วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569
องค์การอ็อกแฟม เครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพจังหวัดชายแดนใต้ ชมรมผู้นำมุสลีมะห์จังหวัดนราธิวาส และสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย จัดสัมมนาช่องว่างการใช้กฎหมายไทยและกฎหมายอิสลามเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้หญิงในจังหวัดชายแดนใต้ ผลักดันอิสลามกลางประจำจังหวัด ดาโต๊ะ และรัฐ ทำงานด้วยกันเพื่อให้ผู้หญิงได้รับความยุติธรรม และปรับหลักการทางศาสนาให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบัน
คณะทำงานโครงการวาว (VAW) เพื่อลดความรุนแรงในครอบครัว นำโดย องค์การอ็อกแฟม เครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพจังหวัดชายแดนใต้ ชมรมผู้นำมุสลีมะห์ จังหวัดนราธิวาส และสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ร่วมกันจัดสัมมนาช่องว่างการใช้กฎหมายไทยและกฎหมายอิสลามเพื่อคุ้มครองสิทธิผู้หญิงในจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งได้รับความสนใจจากองค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายไทย ผู้นำศาสนา นักวิชาการศาสนา สหวิชาชีพ ร่วมกันเสนอสถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิงและอุปสรรคของการได้รับความยุติธรรม
ประธานคณะกรรมการอิสลามกลางประจำจังหวัดนราธิวาส นายซาฟีอี เจ๊ะเลาะ กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงเป็นปัญหาหนัก มีเข้ามาทุกวัน วันละ 3-4 คู่ เมื่อเครือข่ายผู้หญิงเสนอตัวเข้ามาช่วยทำงานจึงยินดีมาก เพราะที่ผ่านมาการสอบถามเกี่ยวกับการถูกทำร้ายร่างกายโดยผู้นำศาสนาที่เป็นผู้ชายมีข้อจำกัดเรื่องการตรวจสอบบาดแผลและความละเอียดอ่อนต่อจิตใจผู้หญิง ในระยะเวลาสี่เดือนจากพฤศจิกายน 2560-กุมภาพันธ์ 2561 มีผู้หญิงเข้ามาขอหย่าและไกล่เกลี่ย 62 คน ดำเนินการแก้ไขให้ได้เพียง 20 คน อีก 42 คนยังติดปัญหาอยู่ โดยมากเป็นเรื่องการไม่ให้ค่าเลี้ยงดู ทำร้ายร่างกาย อิสลามกลางประจำจังหวัดทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยประนีประนอมให้สามีปฏิบัติตามสัญญาแต่งงาน แต่หากไม่ดูแลเลี้ยงดู ทำร้ายร่างกาย จำเป็นต้องไปหาดาโต๊ะยุติธรรม
สอดคล้องกับกรรมการอิสลามกลางประจำจังหวัดปัตตานีที่รายงานว่า ปีที่ผ่านมามีผู้หญิงเข้ามาร้องเรียน 722 คน แก้ไขให้ได้เพียง 270 คน ขณะที่สถิติความรุนแรงต่อผู้หญิงอย่างเป็นทางการของจังหวัดนราธิวาส มีเพียง 24 คนต่อปีจากข้อมูลของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประจำจังหวัด (พมจ.)
“สิทธิที่ให้ผู้หญิงยังไม่มีใครได้ไปตามที่ศาสนาอิสลามกำหนดไว้” ดร.ฆอซาลีเบ็ญหมัด คณบดีคณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฎอนี สรุปจากผลการศึกษาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งได้สัมภาษณ์ผู้หญิง ผู้นำศาสนา และดาโต๊ะ เป็นจำนวนมากพบว่าไม่มีคดีมาขอความยุติธรรมกับดาโต๊ะเรื่องสิทธิค่าเลี้ยงดูเลยแม้แต่คดีเดียวข้อค้นพบสำคัญเป็นเพราะยังไม่มีกองทุนผู้หญิงให้มีเงินจ้างทนาย เพราะผู้หญิงที่นี่ส่วนใหญ่ยากจน ขาดผู้ประสานเรื่องจากอิสลามจังหวัดไปยังศาล กระบวนการที่ใช้ยืดเยื้อ เป็นผลให้ผู้หญิงไม่ได้รับความเป็นธรรม ยากจนลงและไม่มีรายได้เลี้ยงดูบุตรให้มีสุขภาวะที่ดีผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่รู้สิทธิของตัวเองหลังหย่า การฟ้องเรียกค่าเลี้ยงดูให้กับตัวเอง และค่าเลี้ยงดูบุตร
ขณะที่หลายประเทศที่มีประชากรมุสลิมเป็นส่วนใหญ่ มีการปรับหลักการทางศาสนาให้เหมาะสมกับสังคมยุคปัจจุบัน อาทิ มาเลเซีย ศาลจะบังคับให้สามีจ่ายค่าเลี้ยงดูและจ่ายล่วงหน้าให้ผู้หญิงแล้วจึงเรียกเก็บจากสามีภายหลัง ที่อินเดียสามีต้องสะสางภาระค่าเลี้ยงดูครอบครัวเดิมให้เสร็จสิ้นก่อนจึงจะแต่งงานใหม่ได้ อินเดียและศรีลังกาหากสามีเฆี่ยนตีผู้หญิงสามารถฟ้องหย่าได้ทันที และอียิปต์ปัจจุบันให้สิทธิผู้หญิงหย่าได้แม้สามีไม่ยินยอม แต่ในสังคมมุสลิมในประเทศไทยยังต้องให้สามียินยอมจึงจะหย่าได้ “การปรับปรุงกฎหมายตามกระแสสังคมเป็นเหตุผลที่ทำให้คนอยากเข้ามาพึ่งกฎหมาย ซึ่งใช้หลักการว่าทำแล้วอิสลามไม่เสื่อมเสีย” ดร.ฆอซาลี สรุป
ทั้งนี้ สงขลาเริ่มมีต้นแบบบูรณาการลดความรุนแรงต่อผู้หญิง อัยการณปก์ภรณ์บิลหีม รองอัยการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ได้เริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2560 โดยการที่อัยการประสานสหวิชาชีพให้เข้าหาชุมชนเพื่อลดความรุนแรงต่อผู้หญิง และทำบันทึกข้อตกลงกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดให้ปรับปรุงการอบรมก่อนแต่งงานให้มีหัวข้อเรื่องกฎหมายความรุนแรงในครอบครัว และอยู่ระหว่างการหารือให้กรรมการอิสลามอนุญาตให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายไทยเข้าร่วมทำบันทึกข้อตกลงยอมความที่ถูกต้องตามกฎหมายให้ซึ่งจะทำให้เกิดการบังคับใช้ได้
อนึ่ง โครงการวาว (VAW) เพื่อลดความรุนแรงต่อผู้หญิงในจังหวัดชายแดนใต้ สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป ดำเนินการโดยภาคีเครือข่ายองค์กรผู้หญิง จะจัดอบรมผู้หญิงในสามจังหวัดชายแดนใต้ไม่ต่ำกว่า 100 คนให้มีทักษะความรู้ทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายอิสลามเพื่อให้บริการคำปรึกษาผู้หญิงได้อย่างมืออาชีพในสำนักงานอิสลามจังหวัดนราธิวาสและในชุมชนไม่น้อยกว่า 13 แห่ง และเป็นผู้เชื่อมประสานเรื่องร้องเรียนของผู้หญิงจากชุมชนและอิสลามจังหวัดให้เข้าถึงกระบวนการของดาโต๊ะยุติธรรมและสหวิชาชีพ ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปี 2561-2563 แต่ปัญหาสำคัญของพื้นที่สี่จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส ที่ใช้กฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวและมรดกควบคู่กับกฎหมายยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงมีมากกว่าเพียงการเชื่อมต่อระบบให้ถึงกันและทำให้ผู้หญิงเข้าใจสิทธิของตนเอง แต่เป็นเรื่องของการตกลงตีความหลักการทางศาสนาที่เกี่ยวกับสิทธิของผู้หญิงและการปรับปรุงกฎหมายอิสลามให้เหมาะสมกับบริบทปัจจุบัน โดยที่ผู้หญิงต้องมีส่วนร่วมในการหารือนั้นเช่นเดียวกับกฎหมายยุติความรุนแรงเองก็ยังมีปัญหาอยู่ระหว่างการเสนอปรับปรุง เนื่องจากเน้นการไกล่เกลี่ยในทุกขั้นตอน ทำให้ผู้หญิงถูกกระทำความรุนแรงซ้ำจนหลายครั้งกลายเป็นผู้กระทำความรุนแรงเสียเอง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี