แพทย์เผยข้อมูลมะเร็งลำไส้ใหญ่  รู้เร็ว คัดกรองเร็ว ป้องกันโรค 90%

แพทย์เผยข้อมูลมะเร็งลำไส้ใหญ่ รู้เร็ว คัดกรองเร็ว ป้องกันโรค 90%

วันอังคาร ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag :

นพ.นัทธิวุธ วัฒนารักษ์สกุล

มะเร็งลำไส้ใหญ่ถือเป็นโรคลำดับต้นๆ ที่พบบ่อยในประเทศไทย จากสถิติที่มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทยจัดทำขึ้นพบว่าโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตเป็นลำดับ 3 ของโรคมะเร็งทั้งหมด ซึ่งถ้าหากไม่เริ่มป้องกันอย่างจริงจัง ก็จะถือว่าโรคนี้เป็นภัยใกล้ตัวอย่างแท้จริง

นพ.นัทธิวุธ วัฒนารักษ์สกุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคทางเดินอาหารและตับโรงพยาบาลพญาไท 2 อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า สาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคนี้ยังไม่ปรากฏอย่างแน่ชัด แต่ปัจจัยที่ทำให้เสี่ยงเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ประกอบด้วย มีประวัติการเป็นเนื้องอกที่บริเวณผนังลำไส้ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป เนื้องอกบางชนิดอาจกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งชนิดดังกล่าว โดยเฉพาะครอบครัวที่มีสมาชิกเป็นโรคนี้ก่อนอายุ 50 ปี เป็นกลุ่มบุคคลที่ไม่ออกกำลังกาย และประสบปัญหาโรคอ้วน มีพฤติกรรมการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ และผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่จะอยู่ในช่วงของอายุ 50 ขึ้นไป แต่ก็อาจพบได้ในวัยหนุ่ม-สาวและวัยรุ่นเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคชนิดดังกล่าวยังมีพฤติกรรมที่ชอบรับประทานอาหารประเภทปิ้งย่าง และมีภาวะลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรังอีกด้วย


สำหรับคนส่วนใหญ่ เมื่อเอ่ยถึงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะคิดเสมอว่าไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ แต่ในปัจจุบันพบว่าการรักษามะเร็งชนิดนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบในระยะเริ่มแรก ดังนั้น การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จึงถือว่าเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ลดอัตราการเสียชีวิตจากการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

การคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มีหลายวิธี อาทิ การตรวจหาเลือดในอุจจาระ การตรวจทางทวารหนักด้วยนิ้วมือ และการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เป็นต้น แต่วิธีที่ง่ายและเริ่มเป็นที่นิยมนั่นคือ การตรวจด้วยการส่องกล้องเพื่อตรวจดูลำไส้ใหญ่จากทวารหนักจนถึงลำไส้ใหญ่ในช่วงต้น ด้วยกล้องชนิดอ่อนโค้งงอมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. ซึ่งสะดวก รวดเร็ว ไม่สิ้นเปลือง และไม่เจ็บตัว ที่สำคัญยังมีรายละเอียดในการตรวจที่มีคุณภาพมากที่สุด เนื่องจากการตรวจนี้ทำให้พบเห็นความผิดปกติของผนังลำไส้ได้อย่างชัดเจน สามารถเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค ซึ่งจะให้ความถูกต้องแม่นยำมากกว่าการทำเอกซเรย์ อีกทั้งยังสามารถกำจัดเนื้องอกบางชนิดที่อาจเป็นต้นเหตุของการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่แทนการผ่าตัดทางช่องได้อีกด้วย

ที่สำคัญก่อนการตรวจคัดกรองด้วยวิธีนี้ คนไข้ไม่ต้องเตรียมตัวยุ่งยาก เพียงแต่แจ้งข้อมูลให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยาหรือสารเคมี ยาที่รับประทานเป็นประจำ และประวัติการผ่าตัด จากนั้นทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ โดยจะใช้วิธีการดื่มของเหลวเข้าไปเพื่อช่วยกระตุ้นลำไส้และถ่ายท้อง การสวนทวารหนัก ขั้นตอนนี้ถือว่าสำคัญ เพราะการเตรียมลำไส้ต้องทำให้สะอาด เนื่องจากจะมีผลต่อความสำเร็จในการรักษา และห้ามรับประทานอาหาร เครื่องดื่มใดๆทั้งสิ้นภายใน 6-8 ชั่วโมงก่อนการส่องกล้องด้วย

ส่วนการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยหลังการส่องกล้อง ต้องนอนพักฟื้นจากการได้รับยานอนหลับและเฝ้าสังเกตอาการแทรกซ้อนประมาณ 1-2 ชั่วโมง จากนั้นถึงกลับบ้านได้ โดยแพทย์จะไม่แนะนำให้ผู้ป่วยขับรถด้วยตัวเอง เนื่องจากยานอนหลับจะมีผลต่อการตัดสินใจและปฏิกิริยาต่างๆ ของร่างกายตลอดทั้งวัน

“วิธีการตรวจคัดกรองโรคลำใส้ใหญ่แบบส่องกล้อง สามารถพบเชื้อมะเร็งตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสหาย 90% และที่สำคัญมีโอกาสสูงที่คนไข้จะไม่กลับมาเป็นโรคชนิดนี้อีก ดังนั้น การตรวจคัดกรองโรคลำไส้ใหญ่จึงถือเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตเราได้ หากตรวจพบก่อนก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพราะฉะนั้นการเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่ไม่ควรละเลย” นพ.นัทธิวุธ กล่าวในที่สุด

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top