ชมศิลปะบนผืนผ้าของชาวเขาทั้ง 6 เผ่า ในนิทรรศการ‘จากขุนเขา สู่ศิลปาชีพ’

ชมศิลปะบนผืนผ้าของชาวเขาทั้ง 6 เผ่า ในนิทรรศการ‘จากขุนเขา สู่ศิลปาชีพ’

วันจันทร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

บรรยากาศภายในงานนิทรรศการฯ

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดนิทรรศการ “จากขุนเขา สู่ศิลปาชีพ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพ และพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์ที่พระราชทานโครงการพระราชดำริช่วยเหลือชาวไทยภูเขาให้ดำรงชีพได้อย่างผาสุก โดยมี ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ให้รายละเอียดในการจัดนิทรรศการ ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กล่าวว่า ด้วยพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ จึงทรงมองเห็นถึงศิลปะตามวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาแต่ละเผ่า ซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นศิลปะการทอผ้าด้วยกี่เอว การปัก การเย็บ การตัดปะ การเขียนเทียน เป็นต้น ล้วนสามารถนำมาสร้างรายได้ให้แก่ชาวไทยภูเขาเหล่านั้น และยังเป็นสิ่งที่มีคุณค่าควรแก่การอนุรักษ์ จากพระราชกรณียกิจที่ทรงส่งเสริมงานฝีมือของชาวไทยภูเขาดังกล่าว ได้ช่วยทำให้ชาวไทยภูเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ทรงขอให้ชาวไทยภูเขาเป็นผู้ดูแลป่า เพราะทรงเชื่อมั่นว่าคนกับป่าอยู่ร่วมกันและพึ่งพาซึ่งกันและกันได้


ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์

สำหรับ นิทรรศการ “จากขุนเขา สู่…ศิลปาชีพ” นำเสนอแนวคิด จากศิลปาชีพบนขุนเขาสู่ศิลปกรรม ร่วมสมัย โดยนำศิลปะบนผืนผ้าที่แสดงถึงวิถีชีวิตของชาวเขา 6 เผ่า อาทิ เผ่ากะเหรี่ยง, เผ่าม้ง, เผ่าลาหู่(มูเซอ), เผ่าลีซู(ลีซอ), เผ่าเมี่ยน(เย้า) และ เผ่าอาข่า(อีก้อ) มาจัดแสดงในลักษณะศิลปกรรมสื่อผสม ซึ่งสะท้อนภาพโครงการตามพระราชดำรินับร้อยโครงการที่พระราชทานแก่ชาวไทยภูเขามาอย่างต่อเนื่องเกือบครึ่งศตวรรษ

อาจารย์นันทพงศ์ สินสวัสดิ์ ผู้ออกแบบศิลปกรรมในนิทรรศการฯ เผยว่า นิทรรศการฯ ได้แบ่งพื้นที่การจัดแสดงเป็น 5 ชั้น คือ ชั้นที่ 1 นำเสนอพระวิริยอุตสาหะของทั้งสองพระองค์ที่ทรงเปลี่ยนวิถีการทำมาหาเลี้ยงชีพของชาวไทยภูเขา ซึ่งช่วยให้คนสามารถอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน โดยใช้รูปเชิงสัญลักษณ์เพื่อบอกเล่าถึงชีวิตชาวไทยภูเขาในอดีตก่อนที่ทั้งสองพระองค์จะเสด็จฯ ทรงเยือน รวมทั้งพัฒนาการของวิถีชีวิตอย่างต่อเนื่องตราบจนปัจจุบัน ชั้นที่ 2 และ 3 แสดงถึงน้ำพระราชหฤทัยของทั้งสองพระองค์ที่ทรงมีต่อชาวไทยภูเขาในรูปของโครงการตามพระราชดำริและโครงการศิลปาชีพในพื้นที่ชาวเขา 6 เผ่า ผ่านศิลปกรรมสื่อผสมผ้าชาวเขาที่สร้างสรรค์จากภูมิปัญญาของแต่ละชาติพันธุ์ รวมทั้งมีการสาธิตศิลปะการทอผ้าอันงดงามของชาวไทยภูเขาซึ่งหาชมได้ยากยิ่ง


โต๊ะทรงงานในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ชั้นที่ 4 แสดงพระราชกรณียกิจของทั้งสองพระองค์ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ยังคงช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ชาวไทยภูเขาจากรุ่นสู่รุ่น โดยยังคงอัตลักษณ์ของทุกชาติพันธุ์ไว้ได้ตราบจนปัจจุบัน และชั้นที่ 5 จัดกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ทักษะศิลปะผ้าชาวไทยภูเขา โดยผู้เข้าชมนิทรรศการสามารถเข้าร่วมฝึกฝนและสร้างสรรค์ผลงานจากผ้าชาวไทยภูเขาได้ด้วยตนเอง หรือทดลองแต่งกายชุดชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ แล้วถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในมุมที่จัดไว้ให้ นอกจากนี้ยังมีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพจากชาวเขาจำนวนมาก และหลากหลายรูปแบบอีกด้วย


ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถร่วมชมความงดงามของศิลปะบนผืนผ้าของชาวไทยภูเขา 6 เผ่า ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2559 (หยุดทุกวันพุธ) ที่ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ ค่าบัตรเข้าชมราคา 50 บาท ทั้งชาวไทยและต่างชาติ


อาจารย์นันทพงศ์ สินสวัสดิ์


ภาพปักโดยชาวเผ่าอาข่า(อีก้อ)

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top