ร่วมงานการกุศล ศ.กิตติคุณ นพ.วิศิษฏ์ สิตปรีชา รองประธาน กก.บริหารมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย, ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ เลขาธิการมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย, พญ.ประนอม คำเที่ยง รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, รศ.นพ.เกรียงศักดิ์ วารีแสงทิพย์ นายกสมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย, คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี มูลนิธิสิริวัฒนภักดี, ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.พิศิษฐ์ จิรวงศ์ กก.รอง ผจก. ศิริราชมูลนิธิ, ปฏิญญา กนกนาค กรมบัญชีกลาง,ชลอลักษณ์ แก้วพวง ผอ.สำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์สำนักงานประกันสังคม,สมาคมโรคไตฯ และ สนง.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย เผยผลสำเร็จ “โครงการปลูกถ่ายไตถวายเป็นพระราชกุศล 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” สามารถผ่าตัดปลูกถ่ายไตให้กับผู้ป่วยถึง 618 ราย ภายใน 1 ปี เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมเดินหน้าต่อยอดโครงการจัดหาผู้บริจาคไตเพิ่ม เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับผู้ป่วยที่รอเปลี่ยนไตจำนวนมาก โดยมี ศ.กิตติคุณ นพ.วิศิษฏ์ สิตปรีชา รองประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย, พญ.ประนอม คำเที่ยง รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ เลขาธิการมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย และเคสผู้ป่วยแสดงความรู้สึกหลังปลูกถ่ายไต พร้อมด้วยศิลปินดารา นำทีมโดยเขมนิจ จามิกรณ์ (แพนเค้ก), อะคาเดมี่แฟนเทเชีย, ร.อ.นพ.สรวิชญ์ สุบุญ (หมอก้อง),ดารา/นักแสดง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 เข้าร่วมงานการกุศลอย่างคับคั่งณ ห้องประชุมสลากกินแบ่งรัฐบาล ชั้น 9 ตึกกัลยาณิวัฒนา โรงพยาบาลสงฆ์ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
ศ.กิตติคุณ นพ.วิศิษฏ์ สิตปรีชา รองประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับหน่วยงานผู้สนับสนุนโครงการจำนวน 12 แห่ง และโรงพยาบาลทั่วประเทศ จำนวน 58 แห่ง จัดทำ “โครงการปลูกถ่ายไตถวายเป็นพระราชกุศล 60 พรรษาสมเด็จพระเทพฯ” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพฯ ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา เมื่อวันที่ 2 เมษายนพ.ศ.2558 ที่ผ่านมาโครงการได้ครบกำหนดระยะเวลา 1 ปีในปีนี้ โดยมีผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดปลูกถ่ายไตแล้วทั้งสิ้น จำนวน 618 ราย เป็นไตจากญาติ จำนวน 226 ราย เป็นไตจากการบริจาค 392 ราย จากที่มูลนิธิได้ตั้งเป้าถวายเป็นพระราชกุศลไว้ จำนวน 600 ราย
ถือว่าโครงการประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงซึ่งเกิดจากความร่วมมือของหลายๆ ฝ่ายทำให้ยอดผ่าตัดปลูกถ่ายไตเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่วางไว้ สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยให้ได้รับการปลูกถ่ายไตมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมให้มีการบริจาคไต ตลอดจนอวัยวะอื่นๆเพิ่มมากขึ้น และยังสนับสนุนให้หน่วยงานและสถาบันการแพทย์จัดตั้งโครงการปลูกถ่ายไตเพิ่มมากขึ้น และดำเนินงานมีคุณภาพเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ภายในปี 2559 ทางมูลนิธิมีแผนงานที่จะดำเนินโครงการต่อไป
เพื่อผู้ป่วยโรคไตจำนวนมากที่ยังรอการปลูกถ่ายไตอยู่ซึ่งมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทยจะเดินหน้าสนับสนุนจัดทำโครงการปลูกถ่ายไตให้กับผู้ป่วยที่ยากไร้ต่อไป เนื่องจากการปลูกถ่ายไต(Kidney Transplantation) เป็นการบำบัดทดแทนไตที่ดีที่สุด โดยนำไตที่ยังทำงานได้ดีของผู้อื่น มาปลูกถ่ายใส่ร่างกายของผู้ป่วย เพื่อให้ไตใหม่ที่ทำงานได้ดี จะทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว สามารถประกอบกิจกรรมต่างๆ ได้เหมือนคนปกติ แต่ปัญหาที่พบคือ ระยะเวลาการรอรับอวัยวะยาวนานเนื่องจากจำนวนผู้บริจาคอวัยวะมีจำนวนน้อย
“การบริจาคอวัยวะในประเทศไทยนั้น ดำเนินการโดยศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ซึ่งทำหน้าที่ประสานงานให้มีการบริจาคอวัยวะ นำอวัยวะของผู้บริจาคไปปลูกถ่ายยังผู้รอรับบริจาคที่ได้ขึ้นทะเบียนตามลำดับ โดยดูที่ความเร่งด่วน การเข้ากันของอวัยวะ ปัจจุบันยังมีผู้เสียชีวิตจากสมองตาย บริจาคอวัยวะน้อยมากเพียงปีละ80 รายเท่านั้น โดยสถิติตามจำนวนประชากรแล้วประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากสมองตายและบริจาคอวัยวะได้ จำนวนประมาณ 1,000 รายต่อปี ทั้งนี้ผู้บริจาค 1 ราย สามารถนำอวัยวะไปปลูกถ่าย ได้แก่ ไต 2 ข้าง ตับหัวใจ และปอด ให้แก่ผู้รอปลูกถ่ายอวัยวะได้ถึง 3-5 ราย นับเป็นการสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ในวาระสุดท้ายของชีวิต และเป็นที่น่ายินดีว่าสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้กำหนดให้การปลูกถ่ายไตเป็นสิทธิที่ผู้ป่วยพึงได้รับ” ศ.กิตติคุณ นพ.วิศิษฏ์ กล่าว
ทั้งนี้โครงการดังกล่าว ได้รับความร่วมมือและสนับสนุนจากหลายๆ ฝ่าย ดังนี้ กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล, มูลนิธิท่านท้าวมหาพรหม โรงแรมเอราวัณ, ศิริราชมูลนิธิ, มูลนิธิสิริวัฒนภักดี, สำนักงานหลักประกันสุขภาพ, สำนักงานประกันสังคม, กรมบัญชีกลาง, ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย, โรงพยาบาลที่ทำการผ่าตัดปลูกถ่ายไตและสนับสนุนอวัยวะ, สมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย, สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย, สถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์และผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี