543.jpg
นพดล ชู หลักยุทธศาสตร์ 10 ประการ ยุติความไม่สงบภายในประเทศ

นพดล ชู หลักยุทธศาสตร์ 10 ประการ ยุติความไม่สงบภายในประเทศ

วันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 16.24 น.

นพดล ชู หลักยุทธศาสตร์ 10 ประการ ยุติความไม่สงบภายในประเทศ

เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2569 ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาโท วิชานวัตกรรมกระบวนการสันติภาพ และที่ปรึกษาคณะดิจิทัล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ได้เผยแพร่บทความ เรื่อง หลักยุทธศาสตร์ 10 ประการ เพื่อยุติความไม่สงบภายในประเทศ โดยมีเนื้อหาระบุว่า การสูญเสียทหารพรานทั้ง 5 นายจากเหตุโจมตีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่เพียงความสูญเสียของครอบครัวผู้เสียชีวิต แต่เป็นความสูญเสียของคนไทยทั้งชาติ เหตุการณ์ครั้งนี้ควรเป็นจุดเปลี่ยนให้ประเทศไทยร่วมกันทบทวนว่า เราจะยุติวงจรความไม่สงบด้วยยุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนได้อย่างไร


ผมจึงขอนำคำกล่าวเชิงยุทธศาสตร์ที่นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวไว้ว่า 

“ผมสั่งวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน”

มาเป็นสัญลักษณ์ของ หลักคิดเชิงยุทธศาสตร์ในการปกป้องชีวิตประชาชนและเจ้าหน้าที่ เพราะเมื่อเป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ ทุกวันที่ล่าช้าอาจหมายถึงการสูญเสียชีวิตที่ไม่อาจเรียกคืนได้ คำกล่าวนี้จึงไม่ใช่เพียงการเร่งงาน แต่สะท้อนหลักคิดว่า การป้องกันต้องเร็วกว่าเหตุการณ์ และการตัดสินใจต้องเร็วพอที่จะรักษาชีวิตคน

ผมเขียนบทความนี้เพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อผู้เสียสละชีวิตอย่างจริงใจ เสนอแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์อย่างสร้างสรรค์ อุทิศแด่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร และพลเรือน ผู้เสียสละเพื่อชาติและประชาชนยิ่งกว่าชีวิตของตน

แนวคิดหลักของผม คือ

“ข้อมูลที่ดีนำการตัดสินใจ ยุทธศาสตร์นำการเปลี่ยนแปลง ประชาชนคือพลังแห่งชัยชนะ”

สร้างชาติให้มั่นคง ประชาชนอยู่ดี มีสุขอย่างยั่งยืน

หลักยุทธศาสตร์ 10 ประการ ยุติความไม่สงบภายในประเทศ
1. คนในชาติต้องสามัคคี ไม่แตกแยก
2. อย่าใช้อารมณ์นำยุทธศาสตร์
3. ใช้ข้อมูล Data Science นำการตัดสินใจ
4. ข่าวกรองต้องมาก่อนกำลัง
5. เทคโนโลยีต้องเหนือกว่าผู้ก่อเหตุ
6. บริหารความเสี่ยงเชิงอนาคต ไม่ใช่รอแก้ปัญหา
7. จับให้ถูกคน
8. ตัดให้ถึงเครือข่าย
9. คุ้มครองผู้บริสุทธิ์ และรักษาความชอบธรรมของรัฐ
10. ชนะใจประชาชน คือชัยชนะที่ยั่งยืนที่สุด

เหตุใดผมจึงยกคำกล่าวเชิงยุทธศาสตร์ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีที่ว่า “ผมสั่งวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน” ในบทความนี้

ผมมิได้ยกคำกล่าวนี้ขึ้นมาเพื่อเน้นความรวดเร็วในการทำงานเพียงอย่างเดียว แต่เพราะในงานด้านความมั่นคง เวลาเป็นปัจจัยที่มีความหมายต่อชีวิตของผู้คน หากข่าวกรองช้า การวิเคราะห์ช้า หรือการประสานงานล่าช้า ผลลัพธ์อาจหมายถึงการสูญเสียที่ไม่สามารถย้อนกลับได้

ดังนั้น คำกล่าวนี้จึงเตือนให้ทุกภาคส่วนยกระดับการทำงานจาก การตอบสนองหลังเกิดเหตุ ไปสู่ การคาดการณ์และป้องกันก่อนเกิดเหตุ โดยใช้ข้อมูล เทคโนโลยี การวิเคราะห์ และการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ประเทศไทยจะก้าวข้ามความรุนแรงได้ ไม่ใช่ด้วยกำลังของเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว แต่ด้วยความร่วมมือของภาคประชาชนทั้งประเทศ เช่น อาสาสมัครตำรวจบ้าน (อส.ตร.) อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และ ลูกเสือชาวบ้าน เป็นต้น 

ขอเชิญทุกภาคส่วนร่วมกัน
- สร้างความสามัคคีของคนไทย
- สนับสนุนการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีในการป้องกันภัย
- ร่วมเป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสเมื่อพบสิ่งผิดปกติ
- ไม่ส่งต่อข่าวลือหรือข้อมูลที่สร้างความแตกแยก
- ร่วมกันสร้างสังคมที่ปฏิเสธความรุนแรงและเคารพหลักนิติธรรม

เมื่อประชาชนเข้มแข็ง รัฐมีประสิทธิภาพ และทุกฝ่ายร่วมมือกัน ประเทศไทยก็จะเข้มแข็งยิ่งกว่าเครือข่ายของผู้ใช้ความรุนแรง

ขออุทิศบทความนี้เพื่อรำลึกถึงทหารพรานทั้ง 5 นาย อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ทุกนายที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ การสดุดีที่มีความหมายที่สุด ไม่ใช่เพียงการจดจำความกล้าหาญของผู้เสียสละ แต่คือการร่วมกันสร้างประเทศไทยที่ปลอดภัยกว่าเดิม เพื่อไม่ให้ความสูญเสียเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top