วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
เทศกาลสงกรานต์เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ท่ามกลางความสุขของคนไทยทั้งประเทศ ที่ผลรวมของ สงกรานต์ในปีนี้ ไม่มีเหตุการณ์ที่รุนแรงจากผู้ที่มาร่วมในงานสงกรานต์ ซึ่งหากมองย้อนกลับไปเมื่อกว่า 10 ปีก่อน หลายคนคงพอเห็นข่าวความรุนแรงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ตามสื่อต่างๆ จนหลายคนถึงกับถอดใจไม่อยากออกไปเล่นสงกรานต์ เพราะเกรงว่าจะเจอกับพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ อาทิ “เมาลวนลามสาว” “เมาตีกันเละ” “คึกคะนองจมน้ำวันสงกรานต์” ปัญหาทะเลาะวิวาท กระทำอนาจาร โดยปัญหาส่วนใหญ่ต้นเหตุมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
สสส. หรือ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อทำงานสร้างเสริมสุขภาพคนไทย โดยมีกลไกการทำงานสำคัญอย่างหนึ่งในการริเริ่มการรณรงค์ให้สังคมตระหนักถึงอันตรายของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสร้างพื้นที่ดีๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล
ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. อธิบายย้อนกลับไปใน ปี พ.ศ. 2549 ถึงการทำงานในช่วงแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ว่า สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่าย โดยสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และประชาคมงดเหล้าทั่วประเทศ เริ่มต้นทำงานเพื่อสร้างพื้นที่เล่นน้ำ“สงกรานต์ปลอดเหล้า ปลอดภัย” โดยเข้าไปทำความร่วมมือกับหน่วยงานเจ้าภาพที่จัดพื้นที่เล่นน้ำสำคัญต่างๆ ให้เกิดพื้นที่ปลอดภัย เนื่องจากเริ่มมีปัญหาความรุนแรงจากการเล่นสงกรานต์หนักขึ้นทุกครั้ง จนมีรายงานผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต จากการทะเลาะวิวาท การเล่นน้ำรุนแรง กระทำอนาจาร มากมาย
สสส. เริ่มสร้างความร่วมมือกับทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อทดลองจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำ “สงกรานต์ปลอดเหล้า”ในพื้นที่ต้นแบบ 4 พื้นที่ ใน 3 จังหวัด ซึ่งเป็นสถานที่เล่นน้ำสำคัญๆ ที่นักท่องเที่ยวชอบเดินทางไป และมีปัญหาเกิดขึ้นใน
แต่ละปีจำนวนมาก เช่น “ถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น”ที่เคยมีปัญหาชกต่อย กันทุกชั่วโมง “ถนนข้าวทิพย์ จังหวัดจันทบุรี” เคยทะเลาะวิวาทถึง 50 ครั้ง ในปี 2551 ซึ่งเมื่อจัดโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า ปัญหาที่ว่ามาข้างต้นก็เริ่มเลือนหายไป จนมาถึงปี 2558 มี 42 ถนนตระกูลข้าว และ 97 พื้นที่ชุมชนปฏิบัติการและถนนปลอดเหล้าอื่นๆ ตามมาร่วมเล่นน้ำสงกรานต์ปลอดเหล้าอีกกว่า 3,000 แห่ง
ดร.นพ.บัณฑิต กล่าวว่า วิธีการทำงานของ สสส.ที่ผ่านมา ได้ทำความเข้าใจกับแกนนำ ผู้มีอำนาจตัดสินใจในพื้นที่นั้นๆ เพื่อนำไปสู่การเห็นความสำคัญ และร่วมกันทำงานเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย และยังต้องทำความเข้าใจกับพ่อค้าแม่ค้า รวมไปถึงประชาชน นักท่องเที่ยว เพื่อสร้างกติการ่วมกัน และได้ผลเป็นอย่างดีในพื้นที่โซนนิ่งพื้นที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น
การนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาแลกเป็นอย่างอื่น เช่น น้ำแลกเหล้า นมแลกเหล้า จ.สกลนคร ไอศกรีมแลกเหล้า ข้าวเม่าแลกเหล้า จ.มหาสารคาม น้ำสมุนไพรแลกเหล้า น้ำอัดลมแลกเหล้า ไก่ปิ้ง ข้าวเบือแลกเหล้า จ.เพชรบูรณ์ ข้าวแคบแลกเหล้า จ.อุตรดิตถ์ หรือจะเป็นการทำจุดฝากเหล้า เช่น ถนนข้าวทิพย์ จ.จันทบุรีถนนข้าวหลาม จ.เลย ที่สำคัญ คือ การขอความร่วมมือจากประชาชนและนักท่องเที่ยว ไม่นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในพื้นที่จัดงาน โดยหลายพื้นที่สามารถกำหนดมาตรการร่วมกัน เช่น งดขายเหล้าในพื้นที่ในวันสงกรานต์ ผับบาร์ให้ความร่วมมือไม่ให้นักเที่ยวนำออกมาดื่มนอกสถานที่ ซึ่งพบว่าวิธีการขอความร่วมมือสามารถทำให้เกิดความยั่งยืนในการทำงานได้เช่นเดียวกัน

นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์
นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยให้ทราบว่า ในปีนี้ (พ.ศ. 2559)มีพื้นที่เข้าร่วมจัดโซนนิ่ง พื้นที่ปลอดเหล้า ปลอดภัย กว่า 150 พื้นที่ทั่วไทย ประกอบด้วย ถนนตระกูลข้าว 50 กว่าแห่ง และ 96 ถนนและพื้นที่เล่นน้ำทั่วประเทศ พร้อมตอบรับความร่วมมือจัดพื้นที่โซนนิ่งปลอดเหล้ากับ สสส. และสคล. เกือบทั้งสิ้น และในส่วนของกรุงเทพฯ ยังมีพื้นที่ถนนข้าวสาร ที่ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ให้ความร่วมมือ และพื้นที่เอกชนอย่างพื้นที่ลาน Central World ก็ถือเป็นตัวอย่างของภาคเอกชนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมที่ร่วมรณรงค์ไม่ขายไม่ดื่มในช่วงเทศกาลสงกรานต์
ทำให้เกิดสิ่งที่พิเศษในปีนี้ ที่นอกจากการรณรงค์เล่นน้ำปลอดภัยแล้ว ยังทำให้เกิดการรณรงค์ หาแนวทางการประหยัดน้ำด้วยเช่น ถนนข้าวเหนียว ใช้วิธีการ “ซิดแทนสาด” คือ การปะพรมน้ำแทนการสาดน้ำ หรือการหันกลับไปให้คุณค่าความสำคัญของประเพณีวัฒนธรรมการละเล่นแบบไทยๆ การใช้ผ้าไทย การรดน้ำอวยพรผู้สูงอายุ การละเล่นย้อนยุค เป็นต้น
จากความร่วมมือ ร่วมใจ และความตั้งใจจริงของ สสส.ทำให้สงกรานต์ 2559 เต็มไปด้วยความสุข และการร่วมกันอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามให้ปรากฏกับชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างไม่มีวันลืมเลือน
ปานมณี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี