดีใจ ‘ลางปริศนา’ เรตติงปัง แฮปปี้รับบทท้าทาย ชม ‘ธันวา’ ช่วยแนะนำการแสดง

‘แหลม สมพล’ ประกาศจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว!

อนุทิน ขอบคุณประชาชนมอบคะแนนให้เป็นที่ 1 ยันจะบริหารด้วยความสุจริต

พิธา โพสต์แล้ว หลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved