วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / ผู้หญิง
7 ปีตามรอยพ่อร่วมแบ่งปันแก่เด็กผู้ยากไร้

7 ปีตามรอยพ่อร่วมแบ่งปันแก่เด็กผู้ยากไร้

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag : แบ่งปันแก่เด็กผู้ยากไร้ 7 ปีตามรอยพ่อ
  •  

น้องๆ กลุ่ม LIONHEART ไปเยี่ยมโรงเรียนขนาดเล็กในหมู่บ้าน ที่ริเริ่มโครงการอาหารกลางวัน

นักเรียนโรงเรียนนานาชาติ ฮาร์โรว์ ที่มีหัวใจจิตอาสา ตั้งกลุ่ม LIONHEART เดินตามแนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มุ่งเน้นให้ประชาชนมีความเป็นอยู่แบบพอเพียงและยั่งยืน ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการปลูกผักปลอดสารพิษ และการริเริ่มโครงการอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนในแถบจังหวัดภาคอีสานส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงให้ชาวบ้านได้รู้จักพึ่งพาตัวเอง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7


น้องพีท-อรณ ยนตรรักษ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนนานาชาติฮาร์โรว์ เล่าว่า “จากคำสอนของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มุ่งเน้นให้ประชาชนมีความเป็นอยู่แบบพอเพียงและยั่งยืน ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการปลูกผักปลอดสารพิษ และการริเริ่มโครงการอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลนในแถบจังหวัดภาคอีสาน ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงให้ชาวบ้านให้รู้จักพึ่งพาตัวเอง ตั้งแต่เด็กครอบครัวของผมจะใช้ชีวิตตามคำสอนของพระองค์ท่าน เราโชคดีที่เกิดมาในครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ มีครบทุกอย่าง ได้เรียนโรงเรียนดีๆ แต่ด้วยความที่ครอบครัวของเราค่อนข้างสมถะ คุณพ่อ-คุณแม่มีที่ดินอยู่ที่อำเภอปากช่อง ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เราจะไปพักผ่อนที่บ้านต่างจังหวัด ทำให้ผมได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน และเด็กๆ ในต่างหวัด มันสะท้อนมาที่ตัวเรา เด็กๆ ทุกคนต้องใส่เสื้อผ้าเก่าๆ รองเท้าขาด เดินเท้าไปโรงเรียนทุกวัน ที่สำคัญเด็กส่วนใหญ่จะป่วยเป็นโรคขาดสารอาหาร เพราะทุกคนต้องทานอาหารที่หาได้ตามท้องถิ่น

ปลูกผักปลอดสารพิษ ในโครงการอาหารกลางวัน

“เมื่อได้เห็นแบบนั้น มันเลยทำให้ผมพี่สาว อยากแบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับเด็กเหล่านั้นเราเริ่มต้นจากการเก็บออมเงินค่าขนม ไปซื้ออุปกรณ์การเรียน ของเล่น และขนมมาแจกเด็กๆ ซึ่งทุกครั้งที่เรานำสิ่งของไปบริจาคเราจะได้เห็นรอยยิ้มของทุกคน มันเป็นรางวัลที่สวยงามมากสำหรับผมกับพี่สาว ตอนนั้นคุณพ่อ-คุณแม่ปลูกผักปลอดสารพิษไว้ทานกันในครอบครัว ซึ่งผักที่ปลูกมีทั้งผักสลัด Cos ผักสลัดกลีบกุหลาบ ผักกาดแก้ว ผักสลัดใบแดง แครอท บีทรูท ถั่วแขก ถั่วลันเตา กวางตุ้ง กวางตุ้งฮ่องเต้ ผักบุ้ง ผักที่ปลูกมันเยอะมาก ผมกับพี่สาวจึงคิดกันว่า เราน่าจะนำผักที่ปลูกมาขาย เพื่อนำเงินจากการขายทั้งหมดมาตั้งเป็นกองทุนและนำไปช่วยเหลือผู้ยากไร้ในต่างจังหวัด เราจึงรวมตัวกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียนที่มีหัวใจจิตอาสา ตั้งกลุ่ม LIONHEART ขึ้น

เป็นเวลา 7 ปีแล้ว ที่เราเดินตามแนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเวลาเราไปเยี่ยมโรงเรียนขนาดเล็กในหมู่บ้านหลายแห่ง ได้ไปดูสภาพชีวิตของเด็กนักเรียนที่โรงเรียน ได้พูดคุยกับชาวบ้านและคุณครู ทำให้เห็นถึงปัญหามากมาย โดยเฉพาะอาหารกลางวันที่เด็กๆ เหล่านี้ทานกันที่โรงเรียนมีเพียงข้าวและกับข้าวนิดหน่อย ซึ่งคงไม่เพียงพอต่อเด็กวัยที่กำลังเจริญเติบโต ที่เราตกใจมากคือเมื่อได้คุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนแต่ละแห่งจึงทราบว่างบประมาณค่าอาหารกลางวันที่ได้จากรัฐบาลเป็นค่าอาหารของเด็กต่อคนต่อวัน เพียงวันละ 14 บาทเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอเลยชาวบ้านต้องช่วยๆ กันเอาพืชผักสวนครัวที่มีตามบ้านมาให้ครูประกอบอาหารให้เด็กๆ ทาน”

เลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ ในโครงการอาหารกลางวัน

สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนั้น ได้จุดประกายให้ผมและพี่สาวคิดหาวิธีจะทำอย่างไร ที่จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของเด็กเหล่านี้ดีขึ้น เราจึงได้จัดตั้ง “โครงการอาหารกลางวัน” เพื่อเด็กๆ ในโรงเรียนยากจนต่างๆ ขึ้นมา ในปี 2012 โดยเริ่มหาทุนจากผักปลอดสารที่เราปลูกไว้เป็นงานอดิเรกขึ้นมา จึงคิดว่าน่าจะสามารถนำเอาไปทำประโยชน์กับผู้อื่นได้ ถ้าเราเอาไปขาย เราเลยขออนุญาตคุณพ่อ-
คุณแม่เอาไปขายที่โรงเรียน และที่ต่างๆ รายได้ที่ได้รับจากการขายผักปลอดสาร เรานำไปเป็นทุนเริ่มต้นในการเริ่มโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนแห่งแรก โดยให้มีการเลี้ยงไก่ไข่เลี้ยงปลาดุก เลี้ยงกบ เลี้ยงจิ้งหรีด เพาะเห็ด ปลูกพืชผักปลอดสาร เพื่อนำผลผลิตที่ได้มาเสริมประกอบอาหารกลางวันให้เด็กๆ ทานอย่างพอเพียง โรงเรียนสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง และไม่ต้องพึ่งพาแต่งบประมาณของทางการเพียงอย่างเดียว ส่วนผลผลิตที่เหลือสามารถขายนำรายได้มาเป็นทุนหมุนเวียนให้กับโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนต่อไป เมื่อประสบผลสำเร็จดีจนโรงเรียนนั้นๆ สามารถยืนด้วยตัวเองได้แล้ว เราก็จะเริ่มทำที่อื่นต่อไปเรื่อยๆ ปัจจุบันสามารถช่วยโรงเรียนต่างๆ ไปได้แล้ว 7-8 โรงเรียน

ด้าน นายคมสันต์ ขุมกระโทกผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังโรงใหญ่สามัคคี เผยว่า ปัจจุบันได้รับความอนุเคราะห์จาก น้องพีท และพี่สาวในหลายๆ เรื่อง ในการริเริ่มรวมทั้งสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการโครงการอาหารกลางวัน อาทิ การเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ เลี้ยงปลาดุก เลี้ยงกบ เลี้ยงจิ้งหรีด เพาะเห็ดนางฟ้า ปลูกพืชผักสวนครัว ในแต่ละปีการศึกษา ทำให้โรงเรียนมีอาหารกลางวันเสริมกับงบประมาณที่ทางราชการจัดสรรให้ ทำให้นักเรียนของโรงเรียนมีโภชนาการ สมบูรณ์ แข็งแรง ตลอดทั้งผลผลิตที่เหลือจากการทำอาหารกลางวันทางโรงเรียนได้ฝึกให้นักเรียนเป็นผู้จำหน่าย เงินที่ได้นำมาเป็นทุนหมุนเวียนดำเนินการต่อและต่อยอดกิจกรรมอื่นๆ เพื่อให้มีความยั่งยืนต่อไป จากการช่วยเหลือนี้ ทำให้โรงเรียนได้รับความเชื่อมั่นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนสามารถรับรางวัลต่างๆ เช่น โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง ดีเยี่ยม โรงเรียนดีประจำตำบล 1 โรงเรียน 1 นวัตกรรม ฯลฯ เป็นต้น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

พรรคประชาชน จี้กกต.แจงเลือกตั้ง69 หยุดฟ้องปิดปากปชช.-สื่อ

มิติใหม่การดับไฟ อ.ทองผาภูมิ ผุดไอเดียใช้ AI ประชาสัมพันธ์ หยุดเผาป่า

รัฐบาลเตือนอากาศร้อน ระวังอันตรายจาก โรคฮีทสโตรก โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง-กลุ่มโรคเรื้อรัง

สจ.ตี๋ ฟาดไอซ์ รักชนก ถามเหมาะสมหรือไม่ ลั่นคำพูด 'ถามวัวตอบควาย' ในวงเจรจา

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved