คณะแพทย์ มช.ระดมเงินบริจาคสมทบ  สร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย

คณะแพทย์ มช.ระดมเงินบริจาคสมทบ สร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระดมเงินบริจาคสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก สร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย (CMU Palliative Care Center)เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานทั้งภายในโรงพยาบาล และเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง รวมทั้งจัดตั้งธนาคารอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับให้ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะท้ายของชีวิต ยืมไปใช้ในการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน


ศาสตราจารย์นายแพทย์บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มช. เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตจังหวัดภาคเหนือ มีจำนวนเตียงให้บริการ 1,400 เตียง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการซับซ้อน มีภาวะวิกฤติ และคุกคามต่อชีวิต จากสถิติพบมีผู้ป่วยแบบประคับประคองและระยะท้าย มากถึง 52.13% ซึ่งพบปัญหาที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถกลับไปดูแลต่อที่บ้านได้ เพราะขาดแคลนอุปกรณ์ที่ใช้ในการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน เช่น เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าญาติผู้ให้การดูแล ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถ และทักษะในการดูแลผู้ป่วยประคับประคองที่ถูกต้องและเหมาะสม ดังนั้นศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้ายแห่งนี้จะเป็นแหล่งเรียนรู้ของบุคลากรทางการแพทย์ทางด้านนี้อีกด้วย

ปีนี้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรม วิ่ง-ปั่น ปันน้ำใจ (3 gether : Run & Ride for Life ) ขึ้น ระหว่างวันที่ 22-28 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก 3 สถาบันแพทย์ภูมิภาค ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อระดมเงินช่วยเหลือผู้ป่วยในภูมิภาค ซึ่งในส่วนของเชียงใหม่จะมีการวิ่งเพียงอย่างเดียว ระยะทาง 734 กิโลเมตร โดยในแต่ละวันที่มีการวิ่งผ่านแต่ละจังหวัดจะมีกิจกรรมให้ประชาชนในจังหวัดนั้นๆ เข้าร่วมการวิ่งและร่วมบริจาคเงิน สำหรับในวันสุดท้ายของการวิ่ง คือ วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 คณะแพทยศาสตร์ มช. ยังมีการจัดงานวิ่งการกุศล “Suandok Charity Run for Life : วิ่งปันน้ำใจ เพื่อผู้ป่วยสวนดอกและผู้ป่วยในภูมิภาค” อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญคือ การถ่ายทอดสดรายการพิเศษ “สวนดอกร้อยดวงใจครั้งที่ 10” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2560 ทางช่อง 9 MCOT HD เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก“พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9” ที่ทรงมีต่อคณะแพทยศาสตร์ มช. ซึ่งกิจกรรมที่กล่าวมาข้างต้น คณะแพทย์ มช. ได้นำเงินบริจาคมาสร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย (CMU Palliative Care Center)

แพทย์หญิงสหัทยา ไพบูลย์วรชาติ รองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มช. และหัวหน้าศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย เปิดเผยว่า การดูแลแบบประคับประคองในระยะท้ายของชีวิตทวีความสำคัญและเป็นที่ต้องการของสังคมมากขึ้นจากแนวโน้มโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุของโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างชัดเจน อุบัติการณ์ของโรคร้ายแรงและโรคที่คุกคามต่อชีวิต เช่น โรคมะเร็ง และโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายมีจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยในระยะท้าย ของชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าในแต่ละปีจะมีประชากรประมาณ 20 ล้าน ที่มีความต้องการการดูแลในระยะท้ายของชีวิต และประมาณร้อยละ 80 เป็นผู้ที่อยู่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำ ถึง ปานกลาง ร้อยละ 70 เป็นผู้สูงอายุ (อายุ มากกว่า 60 ปี ขึ้นไป) ในขณะที่ร้อยละ 6 เป็นเด็ก องค์การอนามัยโลกจึงได้ประกาศให้ทุกประเทศได้บูรณาการการดูแลแบบประคับประคองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาตลอดช่วงชีวิต และยังพบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองในระยะท้ายของชีวิตกลุ่มนี้มีปัญหาและอุปสรรคสำคัญส่วนหนึ่ง คือ มีรายได้น้อยไม่มีเงินเพียงพอ ไม่สามารถซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ได้ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของสถาบัน TDCI ปี 2559 ที่นำเสนองานวิจัยว่าค่าดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน ต้องใช้งบประมาณเท่ากับ 15,000 บาทต่อเดือน ประกอบกับเมื่อติดต่อประสานงานเครือข่ายเพื่อส่งต่อผู้ป่วยกลับบ้านและขอยืมอุปกรณ์พบว่าแต่ละแห่ง ขาดแคลน จำนวนอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์เช่นเดียวกันทำให้ผู้ป่วย ไม่สามารถกลับบ้านได้ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลมากขึ้น และไม่สามารถกลับไปเสียชีวิตที่บ้านตามที่ผู้ป่วยและญาติต้องการได้

ในส่วนของเงินบริจาคที่ได้รับจาก 2 โครงการดังกล่าว ทางคณะแพทย์ มช. มีโครงการที่จะสร้างหอผู้ป่วยและห้องตรวจการดูแลแบบประคับประครองและระยะท้ายของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ อีกทั้งยังจัดให้มีโครงการธนาคารอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ได้แก่ เครื่องช่วยหายใจชนิดภายนอก เครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 3 ลิตรและ 5 ลิตร เตียงพร้อมที่นอน (ไฟเบอร์ / เหล็ก /ไฟฟ้า) เครื่องวัดออกซิเจนในเลือด เครื่องดูดเสมหะ ที่นอนลม ล้อเข็น และอุปกรณ์ช่วยเดินเป็นต้น ให้ผู้ป่วยในเขตุ 8 จังหวัด ภาคเหนือตอนบน ยืมเครื่องมือทางการแพทย์ไปใช้ที่บ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วย อีกทั้ง ยังมีโครงการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยในเขตเมือง นอกจากนี้ ยังจะเป็นแหล่งเรียนรู้ของบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไปทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน ตลอดจนสนับสนุนการทำวิจัยนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระดับสากล

มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการก่อสร้างศูนย์การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองระยะท้ายและระยะท้าย ด้วยการบริจาคทุนทรัพย์และอุปการณ์ทางการแพทย์ ได้ที่มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก โทร.053-938400 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งานประชาสัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ มช. โทร.053-935671-2 กรณีโอนเงินผ่านธนาคาร ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก ธนาคารกสิกรไทย สาขาศูนย์บริการเดอะวิสตอมโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม เลขบัญชี 010-8-19988-1 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เลขบัญชี 405-9-78590-2

ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์
ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์
พญ.สหัทยา ไพบูลย์วรชาติ
พญ.สหัทยา ไพบูลย์วรชาติ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top